Reclinic
หมอคณินทร์
บทความสุขภาพ · โรคข้อ
ข้อเสื่อมจากอุบัติเหตุ
และโรคข้ออักเสบ
ข้อเสื่อมจากอุบัติเหตุและโรคข้ออักเสบ หรือข้อเสื่อมทุติยภูมิ (secondary osteoarthritis) คือข้อเข่าหรือข้อสะโพกเสื่อมที่มีสาเหตุนำมาก่อน เช่น เคยบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหรือหมอนรองเข่า กระดูกหักเข้าข้อ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเกาต์ หรือหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด ต่างจากข้อเสื่อมทั่วไปที่ค่อย ๆ เป็นตามอายุ [1] ข้อเสื่อมชนิดนี้พบได้ไม่น้อย และมักเริ่มตั้งแต่อายุยังไม่มาก [2] การรักษาจึงต้องดูทั้งข้อที่เสื่อมและโรคที่เป็นต้นเหตุไปพร้อมกัน ที่ Reclinic หาดใหญ่ รศ.นพ. คณินทร์ ตรวจและดูแลข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อมที่เกิดตามหลังโรคหรือการบาดเจ็บ ตั้งแต่การรักษาโดยไม่ผ่าตัดจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม

เขียนและทบทวนโดย รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ย มธนาภรณ์
ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ (ว.35052) · ทบทวนล่าสุด พฤศจิกายน 2569 · อ่านประมาณ 9 นาที
มีอาการอย่างไร ต่างจากข้อเสื่อมทั่วไปตรงไหน
หลายคนเคยบาดเจ็บหรือเป็นโรคข้อมาหลายปี แล้วกังวลเมื่อเริ่มปวดข้อเดิมอีกครั้งว่าข้อจะเสื่อมเร็วกว่าคนอื่น ความ กังวลนี้เข้าใจได้ อาการปวดและข้อฝืดของข้อเสื่อมชนิดนี้คล้ายข้อเสื่อมทั่วไป แต่มีลักษณะบางอย่างที่ช่วยให้แพทย์นึกถึงสาเหตุนำ ดังนี้
ลักษณะที่ชวนให้นึกถึงข้อเสื่อมจากอุบัติเหตุหรือโรคข้ออักเสบ
✓ ปวดข้อเข่าหรือข้อสะโพกตั้งแต่อายุยังไม่มาก เช่น ในวัยทำงาน
✓ เคยบาดเจ็บข้อนั้นมาก่อน เช่น เอ็นไขว้หน้าขาด หมอนรองเข่าฉีก ข้อหลุด หรือกระดูกหักเข้าข้อ
✓ ปวดข้างเดียว คือข้างที่เคยบาดเจ็บหรือเคยผ่าตัด
✓ เข่าหลวม ทรุดลงเวลาบิดตัว หรือเข่าล็อกเป็นบางครั้ง
✓ ข้อผิดรูป หรืองอเหยียดได้ไม่สุด หลังกระดูกหักติดไม่ตรงแนว
✓ เป็นโรคข้ออักเสบอยู่ก่อน เช่น รูมาตอยด์ เกาต์ หรือเคยติดเชื้อในข้อ
✓ ปวดขาหนีบ ในผู้ที่เคยใช้ยาสเตียรอยด์ ยาชุด หรือดื่มสุราเป็นประจำ
อาการอื่นของข้อเสื่อม เช่น ปวดเวลาเดินหรือขึ้นลงบันได และข้อฝืดหลังตื่นนอน อ่านรายละเอียดได้ที่หน้าข้อเข่าเสื่อมและข้อสะโพกเสื่อม →
ข้อเสื่อมจากอุบัติเหตุและโรคข้ออักเสบคืออะไร
ข้อเสื่อมทั่วไปกับข้อเสื่อมที่มีสาเหต ุนำ
ข้อเสื่อมทั่วไป (ปฐมภูมิ) ค่อย ๆ เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น อายุ น้ำหนักตัว และพันธุกรรม โดยไม่มีโรคหรือการบาดเจ็บนำมาก่อน ส่วนข้อเสื่อมทุติยภูมิมีสาเหตุที่ทำให้ผิวข้อหรือโครงสร้างของข้อเสียหายก่อน แล้วข้อจึงเสื่อมตามมา [1]
ทำไมต้องรู้สาเหตุ
สาเหตุบางอย่างต้องรักษาควบคู่กันไป เช่น ควบคุมรูมาตอยด์หรือกรดยูริกให้ได้ เพื่อไม่ให้ข้อเสียหายเพิ่ม และสาเหตุยังมีผลต่อการวางแผนผ่าตัดในอนาคต เช่น โลหะดามกระดูกเดิม แนวกระด ูกที่ผิดรูป หรือยาที่ต้องใช้ประจำ
การศึกษาในสหรัฐอเมริกาประเมินว่าประมาณ 1 ใน 8 ของผู้ที่ข้อสะโพก ข้อเข่า หรือข้อเท้าเสื่อมจนมีอาการ มีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บ และผู้ป่วยกลุ่มนี้มักอายุน้อยกว่าผู้ป่วยข้อเสื่อมทั่วไป [2]
เกิดจากอะไรได้บ้าง
สาเหตุที่พบบ่อยในข้อเข่าและข้อสะโพก มีดังนี้ การมีสาเหตุเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าข้อจะต้องเสื่อมทุกคน แต่ช่วยให้รู้ว่าควรดูแลข้อนั้นให้ดี
เอ็นไขว้หน้าหรือหมอนรองเข่าบาดเจ็บ
การรวบรวมงานวิจัยกว่า 50 การศึกษาพบว่า ผู้ที่เคยบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้ามีโอกาสข้อเข่าเสื่อมประมาณ 4 เท่า และผู้ที่หมอนรองเข่าบาดเจ็บประมาณ 6 เท่า เมื่อเทียบกับเข่าที่ไม่เคยบาดเจ็บ [3] ผู้ที่ต้องตัดหมอนรองเข่าออกร่วมด้วยมีโอกาสเสื่อมมากกว่าผู้ที่ยังเก็บหมอนรองเข่าไว้ [5]
กระดูกหักเข้าข้อหรือข้อหลุด
ผิวข้อที่ไม่เรียบหรือแนวกระดูกที่เปลี่ยนไปทำให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น ข้อมูลผู้ป่วยกว่า 8,000 รายที่ผ่าตัดกระดูกหักเข้าข้อเข่าพบว่า ใน 10 ปีต้องเปลี่ยนข้อเข่าประมาณ 7 ใน 100 ราย สูงกว่าคนทั่วไปที่อายุใกล้เคียงกันประมาณ 5 เท่า [4] ส่วนกระดูกเบ้าสะโพกหัก ประมาณ 1 ใน 6 ต้องเปลี่ยนข้อสะโพกในภายหลัง [6]
ข้ออักเสบรูมาตอยด์
เยื่อบุข้อที่อักเสบต่อเนื่องกัดกร่อนกระดูกอ่อนและกระดูกใต้ผิวข้อ [7] ปัจจุบันยาควบคุมโรคช่วยชะลอความเสียหายของข้อได้มาก ผู้ป่วยรูมาตอยด์จึงต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าน้อยลงกว่าในอดีต [8]
โรคเกาต์
เกาต์ที่เป็นมานานโดยไม่ได้คุมกรดยูริก อาจมีผลึกและก้อนโทฟัสสะสมจนทำให้ข้อเสียหาย [9] อ่านเรื่องโรคเกาต์เพิ่มเติมได้
หัวกระดูกสะโพกขาดเลือด
เมื่อหัวกระดูกยุบตัว ผิวข้อจะไม่กลมเรียบ และข้อสะโพกเสื่อมตามมา [10] อ่านเรื่องหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดเพิ่มเติมได้
สาเหตุอื่น เช่น เบ้าสะโพกตื้นตั้งแต่กำเนิด เคยติดเชื้อในข้อ หรือขาโก่งผิดรูป ก็ทำให้ข้อเสื่อมได้เช่นกัน อ่านเพิ่มที่หน้าข้อสะโพกเสื่อม →
ตรวจวินิจฉัยอย่างไร ต้องเตรียมอะไรมาบ้าง
แพทย์จะซักประวัติการบาดเจ็บ การผ่าตัด และโรคประจำตัว ตรวจความมั่นคงและแนวของข้อ และเอกซเรย์ข้อเข่าท่ายืนหรือเอกซเรย์สะโพกที่คลินิกเมื่อจำเป็น หากสงสัยโรคข้ออักเสบ แพทย์จะให้ตรวจเลือดที่ห้องปฏิบัติการภายนอกแล้วนำผลมาที่คลินิก ส่วนการตรวจ MRI แพทย์จะส่งตรวจที่โรงพยาบาลเมื่อจำเป็น
ประวัติการบาดเจ็บและการผ่าตัดเดิม
เคยบาดเจ็บเมื่อไหร่ ผ่าตัดอะไร ที่โรงพยาบาลไหน ถ้ามีบันทึกการผ่าตัดหรือใบสรุปการรักษา นำมาด้วยได้
ภาพเอกซเรย์หรือ MRI เดิม
ช่วยเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของข้อ และบางครั้งช่วยลดการถ่ายซ้ำ
ยาที่ใช้ประจำ
โดยเฉพาะยาควบคุมโรครูมาตอยด์ ยาสเตียรอยด์ และยาลดกรดยูริก นำยาหรือรายชื่อยามาด้วย
ผลเลือดเดิม
เช่น ระดับกรดยูริก ผลตรวจรูมาตอยด์ และการทำงานของไตและตับ
ข้อเสื่อมทั่วไป
ข้อเสื่อมจากอุบัติเหตุหรือโรคข้ออักเสบ
อายุที่มักเริ่มมีอาการ
วัยกลางคนถึงผู้สูงอายุ
เริ่มได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวหรือวัยทำงาน
สาเหตุ
หลายปัจจัยร่วมกัน เช่น อายุ น้ำหนัก พันธุกรรม
มีโรคหรือการบาดเจ็บนำมาก่อน
ข้อที่เป็น
มักเป็นทั้งสองข้าง
มักเป็นข้างที่เคยบาดเจ็บ หรือหลายข้อในโรคข้ออักเสบ
การรักษา
บริหารกล้ามเนื้อ คุมน้ำหนัก ยา
เหมือนกัน ร่วมกับดูแลโรคต้นเหตุ
ถ้าต้องเปลี่ยนข้อเทียม
วางแผนผ่าตัดตามปกติ
ต้องวางแผนเรื่องโลหะเดิม แนวกระดูก หรือยาที่ใช้ ประจำเพิ่ม
ข้อเสื่อมทั่วไป
อายุที่มักเริ่มมีอาการ
วัยกลางคนถึงผู้สูงอายุ
สาเหตุ
หลายปัจจัยร่วมกัน เช่น อายุ น้ำหนัก พันธุกรรม
ข้อที่เป็น
มักเป็นทั้งสองข้าง
การรักษา
บริหารกล้ามเนื้อ คุมน้ำหนัก ยา
ถ้าต้องเปลี่ยนข้อเทียม
วางแผนผ่าตัดตามปกติ
ข้อเสื่อมจากอุบัติเหตุหรือโรคข้ออักเสบ
อายุที่มักเริ่มมีอาการ
เริ่มได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวหรือวัยทำงาน
สาเหตุ
มีโรคหรือการบาดเจ็บนำมาก่อน
ข้อที่เป็น
มักเป็นข้างที่เคยบาดเจ็บ หรือหลายข้อในโรคข้ออักเสบ
การรักษา
เหมือนกัน ร่วมกับดูแลโรคต้นเหตุ
ถ้าต้องเปลี่ยนข้อเทียม
ต้องวางแผนเรื่องโลหะเดิม แนวกระดูก หรือยาที่ใช้ประจำเพิ่ม
ความรุนแรงในภาพเอกซเรย์กับอาการปวดไม่ได้ตรงกันเสมอ แพทย์จึงพิจารณาการรักษาจากอาการ การใช้งาน และสาเหตุของข้อเสื่อมร่วมกันเสมอ
รักษาอย่างไร
การรักษามี 2 ส่วนที่ทำไปพร้อมกัน คือ ดูแลโรคหรือภาวะที่เป็นต้นเหตุ และรักษาข้อที่เสื่อมด้วยหลักการเดียวกับข้อเสื่อมทั่วไป [1][11]
ดูแลโรค ต้นเหตุควบคู่กัน
ผู้ป่วยรูมาตอยด์ควรได้รับยาควบคุมโรคต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ข้อเสียหายเพิ่ม [7] ผู้ป่วยเกาต์ควรคุมกรดยูริกให้ต่ำกว่า 6 มก./ดล. [12] ส่วนหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด การรักษาขึ้นกับระยะของโรค [10]
การรักษาหลักเหมือนข้อเสื่อมทั่วไป
ความเข้าใจเรื่องโรค การออกกำลังกาย และการคุมน้ำหนัก เป็นการรักษาหลักที่แนวทางสากลแนะนำ [11][13] ร่วมกับยาลดปวดและไม้เท้าเมื่อจำเป็น
ออกกำลังกายได้ แม้เป็นโรคข้ออักเสบ
แนวทางของสมาคมโรคข้อยุโรป (EULAR) แนะนำให้ผู้ที่เป็นรูมาตอยด์และข้อเสื่อมออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะปลอดภัยและช่วยการใช้งานของข้อ โดยปรับความหนักตามอาการ [14]
หลังบาดเจ็บเข่า: ฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้ดี
ข้อแนะ นำของคณะทำงานนานาชาติ OPTIKNEE แนะนำการฝึกกล้ามเนื้อต้นขา การฝึกการทรงตัว และการคุมน้ำหนักต่อเนื่องหลังบาดเจ็บ เพื่อดูแลข้อเข่าในระยะยาว [15] การผ่าตัดสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ช่วยให้เข่ามั่นคง แต่การรวบรวมงานวิจัยยังไม่พบว่าลดโอกาสข้อเสื่อมในระยะยาวได้ชัดเจน [16] ผู้ที่บาดเจ็บเข่าใหม่ ๆ มาตรวจและรับคำแนะนำที่คลินิกได้ หากต้องผ่าตัดส่องกล้องหรือสร้างเอ็นใหม่ แพทย์จะส่งต่อศัลยแพทย์ด้านเข่าและเวชศาสตร์การกีฬา
เก็บหมอนรองเข่าไว้เมื่อทำได้
ผู้ที่ตัดหมอนรองเข่าออกร่วมกับการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า เป็นข้อเสื่อมประมาณครึ่งหนึ่ง เทียบกับประมาณ 1 ใน 6 ในผู้ที่ยังเก็บหมอนรองเข่าไว้ [5] ส่วนการส่องกล้องตัดหมอนรองเข่าที่ฉีกจากความเสื่อม แนวทางการรักษาไม่แนะนำ [17]
ยาและการฉีดยาเข้าข้อ
ใช้หลักเดียวกับข้อเสื่อมทั่วไป แต่ในผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบหรือมีข้อบวมแดงร้อน แพทย์จะแยกการติดเชื้อและการกำเริบของโรคเดิมก่อนเสมอ อ่านเพิ่มที่หน้าการฉีดยาเข้าข้อเข่า →
การรักษาแต่ละแบบมีข้อดีข้อจำกัดต่างกัน แพทย์จะอธิบายทางเลือกตามสาเหตุ ความรุนแรง และความต้องการของผู้ป่วย แล้วตัดสินใจร่วมกันเสมอ
ถ้าต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ต่างจากข้อเสื่อมทั่วไปอย่างไร
เมื่อรักษาหลายวิธีแล้วยังปวดมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าหรือข้อสะโพกเทียมช่วยลดปวดและให้กลับมาเดินได้ดีเช่นเดียวกับข้อเสื่อมทั่วไป การศึกษาหนึ่งในผู้ที่เคยกระดูกหักเข้าข้อเข่าพบว่า หลังเปลี่ยนข้อเข่า คะแนนการใช้งานและความพึงพอใจไม่ต่างจากผู้ป่วยข้อเสื่อมทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ [18]
การผ่าตัดในข้อที่เคยบาดเจ็บมักซับซ้อนกว่า เพราะอาจมีโลหะดามกระดูกเดิม แผลเป็น ข้อติด หรือกระดูกบางส่วนหายไป การจัดการโลหะเดิมขึ้นกับชนิดและตำแหน่งของโลหะ แพทย์จึงวางแผนเป็นรายบุคคลจากภาพเอกซเรย์และประวัติการผ่าตัดเดิม การรวบรวมงานวิจัยพบว่าภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ ข้อติด และการผ่าตัดซ้ำ พบได้มากกว่าผู้ป่วยข้อเสื่อมทั่วไป ทั้งในข้อเข่า [19] และข้อสะโพกหลังกระดูกเบ้าสะโพกหัก [20] แพทย์จะอธิบายโอกาสเหล่านี้ก่อนตัดสินใจร่วมกัน
ในข้อเข่าที่มีโลหะดามกระดูกเดิมหรือแนวกระดูกผิดรูป การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยวางแผนการตัดกระดูกให้หลบโลหะเดิมได้ บางรายจึงไม่ต้องเอาโลหะออก หรือเอาออกเพียงบางส่วน ช่วยลดการเลาะเนื้อเยื่อเพื่อเอาโลหะออก [21] อย่างไรก็ตาม หลักฐานยังเป็นรายงานผู้ป่วยกลุ่มเล็ก และยังไม่มีงานวิจัยเปรียบเทียบที่ยืนยันว่าผลระยะยาวดีกว่าการผ่าตัดแบบมาตรฐาน [21]
ผู้ป่วยรูมาตอยด์เปลี่ยนข้อได้ผลดีเช่นกัน ข้อมูลผู้ป่วยกว่า 100,000 รายพบว่า การติดเชื้อหลังเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกหลุดยังพบน้อย แต่มากกว่าผู้ป่วยข้อเสื่อมทั่วไปเล็กน้อย เช่น การติดเชื้อหลังเปลี่ยนข้อเข่าประมาณ 13 ใน 1,000 ราย เทียบกับ 8 ใน 1,000 ราย [22]
ผู้ที่ใช้ยาควบคุมโรครูมาตอยด์ ไม่ควรหยุดยาเองก่อนผ่าตัด แนวทางของสมาคมแพทย์โรคข้อและสมาคมศัลยแพทย์ข้อสะโพกและข้อเข่าสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ใช้ยาชนิดดั้งเดิมต่อไป ส่วนยากลุ่มชีววัตถุบางชนิดให้เว้นช่วงและนัดผ่าตัดให้ตรงกับรอบยา [23] รศ.นพ. คณินทร์ จะวางแผนช่วงเวลาผ่าตัดร่วมกับอายุรแพทย์โรคข้อที่ดูแล ผ่าตัดที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์หรือโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ อ่านเรื่องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมและผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเพิ่มเติมได้
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์เสมอ ผู้ที่อายุยังน้อยควรรู้ว่าข้อเทียมอาจต้องผ่าตัดแก้ไขในอนาคตมากกว่าผู้สูงอายุ เพราะใช้งานนานกว่า [24]
ขั้นตอนการดูแลที่ Reclinic
1
ตรวจและซักป ระวัติ
ซักประวัติการบาดเจ็บ การผ่าตัด และโรคประจำตัว ตรวจข้อ และเอกซเรย์ที่คลินิกเมื่อจำเป็น นำภาพเอกซเรย์ บันทึกการผ่าตัด และยาเดิมมาด้วยได้
2
หาสาเหตุให้ชัด
ตรวจเลือดที่ห้องปฏิบัติการภายนอกเมื่อสงสัยโรคข้ออักเสบ หรือส่งตรวจ MRI ที่โรงพยาบาลเมื่อจำเป็น
3
ดูแลโรคต้นเหตุ
โรคเกาต์รักษาต่อที่คลินิกได้ ส่วนรูมาตอยด์ แพทย์จะแนะนำให้พบอายุรแพทย์โรคข้อเพื่อรับยาควบคุมโรค เอ็นหรือหมอนรองเข่าที่บาดเจ็บใหม่และต้องผ่าตัด จะส่งต่อศัลยแพทย์ด้านเข่าและเวชศาสตร์การกีฬา และหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดรักษาตามระยะของโรค
4
รักษาข้อที่เสื่อม
บริหารกล้ามเนื้อ คุมน้ำหนัก ยา และอุปกรณ์ช่วยเดิน ผู้ที่ต้องการโปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะตัว ปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่คลินิกได้
5
วางแผนผ่าตัดเมื่อจำเป็น
เมื่อรักษาหลายวิธีแล้วยังปวดมาก แพทย์จะประเมินภาพเอกซเรย์ โลหะเดิม และยาที่ใช้ แล้ววางแผนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมเป็นรายบุคคลร่วมกับผู้ป่วย
6
ติดตามต่อเนื่อง
นัดติดตามอาการและภาพเอกซเรย์เป็นระยะ และประสานกับแพทย์ที่ดูแลโรคประจำตัวเมื่อจำเป็น
สอบถามอาการระหว่างนัดได้ทาง LINE @khaninclinic หรือ Facebook khaninortho
ถ้าเป็นรูมาตอยด์อยู่แล้ว แล้วข้อเข่าหรือข้อสะโพกเสื่อม ดูแลกับใคร
ผู้ที่เป็นรูมาตอยด์ควรได้รับการดูแลจากอายุรแพทย์โรคข้ออย่างต่อเนื่อง เพราะต้องใช้ยาควบคุมโรคที่ปรับภูมิคุ้มกันและตรวจเลือดติดตามสม่ำเสมอ [7] Reclinic ยังไม่มียากลุ่มนี้ จึงจะแนะนำให้พบอายุรแพทย์โรคข้อ เพื่อให้ได้รับยาและการติดตามที่เหมาะสม
ส่วนข้อเข่าหรือข้อสะโพกที่เสื่อมตามมา หรือหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดจากการใช้ยาสเตียรอยด์ [10] ดูแลกับ รศ.นพ. คณินทร์ ได้ ตั้งแต่การรักษาโดยไม่ผ่าตัดจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม โดยประสานกับอายุรแพทย์โรคข้อที่ดูแลอยู่
การคุมรูมาตอยด์ให้สงบช่วยปกป้องข้อในระยะยาว ข้อมูลระดับประเทศในเดนมาร์กพบว่า หลังมียาควบคุมโรคกลุ่มชีววัตถุ ผู้ป่วยรูมาตอยด์ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าน้อยลงเรื่อย ๆ [8]
ผู้ที่ใช้ยาควบคุมโรครูมาตอยด์หรือยาสเตียรอยด์ ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง แม้กำลังวางแผนผ่าตัด ให้แจ้งทั้งอายุรแพทย์โรคข้อและแพทย์ผ่าตัดทุกครั้ง [23]
ดูแลตัวเองอย่างไร
สิ่งที่ทำได้ทุกวัน
✓ บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อสม่ำเสมอ และออกกำลังกายที่ไม่กระแทกข้อ เช่น เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ [11][14]
✓ ค่อย ๆ ลดน้ำหนักหากน้ำหนักเกิน เพื่อลดแรงที่ลงบนข้อ [13]
✓ หลังบาดเจ็บเข่า ฝึกกล้ามเนื้อต้นขาและการทรงตัวให้ดีก่อนกลับไปเล่นกีฬา [15]
✓ ใช้ยาควบคุมโรครูมาตอยด์หรือยาลดกรดยูริกต่อเนื่องตามที่แพทย์สั่ง ไม่หยุดยาเอง [12][23]
✓ ใช้ไม้เท้าเมื่อเดินไกลหรือช่วงที่ปวดมาก [13]
✓ หลีกเลี่ยงยาชุดหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบส่วนประกอบ ซึ่งอาจมีสเตียรอยด์ผสม และเพิ่มโอกาสหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด [10]
✓ เก็บภาพเอกซเรย์ บันทึกการผ่าตัด และรายชื่อยาไว้ เพื่อนำมาให้แพทย์ทุกครั้ง
อาการแบบไหนควรรีบมาพบแพทย์
หากมีอาการต่อไปนี้ ควรมาตรวจโดยเร็ว
ข้อบวมแดงร้อนร่วมกับมีไข้
อาจเป็นการติดเชื้อในข้อ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาปรับภูมิคุ้มกัน ยาสเตียรอยด์ หรือเคยผ่าตัดข้อนั้น
บาดเจ็บเข่าแล้วเข่าบวมเร็ว ทรุด หรือล็อก
อาจมีเอ็นหรือหมอนรองเข่าฉีก ควรตรวจตั้งแต่แรก หากต้องผ่าตัด แพทย์จะส่งต่อศัลยแพทย์ด้านเข่าและเวชศาสตร์การกีฬา
ล้มแล้วปวดมาก ลงน้ำหนักไม่ได้
อาจมีกระดูกหัก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์นาน
แผลเดิมหรือบริเวณที่มีโลหะดามกระดูกบวมแดง มีน้ำซึม
อาจมีการติดเชื้อรอบโลหะเดิม
ข้อหลายข้อปวดบวมพร้อมกัน
อาจเป็นช่วงที่โรคข้ออักเสบกำเริบ ควรแจ้งแพทย์ที่ดูแล
⚠ ไปห้องฉุกเฉินทันที หาก
มีไข้สูงร่วมกับข้อบวมแดงร้อนจนขยับไม่ได้ ล้มแล้วลุกเ ดินไม่ได้ หรือขาบิดผิดรูป
อ่านต่อ
คำถามที่พบบ่อย
เอกสารอ้างอิง
Hunter DJ, Bierma-Zeinstra S. Osteoarthritis. Lancet 2019;393:1745–1759.
Brown TD, et al. Posttraumatic osteoarthritis: a first estimate of incidence, prevalence, and burden of disease. J Orthop Trauma 2006;20:739–744.
Poulsen E, et al. Knee osteoarthritis risk is increased 4-6 fold after knee injury – a systematic review and meta-analysis. Br J Sports Med 2019;53:1454–1463.
Wasserstein D, et al. Risk of total knee arthroplasty after operatively treated tibial plateau fracture: a matched-population-based cohort study. J Bone Joint Surg Am 2014;96:144–150.
Claes S, et al. Is osteoarthritis an inevitable consequence of anterior cruciate ligament reconstruction? A meta-analysis. Knee Surg Sports Traumatol Arthrosc 2013;21:1967–1976.
Schemitsch GW, et al. Predictors of conversion total hip arthroplasty after surgically managed acetabulum fractures: a prognostic factor systematic review and meta-analysis. JBJS Rev 2025;13(8).
Smolen JS, et al. Rheumatoid arthritis. Lancet 2016;388:2023–2038.
Cordtz RL, et al. Incidence of hip and knee replacement in patients with rheumatoid arthritis following the introduction of biological DMARDs: an interrupted time-series analysis using nationwide Danish healthcare registers. Ann Rheum Dis 2018;77:684–689.
Dalbeth N, et al. Gout. Lancet 2021;397:1843–1855.
Mont MA, et al. Nontraumatic osteonecrosis of the femoral head: where do we stand today? A 5-year update. J Bone Joint Surg Am 2020;102:1084–1099.
Bannuru RR, et al. OARSI guidelines for the non-surgical management of knee, hip, and polyarticular osteoarthritis. Osteoarthritis Cartilage 2019;27:1578–1589.
FitzGerald JD, et al. 2020 American College of Rheumatology guideline for the management of gout. Arthritis Care Res (Hoboken) 2020;72:744–760.
Kolasinski SL, et al. 2019 American College of Rheumatology/Arthritis Foundation guideline for the management of osteoarthritis of the hand, hip, and knee. Arthritis Rheumatol 2020;72:220–233.
Rausch Osthoff AK, et al. 2018 EULAR recommendations for physical activity in people with inflammatory arthritis and osteoarthritis. Ann Rheum Dis 2018;77:1251–1260.
Whittaker JL, et al. OPTIKNEE 2022: consensus recommendations to optimise knee health after traumatic knee injury to prevent osteoarthritis. Br J Sports Med 2022;56:1393–1405.
Webster KE, Hewett TE. Anterior cruciate ligament injury and knee osteoarthritis: an umbrella systematic review and meta-analysis. Clin J Sport Med 2022;32:145–152.
Siemieniuk RAC, et al. Arthroscopic surgery for degenerative knee arthritis and meniscal tears: a clinical practice guideline. BMJ 2017;357:j1982.
Scott CEH, et al. Total knee arthroplasty following tibial plateau fracture: a matched cohort study. Bone Joint J 2015;97-B:532–538.
Daher M, et al. Total knee arthroplasty in post-traumatic versus degenerative osteoarthritis: a meta-analysis of outcomes. Eur J Orthop Surg Traumatol 2025;35:325.
Shaker F, et al. The outcome of conversion total hip arthroplasty following acetabular fractures: a systematic review and meta-analysis of comparative studies. J Orthop Surg Res 2024;19:83.
Vu DN, et al. Robotic-assisted total knee arthroplasty in post-traumatic and previously operated knees with retained hardware: practical decision-making workflow. J Robot Surg 2026;20.
Ravi B, et al. Increased risk of complications following total joint arthroplasty in patients with rheumatoid arthritis. Arthritis Rheumatol 2014;66:254–263.
Goodman SM, et al. 2022 American College of Rheumatology/American Association of Hip and Knee Surgeons guideline for the perioperative management of antirheumatic medication in patients with rheumatic diseases undergoing elective total hip or total knee arthroplasty. Arthritis Rheumatol 2022;74:1464–1473.
Bayliss LE, et al. The effect of patient age at intervention on risk of implant revision after total replacement of the hip or knee: a population-based cohort study. Lancet 2017;389:1424–1430.
ข้อมูลในบทความนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจและคำแนะนำจากแพทย์