top of page

Reclinic
หมอคณินทร์

บทความสุขภาพ · ข้อสะโพก

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม ที่หาดใหญ่

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมคือการเปลี่ยนหัวกระดูกต้นขาและเบ้าสะโพกที่เสื่อมหรือเสียหายเป็นข้อเทียม เพื่อลดอาการปวดและช่วยให้เดินได้ดีขึ้น เหมาะกับผู้ที่ข้อสะโพกเสื่อมรุนแรง หัวกระดูกสะโพกขาดเลือด หรือข้ออักเสบ ที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วยังปวดจนรบกวนชีวิตประจำวัน รศ.นพ. คณินทร์ ผ่าตัดผ่านแผลด้านหน้า (Direct Anterior Approach, DAA) เป็นหลัก ตรวจประเมินที่ Reclinic และผ่าตัดที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์หรือโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่

รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ Reclinic หาดใหญ่

เขียนและทบทวนโดย รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์

ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ (ว.35052) · ทบทวนล่าสุด ตุลาคม 2569 · อ่านประมาณ 8 นาที

เวลาผ่าตัด

1–1.5 ชม.

อยู่ในห้องผ่าตัดประมาณ 2–2.5 ชม.

ลุกเดินลงน้ำหนัก

ภายใน 24 ชม.

หลังผ่าตัด ด้วยอุปกรณ์ช่วยเดิน

กลับบ้าน

วันที่ 2–3

หลังผ่าตัด

ใช้งานได้ครบ 20 ปี

~85%

ของข้อสะโพกเทียม [1]

ใครควรพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก

โรคที่ทำให้ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกบ่อย ได้แก่ ข้อสะโพกเสื่อม หัวกระดูกสะโพกขาดเลือด (avascular necrosis, AVN) ซึ่งพบได้ในคนอายุน้อยกว่าข้อเสื่อมทั่วไป ข้ออักเสบรูมาตอยด์ และข้อสะโพกเสื่อมตามหลังกระดูกหักหรือความผิดปกติของสะโพกตั้งแต่เด็ก ผู้ที่อาการยังไม่มากจะเริ่มจากวิธีไม่ผ่าตัด เช่น ลดน้ำหนัก บริหารกล้ามเนื้อรอบสะโพก ปรับกิจวัตร ใช้ยา หรือใช้ไม้เท้า หากรักษาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจเสนอการผ่าตัด

สัญญาณที่ควรมาปรึกษาเรื่องการผ่าตัด

✓  ปวดขาหนีบหรือสะโพก บางรายปวดร้าวลงต้นขาด้านหน้า เวลาเดินหรือลุกยืน

✓  เดินกะเผลก หรือเดินได้ระยะสั้นลง

✓  ใส่ถุงเท้า ตัดเล็บเท้า หรือขึ้นลงรถลำบาก

✓  ปวดตอนกลางคืนหรือปวดขณะพัก

✓  ภาพเอกซเรย์พบข้อสะโพกเสื่อมมาก หรือหัวกระดูกสะโพกยุบ

✓  รักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดมาแล้ว อาการไม่ดีขึ้น

การผ่าตัดเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ หลังจากเข้าใจทั้งประโยชน์และความเสี่ยงแล้ว

ข้อสะโพกเสื่อมทั้ง 2 ข้าง อ่าน ผ่าตัดเปลี่ยนข้อ 2 ข้างพร้อมกัน หรือทีละข้าง →

ข้อสะโพกเทียมคืออะไร

ส่วนที่เปลี่ยน

หัวกระดูกต้นขาเปลี่ยนเป็นหัวและก้านข้อเทียม ซึ่งยึดอยู่ในโพรงกระดูกต้นขา ส่วนเบ้าสะโพกเปลี่ยนเป็นเบ้าเทียม

วัสดุ

ปัจจุบันใช้หัวข้อเทียมเซรามิก คู่กับพลาสติกทางการแพทย์ชนิดทนการสึก (highly cross-linked polyethylene) ที่บุอยู่ในเบ้าโลหะ เป็นหลัก ก้านข้อเทียมเป็นรุ่นที่ออกแบบให้ใส่ผ่านแผลด้านหน้าได้สะดวก และใช้กับแนวแผลอื่นได้ด้วย

ข้อมูลผู้ป่วยกว่า 63,000 รายในสหราชอาณาจักรพบว่า เมื่อครบ 20 ปี ประมาณ 85% ของข้อสะโพกเทียมยังใช้งานได้โดยไม่ต้องผ่าตัดแก้ไข [1] ข้อเทียมรุ่นใหม่ที่ใช้พลาสติกชนิดทนการสึกแบบที่ใช้ในปัจจุบัน มีแนวโน้มใช้งานได้นานขึ้น การศึกษาหนึ่งพบว่าประมาณ 94% ยังใช้งานได้เมื่อครบ 20 ปี [2] ระยะเวลาจริงขึ้นกับอายุ น้ำหนักตัว กิจกรรม และการดูแลตัวเอง ผู้ที่ผ่าตัดเมื่ออายุน้อยมีโอกาสต้องผ่าตัดแก้ไขในอนาคตมากกว่า [1]

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกผ่านแผลด้านหน้า (DAA)

การผ่าตัดผ่านแผลด้านหน้า (Direct Anterior Approach, DAA) ผู้ป่วยนอนหงาย แพทย์ลงแผลที่ด้านหน้าสะโพก แล้วเข้าถึงข้อสะโพกผ่านช่องระหว่างแนวกล้ามเนื้อ โดยไม่ตัดกล้ามเนื้อออกจากกระดูก ส่วนการผ่าตัดแผลด้านหลังหรือด้านข้าง แพทย์ต้องเลาะกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นบางส่วนออกจากกระดูก แล้วเย็บซ่อมกลับ ระหว่างผ่าตัดแพทย์ใช้เอกซเรย์ตรวจตำแหน่งข้อเทียมและความยาวขาให้ถูกต้อง

แผลด้านหน้ามีสองแบบ คือแผลแนวตรงตามยาว และแผลแนวขวางตามรอยพับขาหนีบ (bikini incision) ซึ่งรอยแผลมักดูสวยกว่า แต่บางการศึกษาพบอาการชาผิวหนังต้นขามากกว่าเล็กน้อย [3] แพทย์จะอธิบายข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ และเลือกร่วมกับผู้ป่วย

ไม่ตัดกล้ามเนื้อ ไม่ต้องจำกัดท่าทาง

เข้าถึงข้อผ่านช่องระหว่างกล้ามเนื้อ จึงไม่ต้องเย็บซ่อมกล้ามเนื้อ และหลังผ่าตัดใช้งานสะโพกได้ตามปกติ ไม่ต้องระวังท่าทางแบบที่ใช้หลังผ่าตัดแผลด้านหลัง

ฟื้นตัวช่วงแรกเร็วกว่า

การรวบรวมงานวิจัยแบบสุ่ม 17 การศึกษาพบว่า วันแรกหลังผ่าตัดปวดน้อยกว่า และการใช้งานสะโพกเมื่อครบ 1 เดือนดีกว่าแนวแผลอื่น [4] ส่วนผลเมื่อครบ 6–12 เดือนใกล้เคียงกัน [5]

ข้อสะโพกหลุดน้อยกว่า

การรวบรวม 48 การศึกษา (กว่า 46,000 สะโพก) พบข้อหลุดประมาณ 0.8% เทียบกับ 1.8% ของแผลด้านหลัง [6] และข้อมูลทะเบียนข้อเทียมเนเธอร์แลนด์กว่า 260,000 ราย พบการผ่าตัดแก้ไขเพราะข้อหลุด 0.4% เทียบกับ 1.4% [7] ทั้งนี้บางการรวบรวมไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ [8]

ประเมินความยาวขาได้ดีในท่านอนหงาย

แพทย์เทียบความยาวขาสองข้างและใช้เอกซเรย์ตรวจระหว่างผ่าตัดได้สะดวก การทบทวนงานวิจัยพบว่าขายาวไม่เท่ากันเกิน 1 ซม. พบน้อยกว่าแผลด้านหลัง [9] และวางเบ้าข้อเทียมอยู่ในตำแหน่งที่แนะนำได้มากกว่า [10]

ผ่าตัดแผลด้านหน้า (DAA)

ผ่าตัดแผลด้านหลัง

การเข้าถึงข้อสะโพก

ผ่านช่องระหว่างกล้ามเนื้อ ไม่ตัดกล้ามเนื้อออกจากกระดูก

เลาะกล้ามเนื้อหมุนสะโพกบางส่วนออก แล้วเย็บซ่อมกลับ

ท่านอนขณะผ่าตัด

นอนหงาย เทียบความยาวขาและใช้เอกซเรย์ตรวจระหว่างผ่าตัดได้สะดวก

นอนตะแคง

ท่าทางหลังผ่าตัด

ใช้งานได้ตามปกติ ไม่ต้องจำกัดท่าทาง

มักต้องระวังท่าทางในช่วงแรก เช่น งอสะโพกมากร่วมกับบิดขาเข้าด้านใน

ปวดและฟื้นตัวช่วงแรก

ปวดน้อยกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่าเล็กน้อย [4]

ตามมาตรฐาน

ผลเมื่อครบ 6–12 เดือน

ใกล้เคียงกัน [5]

ใกล้เคียงกัน [5]

ข้อสะโพกหลุด

ประมาณ 0.8% [6]

ประมาณ 1.8% [6]

ขายาวไม่เท่ากันเกิน 1 ซม.

พบน้อยกว่า [9]

พบมากกว่า [9]

ชาผิวหนังด้านนอกต้นขา

พบบ่อยกว่า [4][11]

พบน้อย

เหมาะกับ

ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกครั้งแรก

ใช้ได้ทุกกรณี รวมถึงการผ่าตัดแก้ไขข้อเทียม [12]

ผ่าตัดแผลด้านหน้า (DAA)

การเข้าถึงข้อสะโพก

ผ่านช่องระหว่างกล้ามเนื้อ ไม่ตัดกล้ามเนื้อออกจากกระดูก

 

ท่านอนขณะผ่าตัด

นอนหงาย เทียบความยาวขาและใช้เอกซเรย์ตรวจระหว่างผ่าตัดได้สะดวก

 

ท่าทางหลังผ่าตัด

ใช้งานได้ตามปกติ ไม่ต้องจำกัดท่าทาง

 

ปวดและฟื้นตัวช่วงแรก

ปวดน้อยกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่าเล็กน้อย [4]

 

ผลเมื่อครบ 6–12 เดือน

ใกล้เคียงกัน [5]

 

ข้อสะโพกหลุด

ประมาณ 0.8% [6]

 

ขายาวไม่เท่ากันเกิน 1 ซม.

พบน้อยกว่า [9]

 

ชาผิวหนังด้านนอกต้นขา

พบบ่อยกว่า [4][11]

 

เหมาะกับ

ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกครั้งแรก

ผ่าตัดแผลด้านหลัง

การเข้าถึงข้อสะโพก

เลาะกล้ามเนื้อหมุนสะโพกบางส่วนออก แล้วเย็บซ่อมกลับ

 

ท่านอนขณะผ่าตัด

นอนตะแคง

 

ท่าทางหลังผ่าตัด

มักต้องระวังท่าทางในช่วงแรก เช่น งอสะโพกมากร่วมกับบิดขาเข้าด้านใน

 

ปวดและฟื้นตัวช่วงแรก

ตามมาตรฐาน

 

ผลเมื่อครบ 6–12 เดือน

ใกล้เคียงกัน [5]

 

ข้อสะโพกหลุด

ประมาณ 1.8% [6]

 

ขายาวไม่เท่ากันเกิน 1 ซม.

พบมากกว่า [9]

 

ชาผิวหนังด้านนอกต้นขา

พบน้อย

 

เหมาะกับ

ใช้ได้ทุกกรณี รวมถึงการผ่าตัดแก้ไขข้อเทียม [12]

ปัจจุบันผู้ป่วยเกือบทั้งหมดผ่าตัดผ่านแผลด้านหน้าได้ ในบางภาวะ เช่น การผ่าตัดแก้ไขข้อเทียมเดิม กระดูกสะโพกผิดรูปมาก หรือมีโลหะจากการผ่าตัดครั้งก่อน แพทย์จะพิจารณาอย่างละเอียด และอาจเลือกแนวแผลอื่นที่เหมาะกับผู้ป่วยมากกว่า ทุกแนวแผลให้ผลระยะยาวที่ดีได้เมื่อผ่าตัดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ [12]

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

สิ่งที่ควรทำก่อนวันผ่าตัด

✓  ตรวจเตรียมความพร้อมกับอายุรแพทย์และวิสัญญีแพทย์ตามที่นัด

✓  แจ้งยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด แพทย์จะบอกว่ายาตัวไหนต้องหยุดก่อนผ่าตัด เช่น ยาป้องกันเลือดแข็งตัวอย่างแอสไพริน หรือยาละลายลิ่มเลือดบางชนิด (ไม่ควรหยุดยาเอง กรุณาปรึกษาแพทย์ก่อน)

✓  บริหารกล้ามเนื้อรอบสะโพกและต้นขาทุกวันตั้งแต่ก่อนผ่าตัด และลองฝึกเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยเดิน

✓  ถ้ามีฟันผุ แผลที่ผิวหนัง หรือการติดเชื้อที่ไหน ให้รักษาก่อนผ่าตัด

✓  จัดบ้านให้ปลอดภัย เช่น ทางเดินโล่ง มีราวจับในห้องน้ำ

✓  งดน้ำและอาหารตามเวลาที่โรงพยาบาลแจ้ง

อ่านรายละเอียดการเตรียมตัว ท่าบริหาร ยาที่ต้องแจ้งแพทย์ และวันนอนโรงพยาบาล →

ถ้ากังวลว่าสิทธิที่มีใช้ได้หรือไม่ หรือค่าใช้จ่ายขึ้นกับอะไร สอบถามเบื้องต้นทาง LINE หรือ Facebook ได้ หรืออ่าน ผ่าตัดเปลี่ยนข้อ ใช้สิทธิ์อะไรได้บ้าง →

วันผ่าตัดและการพักฟื้น

1

วันผ่าตัด

ส่วนใหญ่ใช้การฉีดยาชาที่หลัง ใช้เวลาผ่าตัดจริงประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง (อยู่ในห้องผ่าตัดประมาณ 2–2.5 ชั่วโมง รวมการให้ยาระงับความรู้สึกและการเตรียมตัว) ไม่ใส่สายระบายเลือด เย็บแผลด้วยไหมละลายซึ่งไม่ต้องตัดไหม และควบคุมความปวดด้วยยาหลายชนิดร่วมกัน

2

ภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด

ลุกยืนและเดินลงน้ำหนักได้เต็มที่ด้วยอุปกรณ์ช่วยเดินพร้อมนักกายภาพบำบัด และได้รับยาป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน

3

กลับบ้านวันที่ 2–3 หลังผ่าตัด

เมื่อเดินได้ปลอดภัย ขึ้นลงเตียงและเข้าห้องน้ำได้เอง

4

1–2 สัปดาห์แรก

ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน แล้วค่อย ๆ เดินเองเมื่อทรงตัวได้ดี ดูแลแผลให้แห้ง และบริหารกล้ามเนื้อสะโพกทุกวัน

5

2–4 สัปดาห์

ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ งานที่ใช้แรงมากต้องรอนานกว่านั้นตามที่แพทย์ประเมิน

6

4–6 สัปดาห์

ส่วนใหญ่กลับมาขับรถได้ เมื่อหยุดยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วงแล้ว เดินได้มั่นคง และเหยียบเบรกแรง ๆ ได้โดยไม่ปวด งานวิจัยพบว่าความเร็วในการเหยียบเบรกกลับมาเท่าก่อนผ่าตัดได้ตั้งแต่ประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัดสะโพกข้างขวา [13] แต่การขับรถต้องใช้หลายทักษะ จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน

นัดตรวจที่ 2 สัปดาห์ 6 สัปดาห์ 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี จากนั้นปีละครั้ง อ่านการดูแลตัวเองหลังกลับบ้าน →

ความเสี่ยงของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ปวดน้อยลงและเดินได้ดีขึ้น แต่ผลแตกต่างกันในแต่ละคน งานวิจัยแบบรวบรวมพบว่าประมาณ 1 ใน 10 ของผู้ผ่าตัดข้อสะโพกยังมีอาการปวดเรื้อรังบางส่วนหลังผ่าตัด [14] จึงควรคุยเรื่องความคาดหวังกับแพทย์ก่อนผ่าตัด อ่านเรื่องอาการปวดหลังผ่าตัด →

ชาผิวหนังด้านนอกต้นขา

เกิดจากเส้นประสาทรับความรู้สึกของผิวหนัง (LFCN) ที่อยู่ใกล้แผลด้านหน้า ในการศึกษาที่ติดตามอาการนี้โดยเฉพาะ พบเฉลี่ยประมาณ 1 ใน 3 ราย [11] เป็นอาการชาหรือแสบที่ผิวหนัง ไม่ทำให้ขาอ่อนแรง และส่วนใหญ่ค่อย ๆ ดีขึ้น [15]

ข้อสะโพกหลุด

พบไม่บ่อย หลังผ่าตัดผ่านแผลด้านหน้าพบประมาณ 8 ใน 1,000 ราย [6] หากเกิดจะปวดมากทันทีและขาบิดผิดรูป ต้องรีบมาโรงพยาบาล

ขายาวไม่เท่ากัน

แพทย์วางแผนจากภาพเอกซเรย์ เทียบความยาวขาและตรวจด้วยเอกซเรย์ระหว่างผ่าตัด ส่วนใหญ่ต่างกันเล็กน้อยและไม่รบกวนการเดิน บางรายอาจใช้แผ่นรองเสริมในรองเท้า

กระดูกต้นขาร้าว

ระหว่างหรือหลังผ่าตัด พบน้อย หากเกิดอาจต้องยึดกระดูกเพิ่มหรือเลื่อนการลงน้ำหนัก

การติดเชื้อที่ข้อเทียม

พบประมาณ 1 ใน 100 ราย [16] หากเกิดอาจต้องผ่าตัดซ้ำ ควรแจ้งทันตแพทย์หรือแพทย์ทุกครั้งว่าใส่ข้อเทียมก่อนทำฟันหรือทำหัตถการ โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีแรก

ลิ่มเลือดอุดตัน

ในหลอดเลือดดำที่ขา หรือหลุดไปอุดที่ปอด ป้องกันด้วยยาและการลุกเดินเร็ว

ข้อเทียมหลวมหรือสึก

เกิดได้เมื่อเวลาผ่านไป และอาจต้องผ่าตัดแก้ไข [1]

⚠  รีบมาพบแพทย์หลังผ่าตัด หากมี

ไข้ แผลบวมแดงหรือมีน้ำซึม ปวดสะโพกมากขึ้นทันทีหรือขาบิดผิดรูป หรือน่องบวมและปวด หากหายใจเหนื่อยหรือเจ็บหน้าอก ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

อ่านต่อ

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม: ภาพรวม

เปรียบเทียบข้อเข่าเทียมกับข้อสะโพกเทียม และขั้นตอนตั้งแต่ตรวจที่คลินิกจนถึงหลังผ่าตัด

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

การนอนโรงพยาบาลและการพักฟื้น การฝึกงอเข่า ความเสี่ยงเฉพาะของข้อเข่า และการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วย VELYS

เรื่องเล่าจากผู้ป่วย

คลิปสั้นที่ผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเล่าความรู้สึกของตัวเองในวันแรก ๆ หลังผ่าตัด

คำถามที่พบบ่อย

นัดตรวจกับหมอคณินทร์

การตัดสินใจผ่าตัดเป็นเรื่องใหญ่ หากยังมีคำถามหรือความกังวล ปรึกษาเรื่องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกกับ รศ.นพ. คณินทร์ ได้วันอังคาร–พฤหัสบดี 17.00–19.00 น. และเสาร์–อาทิตย์ 9.00–12.00 น.
โทร 062-498-3913 · LINE @khaninclinic · Facebook khaninortho

เอกสารอ้างอิง

  1. Bayliss LE, et al. The effect of patient age at intervention on risk of implant revision after total replacement of the hip or knee: a population-based cohort study. Lancet 2017;389:1424–1430.

  2. Jin W, et al. Excellent 20-year survivorship for highly cross-linked compared to conventional polyethylene in total hip arthroplasty. J Arthroplasty 2026;41(9S1):S228–S233.

  3. Leng Y, et al. Oblique bikini incision versus longitudinal incision for direct anterior approach total hip arthroplasty: a systematic review and meta-analysis. Health Sci Rep 2026;9:e72509.

  4. Liu R, et al. Comparative efficacy of direct anterior approach versus conventional surgical approaches in total hip arthroplasty: a systematic review and meta-analysis of randomized clinical trials. J Orthop Surg Res 2025;20:837.

  5. Nassar JE, et al. Direct anterior approach and posterior approach for total hip arthroplasty: a systematic umbrella review of meta-analyses of randomized controlled trials. Orthop Rev (Pavia) 2025;17:137665.

  6. Xu W, et al. Comparison of direct anterior vs. posterior approach in primary total hip arthroplasty: a systematic review and meta-analysis on enhanced recovery after surgery. Front Surg 2025;12:1586187.

  7. van Steenbergen LN, et al. Femoral head size and surgical approach affect dislocation and overall revision rates in total hip arthroplasty: up to 9-year follow-up data of 269,280 procedures in the Dutch Arthroplasty Register (LROI). Hip Int 2023;33:1056–1062.

  8. Ghandour M, et al. Direct anterior approach versus posterior approach in total hip arthroplasty: a systematic review and meta-analysis. J Orthop 2025;65:233–250.

  9. Tassinari L, et al. Leg length discrepancy after total hip arthroplasty performed by direct anterior approach: a systematic review comparing surgical approaches and strategies for prevention. EFORT Open Rev 2024;9:733–744.

  10. Wang H, et al. A comparison of the clinical efficacy of total hip arthroplasty via direct anterior approach and posterior approach: a meta-analysis. Medicine (Baltimore) 2024;103:e39237.

  11. Dahm F, et al. Incidence of lateral femoral cutaneous nerve lesions after direct anterior approach primary total hip arthroplasty – a literature review. Orthop Traumatol Surg Res 2021;107:102956.

  12. Dimitriu AL, et al. Comparative analysis of surgical approaches in total hip arthroplasty: a systematic review of comparative outcomes including primary and revision cases. J Orthop Surg Res 2026;21:116.

  13. van der Velden CA, et al. When is it safe to resume driving after total hip and total knee arthroplasty? A meta-analysis of literature on post-operative brake reaction times. Bone Joint J 2017;99-B:566–576.

  14. Beswick AD, et al. What proportion of patients report long-term pain after total hip or knee replacement for osteoarthritis? A systematic review of prospective studies in unselected patients. BMJ Open 2012;2:e000435.

  15. Butler J, et al. Bikini incision vs longitudinal incision for anterior total hip arthroplasty: a systematic review. Arthroplast Today 2022;17:1–8.

  16. Kurtz SM, et al. Infection burden for hip and knee arthroplasty in the United States. J Arthroplasty 2008;23:984–991.

ข้อมูลในบทความนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจและคำแนะนำจากแพทย์

bottom of page