top of page

Reclinic
หมอคณินทร์

หน้าแรก  ›  บริการ  ›  ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม  ›  ดูแลหลังผ่าตัด

บทความสุขภาพ · ข้อเข่า ข้อสะโพก

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมและข้อสะโพกเทียม

ช่วงแรกหลังกลับบ้าน ผู้ป่วยและญาติมักมีคำถามหลายเรื่อง เช่น แผลโดนน้ำได้ไหม ต้องบริหารมากแค่ไหน และอาการแบบไหนที่ควรกลับมาพบแพทย์ การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก ช่วยให้กลับมาเดินได้ดีและใช้ข้อเทียมได้นาน หน้านี้รวบรวมการดูแลแผล อาการที่ควรรีบติดต่อแพทย์ ท่าบริหาร การเดินและกิจวัตรประจำวัน ยาที่ได้รับกลับบ้าน การป้องกันการติดเชื้อ และการนัดติดตาม หากมีข้อสงสัยระหว่างนัด สอบถาม รศ.นพ. คณินทร์ ได้ทาง LINE @khaninclinic หรือ Facebook khaninortho

รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ Reclinic หาดใหญ่

เขียนและทบทวนโดย รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์

ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ (ว.35052) · ทบทวนล่าสุด ตุลาคม 2569 · อ่านประมาณ 9 นาที

เปิดแผล

2 สัปดาห์

หลังจากนั้นอาบน้ำได้ตามปกติ

อุปกรณ์ช่วยเดิน

1–4 สัปดาห์

สะโพก 1–2 · เข่า 2–4 สัปดาห์

ยาป้องกันลิ่มเลือด

ประมาณ 35 วัน

ทั้งข้อเข่าและข้อสะโพก

ขับรถ

4–6 สัปดาห์

หลังผ่าตัด [1]

กลับบ้านแล้ว ดูแลแผลผ่าตัดอย่างไร

ระหว่างผ่าตัด แพทย์ปิดผิวแผลด้วยกาวปิดแผลทางการแพทย์ ซึ่งช่วยลดแผลซึมและกันน้ำ แล้วปิดทับด้วยพลาสเตอร์กันน้ำอีกชั้นหนึ่ง แผลเย็บด้วยไหมละลายซึ่งไม่ต้องตัดไหม ถ้าแผลแห้งดีจะไม่เปิดแผลทุกวัน เพื่อลดโอกาสที่เชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่แผล

การดูแลแผลที่บ้าน

✓  อาบน้ำได้ ให้น้ำไหลผ่านพลาสเตอร์ ไม่ต้องฟอกสบู่หรือถูบริเวณพลาสเตอร์ เพราะกาวของพลาสเตอร์อาจหลุดลอก แล้วซับให้แห้ง

✓  ถ้าแผลแห้งดี ไม่ต้องเปลี่ยนพลาสเตอร์ แพทย์จะเปิดแผลในวันนัด 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด หลังจากนั้นอาบน้ำได้ตามปกติ

✓  ถ้ามีจุดเลือดออกที่พลาสเตอร์ ให้เปลี่ยนเป็นแผ่นสำรองที่ได้รับกลับบ้าน 1 แผ่น และงดการบริหาร ลดการยืนหรือเดินลงประมาณ 1–2 วัน เพื่อไม่ให้เลือดออกเพิ่ม

✓  ถ้าแผลซึมมาก แนะนำให้กลับมาตรวจที่โรงพยาบาล

✓  ไม่ควรทายา แป้ง หรือสมุนไพรบนแผลเอง

✓  การแช่น้ำในอ่าง ลงสระว่ายน้ำ หรือลงทะเล แนะนำให้รอประมาณ 6 สัปดาห์หลังผ่าตัด

อาการชาผิวหนังข้างแผลพบได้บ่อย มักไม่รบกวนการใช้งาน และหลายรายค่อย ๆ ดีขึ้น

อาการแบบไหนควรรีบติดต่อแพทย์หรือมาก่อนนัด

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ฟื้นตัวได้ดี การสังเกตอาการที่บ้านช่วยให้แพทย์ดูแลได้ทันเมื่อมีปัญหา หากมีอาการต่อไปนี้ ให้ติดต่อแพทย์หรือมาตรวจก่อนวันนัด

แผลผิดปกติ

รอบแผลบวมแดงและร้อน มีน้ำเหลืองหรือเลือดซึมมาก หรือแผลแยก แนะนำให้กลับมาตรวจที่โรงพยาบาล

ไข้ร่วมกับข้อบวมแดงร้อน

อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่ข้อเทียม ซึ่งพบประมาณ 1 ใน 100 ราย [2] การมาพบแพทย์เร็วช่วยให้วางแผนรักษาได้ทัน

ปวดมากขึ้นทุกวัน

เดินแล้วเจ็บมากขึ้นทุกวันแทนที่จะค่อย ๆ ดีขึ้น หรือเหยียดงอข้อได้น้อยลง

ขาบวมร่วมกับปวดน่อง

ขาบวมและปวดน่อง ที่นอนพักยกขาสูงแล้วไม่ดีขึ้น อาจเป็นลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำที่ขา

หกล้มหรือข้อไม่มั่นคง

หกล้มหรือมีอุบัติเหตุบริเวณที่ผ่าตัด หรือเดินแล้วรู้สึกข้อไม่มั่นคงเหมือนจะหลุด ผู้ที่ผ่าตัดข้อสะโพก หากปวดมากทันทีและขาบิดผิดรูป ให้รีบมาโรงพยาบาล

⚠  ไปห้องฉุกเฉินทันที หากมี

หายใจเหนื่อย หอบ เจ็บหน้าอก หรือไอเป็นเลือด ส่วนอาการอื่นด้านบน ติดต่อสอบถาม รศ.นพ. คณินทร์ ได้ทาง LINE @khaninclinic หรือ Facebook khaninortho หรือโทร 062-498-3913

ท่าบริหารหลังผ่าตัด

หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า การเหยียดเข่าให้ตรงและงอเข่าให้ได้สุดเป็นเป้าหมายหลักของการบริหาร เพราะเป็นตัวกำหนดว่าจะใช้เข่าในชีวิตประจำวันได้ดีแค่ไหน การเดินบนพื้นราบใช้การงอเข่าไม่ถึง 90 องศา แต่การขึ้นลงบันไดและการลุกนั่งเก้าอี้ต้องงอเข่าประมาณ 90–120 องศา [3] การศึกษาผู้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ากว่า 5,000 รายพบว่า ผู้ที่เหยียดเข่าไม่สุดตั้งแต่ 10 องศาขึ้นไป หรืองอเข่าได้น้อย มีอาการปวด การเดิน การขึ้นลงบันได และการใช้งานเข่าแย่กว่าผู้ที่เหยียดและงอเข่าได้ดี [4] ช่วง 3 เดือนแรกหลังผ่าตัดเป็นช่วงสำคัญของการฝึก

 

บริหารบ่อย ๆ แต่ครั้งละไม่นาน เช่น ทุก 1 ชั่วโมง ลุกมาบริหารประมาณ 5–10 นาที แล้วนอนพักยกขาสูงเพื่อไม่ให้ขาบวม เมื่อแข็งแรงขึ้นและขาไม่บวมแล้ว จึงค่อยเพิ่มการบริหารให้มากขึ้น

เหยียดเข่าให้ตรง (ข้อเข่า)

เข่าที่เหยียดได้ตรงช่วยให้ยืนและเดินได้มั่นคง นั่งเก้าอี้ ใช้เก้าอี้อีกตัวรองใต้ข้อเท้าให้ใต้เข่าลอย เกร็งกล้ามเนื้อต้นขาให้เข่าเหยียดตรง ค้างไว้ 10 วินาที ใช้มือช่วยกดเหนือเข่าเบา ๆ ได้

งอเข่าให้ได้สุด (ข้อเข่า)

เข่าที่งอได้มากช่วยให้ขึ้นลงบันไดและลุกนั่งได้สะดวก นั่งเก้าอี้ ใช้ขาข้างที่ไม่ได้ผ่าตัดช่วยดันขาข้างที่ผ่าตัดให้สอดเข้าไปใต้เก้าอี้ ค้างไว้ 10 วินาที

บริหารกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขา (ข้อสะโพก)

ทำท่าเหยียดเข่าเกร็งต้นขา และท่านอนตะแคงกางขา แบบเดียวกับที่ฝึกก่อนผ่าตัด →

ปั่นจักรยานอยู่กับที่ (ข้อเข่าและข้อสะโพก)

เริ่มได้เลยถ้าปั่นแล้วไม่ปวด โดยปั่นแรงฝืดน้อย ๆ ก่อน ช่วยเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ และช่วยให้เหยียดงอข้อได้ดีขึ้น

การบริหารเองที่บ้านตามคำแนะนำ ได้ผลใกล้เคียงกับการไปทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลในผู้ป่วยส่วนใหญ่ [5][6] แพทย์จะตรวจการเหยียดงอข้อให้ทุกครั้งที่มาตามนัด

การเดิน อุปกรณ์ช่วยเดิน และกิจวัตรประจำวัน

ข้อเทียมลงน้ำหนักได้เต็มที่ตั้งแต่หลังผ่าตัด อุปกรณ์ช่วยเดิน (walker) ใช้ในช่วงแรกเพื่อป้องกันการหกล้มและลดอาการปวดขณะเดิน เมื่อเดินลงน้ำหนักได้เต็มที่โดยไม่เจ็บ ก็เลิกใช้ได้

ข้อเข่าเทียม

ข้อสะโพกเทียม (ผ่าตัดแผลด้านหน้า)

ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน

ประมาณ 2–4 สัปดาห์

ประมาณ 1–2 สัปดาห์ แล้วเดินเองเมื่อทรงตัวได้ดี

ท่าทางในชีวิตประจำวัน

ไม่ต้องจำกัดท่าทาง ฝึกเหยียดงอเข่าทุกวัน

ไม่ต้องจำกัดท่าทาง ใช้งานสะโพกได้ตามปกติ

นั่งพื้น คุกเข่า

ทำได้มากน้อยต่างกัน การคุกเข่ามักค่อย ๆ ทำได้มากขึ้นในช่วง 1–3 ปีหลังผ่าตัด [7]

ขึ้นกับการเคลื่อนไหวของสะโพกก่อนผ่าตัดและการบริหาร

กลับไปทำงานนั่งโต๊ะ

ประมาณ 6–8 สัปดาห์

ประมาณ 2–4 สัปดาห์

ขับรถ

ประมาณ 4–6 สัปดาห์ [1]

ประมาณ 4–6 สัปดาห์ [1]

ออกกำลังกาย

เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำเมื่อครบ 6 สัปดาห์ ส่วนใหญ่กลับไปเล่นกีฬาแรงกระแทกต่ำได้ประมาณ 3 เดือน [8]

เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำเมื่อครบ 6 สัปดาห์

ข้อเข่าเทียม

ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน

ประมาณ 2–4 สัปดาห์

 

ท่าทางในชีวิตประจำวัน

ไม่ต้องจำกัดท่าทาง ฝึกเหยียดงอเข่าทุกวัน

 

นั่งพื้น คุกเข่า

ทำได้มากน้อยต่างกัน การคุกเข่ามักค่อย ๆ ทำได้มากขึ้นในช่วง 1–3 ปีหลังผ่าตัด [7]

 

กลับไปทำงานนั่งโต๊ะ

ประมาณ 6–8 สัปดาห์

 

ขับรถ

ประมาณ 4–6 สัปดาห์ [1]

 

ออกกำลังกาย

เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำเมื่อครบ 6 สัปดาห์ ส่วนใหญ่กลับไปเล่นกีฬาแรงกระแทกต่ำได้ประมาณ 3 เดือน [8]

ข้อสะโพกเทียม (ผ่าตัดแผลด้านหน้า)

ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน

ประมาณ 1–2 สัปดาห์ แล้วเดินเองเมื่อทรงตัวได้ดี

 

ท่าทางในชีวิตประจำวัน

ไม่ต้องจำกัดท่าทาง ใช้งานสะโพกได้ตามปกติ

 

นั่งพื้น คุกเข่า

ขึ้นกับการเคลื่อนไหวของสะโพกก่อนผ่าตัดและการบริหาร

 

กลับไปทำงานนั่งโต๊ะ

ประมาณ 2–4 สัปดาห์

 

ขับรถ

ประมาณ 4–6 สัปดาห์ [1]

 

ออกกำลังกาย

เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำเมื่อครบ 6 สัปดาห์

การขึ้นลงบันไดในช่วงแรก ให้จับราวทุกครั้ง ก้าวขึ้นด้วยขาข้างที่ไม่ได้ผ่าตัด และก้าวลงด้วยขาข้างที่ผ่าตัด ส่วนการขับรถ ควรรอจนหยุดยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วง เดินได้มั่นคง และเหยียบเบรกแรง ๆ ได้โดยไม่ปวด [1] กีฬาที่ต้องวิ่ง กระโดด หรือปะทะ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ขาบวม อาการปวด และยาที่ได้รับกลับบ้าน

สิ่งที่ควรทำเมื่อกลับบ้าน

✓  ขาบวมพบได้ในช่วง 1–2 เดือนแรก โดยเฉพาะหลังยืนหรือเดินนาน ให้นอนยกขาให้สูงกว่าระดับหน้าอก

✓  ประคบเย็นครั้งละประมาณ 15–20 นาที ใช้ผ้ารองระหว่างความเย็นกับผิว และระวังไม่ให้พลาสเตอร์เปียก งานวิจัยที่รวบรวมพบว่าการประคบเย็นอาจช่วยลดปวดและบวมได้เล็กน้อยในช่วงแรกหลังผ่าตัด [9][10]

✓  รับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง และรับประทานก่อนบริหารได้ เพื่อให้ฝึกได้เต็มที่

✓  ยาป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน ส่วนใหญ่ได้รับแอสไพรินประมาณ 35 วัน ทั้งผู้ที่ผ่าตัดข้อเข่าและข้อสะโพก ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อลิ่มเลือดอุดตันสูงจะได้รับยาริวาร็อกซาแบนแทน ประมาณ 35 วันเช่นกัน ควรรับประทานจนครบ การศึกษาแบบสุ่มขนาดเล็กในผู้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าพบว่ายาทั้งสองชนิดป้องกันลิ่มเลือดอุดตันได้ใกล้เคียงกัน [11]

✓  ยาแก้ปวดบางชนิดทำให้ท้องผูก ดื่มน้ำให้พอ และรับประทานผักและผลไม้

✓  ไม่ควรซื้อยาชุด ยาลูกกลอน หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบส่วนผสมมารับประทานเอง เพราะบางชนิดมีสเตียรอยด์ปน ซึ่งเพิ่มโอกาสติดเชื้อ

✓  ถ้ายังปวดหรือบวมนานกว่าที่คาด อ่าน ผ่าตัดเปลี่ยนข้อแล้วยังปวด ปกติไหม →

ป้องกันการติดเชื้อที่ข้อเทียมในระยะยาว

ข้อเทียมทำจากวัสดุที่ร่างกายรับได้ดี แต่เมื่อมีเชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือด เชื้อเกาะที่ข้อเทียมได้ง่ายกว่าเนื้อเยื่อปกติ การดูแลไม่ให้เกิดการติดเชื้อที่อื่นของร่างกายจึงช่วยป้องกันข้อเทียมได้

รักษาการติดเชื้อที่อื่นให้เร็ว

เช่น แผลติดเชื้อ ตุ่มหนอง ปัสสาวะแสบขัด หรือฟันผุ ควรรีบรักษา และแจ้งแพทย์ว่าใส่ข้อเทียม

ดูแลสุขภาพช่องปาก

แปรงฟันทุกวัน และตรวจฟันกับทันตแพทย์สม่ำเสมอ

ก่อนทำฟันหรือทำหัตถการ

แจ้งทันตแพทย์หรือแพทย์ทุกครั้งว่าใส่ข้อเทียม ทันตแพทย์หรือแพทย์จะพิจารณาว่าจำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะก่อนหรือไม่

ควบคุมโรคประจำตัว

ควบคุมเบาหวาน และไม่สูบบุหรี่ ช่วยลดโอกาสติดเชื้อ

แนวทางของสมาคมทันตแพทย์อเมริกันไม่แนะนำให้รับประทานยาปฏิชีวนะก่อนทำฟันเป็นประจำในผู้ที่ใส่ข้อเทียม เพราะงานวิจัยยังไม่พบว่าการทำฟันสัมพันธ์กับการติดเชื้อที่ข้อเทียม [12] การศึกษาในประเทศอังกฤษ ซึ่งไม่ให้ยาปฏิชีวนะก่อนทำฟันมาตลอด ก็ไม่พบว่าการติดเชื้อที่ข้อเทียมเพิ่มขึ้นหลังทำฟัน [13] ทันตแพทย์หรือแพทย์จะพิจารณาให้ยาเป็นรายไป เช่น ในผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ

นัดติดตามหลังผ่าตัด

1

2 สัปดาห์

เปิดแผล ตรวจแผล และดูการขยับของข้อ

2

6 สัปดาห์

ตรวจการเหยียดงอข้อและการเดิน

3

3 เดือน

ดูการใช้งานข้อในชีวิตประจำวัน

4

6 เดือน

ตรวจการใช้งานและภาวะแทรกซ้อน

5

1 ปี

ตรวจภาวะแทรกซ้อนและการสึกหรอของข้อเทียม

6

ทุกปีหลังจากนั้น

ตรวจหาการสึกหรอหรือข้อเทียมหลวม ซึ่งบางครั้งยังไม่มีอาการ

ช่วงแรกจะนัดบ่อย เมื่ออาการดีจะนัดห่างขึ้น นัดตรวจได้ทั้งที่โรงพยาบาลที่ผ่าตัด หรือที่ Reclinic ตามความสะดวกของผู้ป่วย ข้อมูลผู้ป่วยในสหราชอาณาจักรพบว่า เมื่อครบ 20 ปี ประมาณ 85% ของข้อสะโพกเทียมและ 90% ของข้อเข่าเทียมยังใช้งานได้โดยไม่ต้องผ่าตัดแก้ไข [14] การมาตามนัดช่วยให้พบปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

อ่านต่อ

เตรียมตัวก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม

ท่าบริหาร ยาที่ต้องแจ้งแพทย์ การเตรียมบ้าน และวันนอนโรงพยาบาล

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม: ภาพรวม

ข้อเข่าเทียมและข้อสะโพกเทียมต่างกันอย่างไร เมื่อไหร่จึงควรผ่าตัด

เรื่องเล่าจากผู้ป่วย

คลิปสั้นที่ผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียมเล่าความรู้สึกของตัวเองในวันแรก ๆ หลังผ่าตัด

คำถามที่พบบ่อย

นัดตรวจกับหมอคณินทร์

หากมีคำถามเรื่องการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด หรือต้องการปรึกษาเรื่องการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพก นัดตรวจกับ รศ.นพ. คณินทร์ ได้วันอังคาร–พฤหัสบดี 17.00–19.00 น. และเสาร์–อาทิตย์ 9.00–12.00 น.
โทร 062-498-3913 · LINE @khaninclinic · Facebook khaninortho

เอกสารอ้างอิง

  1. van der Velden CA, et al. When is it safe to resume driving after total hip and total knee arthroplasty? A meta-analysis of literature on post-operative brake reaction times. Bone Joint J 2017;99-B:566–576.

  2. Kurtz SM, et al. Infection burden for hip and knee arthroplasty in the United States. J Arthroplasty 2008;23:984–991.

  3. Rowe PJ, et al. Knee joint kinematics in gait and other functional activities measured using flexible electrogoniometry: how much knee motion is sufficient for normal daily life? Gait Posture 2000;12:143–155.

  4. Ritter MA, et al. The effect of postoperative range of motion on functional activities after posterior cruciate-retaining total knee arthroplasty. J Bone Joint Surg Am 2008;90:777–784.

  5. Florez-García M, et al. Efficacy and safety of home-based exercises versus individualized supervised outpatient physical therapy programs after total knee arthroplasty: a systematic review and meta-analysis. Knee Surg Sports Traumatol Arthrosc 2017;25:3340–3353.

  6. Buhagiar MA, et al. Effect of inpatient rehabilitation vs a monitored home-based program on mobility in patients with total knee arthroplasty: the HIHO randomized clinical trial. JAMA 2017;317:1037–1046.

  7. Nadeem S, Mundi R, Chaudhry H. Surgery-related predictors of kneeling ability following total knee arthroplasty: a systematic review and meta-analysis. Knee Surg Relat Res 2021;33:36.

  8. Witjes S, et al. Return to sports and physical activity after total and unicondylar knee arthroplasty: a systematic review and meta-analysis. Sports Med 2016;46:269–292.

  9. Aggarwal A, et al. Cryotherapy following total knee replacement. Cochrane Database Syst Rev 2025;10:CD007911.

  10. McGarry L, et al. Swelling management in total knee arthroplasty: a systematic review. JBJS Rev 2025;13(9).

  11. Hongnaparak T, Janejaturanon J, Iamthanaporn K, et al. Aspirin versus rivaroxaban to prevent venous thromboembolism after total knee arthroplasty: a double-blinded, randomized controlled trial. Rev Bras Ortop (Sao Paulo) 2021;57:741–746.

  12. Sollecito TP, et al. The use of prophylactic antibiotics prior to dental procedures in patients with prosthetic joints: evidence-based clinical practice guideline for dental practitioners. J Am Dent Assoc 2015;146:11–16.e8.

  13. Thornhill MH, et al. Analysis of prosthetic joint infections following invasive dental procedures in England. JAMA Netw Open 2022;5:e2142987.

  14. Bayliss LE, et al. The effect of patient age at intervention on risk of implant revision after total replacement of the hip or knee: a population-based cohort study. Lancet 2017;389:1424–1430.

ข้อมูลในบทความนี้ใช้ประกอบการดูแลตัวเองเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจและคำแนะนำจากแพทย์

bottom of page