top of page

Reclinic
หมอคณินทร์

หน้าแรก  ›  บริการ  ›  ปวดส้นเท้า

บทความสุขภาพ · เท้าและข้อเท้า

ปวดส้นเท้า รองช้ำ
เกิดจากอะไร รักษาอย่างไร

ปวดส้นเท้าเวลาลงน้ำหนักก้าวแรกตอนเช้า หรือหลังนั่งพักนาน ๆ มักเกิดจากรองช้ำ หรือพังผืดฝ่าเท้าอักเสบ (plantar fasciitis) ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดใต้ส้นเท้าที่พบบ่อยในผู้ใหญ่ [1] ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการยืดเหยียด การเลือกรองเท้า ยา และการรักษาเฉพาะที่ โดยไม่ต้องผ่าตัด [1] ที่ Reclinic หาดใหญ่ รศ.นพ. คณินทร์ และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ตรวจหาสาเหตุของอาการปวดส้นเท้า รักษาด้วยยา คลื่นกระแทก และการฉีดยาที่คลินิก และแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางเท้าและข้อเท้าเมื่อจำเป็นต้องผ่าตัด

รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ Reclinic หาดใหญ่

เขียนและทบทวนโดย รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์

ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ (ว.35052) · ทบทวนล่าสุด พฤศจิกายน 2569 · อ่านประมาณ 10 นาที

ปวดใต้ส้นเท้า พบในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปประมาณ

1 ใน 10

จากการสำรวจในประชากร [2]

ผู้ที่น้ำหนักเกิน (BMI มากกว่า 27) มีโอกาสเป็นรองช้ำมากขึ้นประมาณ

3.7 เท่า

เมื่อเทียบกับผู้ที่น้ำหนักปกติ [3]

รองช้ำส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบ

ไม่ผ่าตัด

ยืดเหยียด รองเท้า และยา [1]

ฉีดยาสเตียรอยด์ ลดปวดได้ในช่วงประมาณ

1 เดือน

แรกหลังฉีด [4]

ปวดส้นเท้าแบบไหน ชวนให้นึกถึงรองช้ำ

อาการปวดส้นเท้าทุกเช้า ทำให้หลายคนเดินลำบาก ยืนทำงานได้ไม่นาน และกังวลว่าจะต้องเป็นไปตลอดหรือต้องผ่าตัดเอากระดูกงอกออก ความกังวลนี้เข้าใจได้ ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นได้ด้วยการรักษาโดยไม่ผ่าตัด ลักษณะที่ชวนให้นึกถึงรองช้ำ ได้แก่

อาการที่พบบ่อย

✓  ปวดใต้ส้นเท้าด้านใน เวลาลงน้ำหนักก้าวแรกหลังตื่นนอน [1]

✓  ปวดมากเมื่อลุกเดินหลังนั่งพักนาน ๆ แล้วค่อย ๆ ทุเลาเมื่อเดินไปสักพัก [1]

✓  ปวดมากขึ้นเมื่อยืนหรือเดินนาน โดยเฉพาะบนพื้นแข็งหรือเดินเท้าเปล่า

✓  กดเจ็บชัดเจนที่จุดเดียวใต้ส้นเท้า ค่อนไปทางด้านใน [1]

✓  น่องตึง กระดกข้อเท้าขึ้นได้ไม่สุด [1]

✓  เพิ่งเปลี่ยนรองเท้า เพิ่มการเดิน วิ่ง หรือยืนทำงานมากขึ้นในช่วงก่อนมีอาการ

✓  ปวดหลังส้นเท้าเหนือจุดเกาะเอ็น อาจเป็นเอ็นร้อยหวายอักเสบ (ดูตารางในหัวข้อตรวจวินิจฉัย)

ปวดส้นเท้าร่วมกับปวดหลังช่วงล่างตั้งแต่อายุยังไม่มาก อ่านได้ที่หน้าข้ออักเสบ ส่วนชาหรือปวดแสบร้อนร้าวจากหลังลงเท้า อ่านได้ที่หน้าปวดหลังร้าวลงขา →

รองช้ำคืออะไร ใครเสี่ยง

พังผืดฝ่าเท้ารับแรงมากเกินไป

พังผืดฝ่าเท้า (plantar fascia) เป็นแผ่นเนื้อเยื่อหนาที่ยึดจากกระดูกส้นเท้าไปถึงโคนนิ้วเท้า ช่วยรับแรงและพยุงอุ้งเท้า เมื่อรับแรงซ้ำ ๆ มากเกินไป จุดเกาะที่ส้นเท้าจะเสื่อมและหนาตัว จึงปวดเวลาลงน้ำหนัก [1] แม้จะเรียกว่าอักเสบ แต่ส่วนใหญ่เป็นการเสื่อมของพังผืดมากกว่าการอักเสบจริง

ใครเสี่ยง

น้ำหนักตัวเกินเป็นปัจจัยที่พบชัดเจนในการรวบรวมงานวิจัย [3] นอกจากนี้ ได้แก่ ยืนหรือเดินนานบนพื้นแข็ง น่องตึงจนกระดกข้อเท้าได้น้อย และเพิ่มการวิ่งหรือการเดินเร็วเกินไป [1] พบได้บ่อยในวัยกลางคน และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย [2]

รองช้ำมักค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ใช้เวลาหลายเดือน บางรายเป็นนานกว่า 1 ปี การศึกษาที่ติดตามผู้ป่วยนานประมาณ 10 ปีพบว่า ผู้หญิง และผู้ที่ปวดส้นเท้าทั้งสองข้าง มีอาการนานกว่า [5] การรักษาต่อเนื่องและปรับการใช้งานจึงสำคัญ

ปวดส้นเท้าจากสาเหตุอื่นที่ต้องแยก

ตำแหน่งที่ปวดและลักษณะของอาการช่วยให้แพทย์แยกสาเหตุได้ การรักษาแต่ละสาเหตุแตกต่างกัน

รองช้ำ

ปวดใต้ส้นเท้าด้านใน ปวดก้าวแรกตอนเช้า เดินไปสักพักแล้วทุเลา [1]

เอ็นร้อยหวายอักเสบ

ปวดและตึงหลังส้นเท้าหรือเหนือส้นเท้า บางรายเอ็นหนาเป็นปุ่ม ปวดเวลาเริ่มเดิน ขึ้นบันได หรือวิ่ง [6]

ไขมันส้นเท้าบาง

ปวดตรงกลางส้นเท้า ปวดมากเมื่อยืนนานหรือเดินบนพื้นแข็ง บางรายปวดทั้งสองข้าง และกดแล้วรู้สึกถึงกระดูกใต้ผิวหนัง พบได้ประมาณ 1 ใน 7 ของผู้ที่ปวดใต้ส้นเท้า [7]

กระดูกส้นเท้าร้าว

ปวดทั้งส้นเท้า บีบด้านข้างของส้นเท้าแล้วเจ็บ มักเกิดหลังเพิ่มการเดิน วิ่ง หรือกระโดดมากในเวลาสั้น ๆ ควรตรวจและเอกซเรย์

เส้นประสาทถูกกด

ชา เสียว หรือปวดแสบร้อนที่ส้นเท้าหรือฝ่าเท้า บางรายเป็นจากเส้นประสาทที่ข้อเท้าด้านใน บางรายร้าวมาจากหลัง อ่านเพิ่มที่หน้าปวดหลังร้าวลงขา →

ข้ออักเสบและกระดูกสันหลังอักเสบ

ปวดจุดเกาะเอ็นที่ส้นเท้าทั้งสองข้าง ร่วมกับปวดหลังช่วงล่างตั้งแต่อายุน้อย หรือมีข้ออื่นบวม อ่านเพิ่มที่หน้าข้ออักเสบ →

ข้อเท้าหรือโคนนิ้วหัวแม่เท้าบวมแดงร้อนขึ้นเร็ว ไม่ใช่อาการของรองช้ำ อาจเป็นโรคเกาต์ อ่านเพิ่มที่หน้าโรคเกาต์ →

ตรวจวินิจฉัยอย่างไร ต้องเอกซเรย์ไหม

ส่วนใหญ่วินิจฉัยรองช้ำได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกาย [1] การเอกซเรย์และการตรวจอื่นใช้เมื่ออาการไม่ชัด ปวดนาน หรือสงสัยสาเหตุอื่น

ซักประวัติและตรวจเท้า

ตรวจจุดกดเจ็บ ส้นเท้า เอ็นร้อยหวาย ความตึงของน่อง รูปเท้า รองเท้าที่ใช้ และตรวจเส้นประสาทเมื่อมีอาการชา [1]

เอกซเรย์ส้นเท้าที่คลินิกเมื่อจำเป็น

แพทย์จะพิจารณาจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย เช่น สงสัยกระดูกร้าว เคยบาดเจ็บ หรืออาการไม่เหมือนรองช้ำ และจะแจ้งก่อนว่าจำเป็นหรือไม่

กระดูกงอกที่ส้นเท้า เกี่ยวกับอาการปวดแค่ไหน

การรวบรวมงานวิจัยพบว่า ผู้ที่ปวดใต้ส้นเท้ามีกระดูกงอกในภาพเอกซเรย์บ่อยกว่าคนที่ไม่ปวด แต่คนที่ไม่ปวดก็มีกระดูกงอกได้ [8] และการศึกษาที่ติดตามผู้ป่วยนานประมาณ 10 ปีพบว่า การมีกระดูกงอกไม่ได้ทำให้หายช้ากว่า [5] การรักษาจึงมุ่งที่พังผืดและการรับน้ำหนัก ไม่ใช่การเอากระดูกงอกออก

อัลตราซาวด์หรือ MRI ที่โรงพยาบาลเมื่อจำเป็น

อัลตราซาวด์เห็นพังผืดฝ่าเท้าที่หนาขึ้น โดยทั่วไปหนากว่า 4 มิลลิเมตร [8] ส่วน MRI ใช้เมื่อสงสัยกระดูกร้าว เอ็นฉีกขาด หรือก้อน ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องตรวจ

รองช้ำ

เอ็นร้อยหวายอักเสบ

ตำแหน่งที่ปวด

ใต้ส้นเท้า ค่อนไปทางด้านใน [1]

หลังส้นเท้า หรือเหนือส้นเท้าขึ้นไป [6]

เวลาที่ปวดมาก

ก้าวแรกตอนเช้า และหลังนั่งพักนาน ๆ [1]

เริ่มเดิน ขึ้นบันได วิ่ง หรือกระโดด

สิ่งที่ตรวจพบ

กดเจ็บจุดเดียวใต้ส้นเท้า น่องตึง

เอ็นหนา กดเจ็บ บางรายคลำได้เป็นปุ่ม [6]

การบริหารหลัก

ยืดพังผืดฝ่าเท้าและน่อง

ท่าเสริมความแข็งแรงของน่องแบบค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนัก [6]

การฉีดยาสเตียรอยด์

พิจารณาได้ ไม่เกิน 2 ครั้ง

ไม่แนะนำ เพราะเสี่ยงเอ็นฉีกขาด

รองช้ำ

ตำแหน่งที่ปวด

ใต้ส้นเท้า ค่อนไปทางด้านใน [1]

 

เวลาที่ปวดมาก

ก้าวแรกตอนเช้า และหลังนั่งพักนาน ๆ [1]

 

สิ่งที่ตรวจพบ

กดเจ็บจุดเดียวใต้ส้นเท้า น่องตึง

 

การบริหารหลัก

ยืดพังผืดฝ่าเท้าและน่อง

 

การฉีดยาสเตียรอยด์

พิจารณาได้ ไม่เกิน 2 ครั้ง

เอ็นร้อยหวายอักเสบ

ตำแหน่งที่ปวด

หลังส้นเท้า หรือเหนือส้นเท้าขึ้นไป [6]

 

เวลาที่ปวดมาก

เริ่มเดิน ขึ้นบันได วิ่ง หรือกระโดด

 

สิ่งที่ตรวจพบ

เอ็นหนา กดเจ็บ บางรายคลำได้เป็นปุ่ม [6]

 

การบริหารหลัก

ท่าเสริมความแข็งแรงของน่องแบบค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนัก [6]

 

การฉีดยาสเตียรอยด์

ไม่แนะนำ เพราะเสี่ยงเอ็นฉีกขาด

บางรายเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน แพทย์จะตรวจทั้งฝ่าเท้าและเอ็นร้อยหวาย เพื่อเลือกการรักษาให้ตรงจุด

รักษาปวดส้นเท้าจากรองช้ำโดยไม่ผ่าตัดอย่างไร

การรวบรวมงานวิจัยที่เปรียบเทียบการรักษาหลายวิธียังไม่พบว่าวิธีใดดีกว่าวิธีอื่นอย่างชัดเจน [9] การรักษาจึงเริ่มจากการยืดเหยียด รองเท้า และยา ที่ Reclinic หากยังปวดอยู่ แพทย์มักแนะนำคลื่นกระแทกก่อน ถ้ายังไม่ดีขึ้นจึงพิจารณาฉีดยา และหากยังไม่ดีขึ้นอีก จะแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางเท้าและข้อเท้าเพื่อพิจารณาการผ่าตัด

ยืดพังผืดฝ่าเท้าและน่องทุกวัน

งานวิจัยแบบสุ่มพบว่า การยืดพังผืดฝ่าเท้าโดยเฉพาะ ร่วมกับการยืดน่อง ช่วยลดปวดก้าวแรกตอนเช้าได้ดีกว่าการยืดน่องอย่างเดียว เมื่อทำต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ [10] และการบริหารให้ผลชัดขึ้นในระยะยาว [9] ควรทำทุกวัน โดยเฉพาะก่อนลุกจากเตียงตอนเช้า

รองเท้า แผ่นรองส้น และอุปกรณ์ดามข้อเท้าตอนกลางคืน

ใช้รองเท้าที่มีพื้นนุ่มและรองรับส้นเท้า ส่วนแผ่นรองเท้าหรือแผ่นรองส้น ผลในงานวิจัยยังไม่ตรงกัน การรวบรวมงานวิจัยหนึ่งพบว่าไม่ได้ช่วยมากกว่าแผ่นรองเท้าหลอก [11] อีกการรวบรวมพบว่าช่วยลดปวดได้เล็กน้อยในช่วง 7–12 สัปดาห์ และแผ่นรองเท้าสำเร็จรูปได้ผลไม่ต่างจากแบบสั่งทำ [12] อุปกรณ์ดามข้อเท้าตอนกลางคืนช่วยให้พังผืดและน่องถูกยืดขณะนอน และให้ผลดีขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับแผ่นรองเท้า [13] แพทย์จะแนะนำลักษณะรองเท้าและแผ่นรองที่เหมาะกับเท้าของแต่ละคน

ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)

ใช้ลดปวดในช่วงสั้นร่วมกับการยืดเหยียด งานวิจัยแบบสุ่มขนาดเล็กพบว่า ผู้ที่ได้ยาร่วมกับการยืดเหยียดและแผ่นรองส้นมีแนวโน้มปวดน้อยลง แต่ไม่แตกต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ [14] ยาจึงเป็นตัวช่วยลดปวด ไม่ใช่การรักษาหลัก

คลื่นกระแทก (Shockwave)

ผลในงานวิจัยยังไม่ตรงกัน งานวิจัยแบบสุ่มขนาดใหญ่หนึ่งไม่พบความแตกต่างจากการรักษาหลอก [15] แต่อีกงานวิจัยที่ใช้คลื่นกระแทกแบบโฟกัสพบว่าลดปวดได้มากกว่าการรักษาหลอกอย่างชัดเจน [16] และการรวบรวมงานวิจัยล่าสุดพบว่าช่วยลดปวดและเพิ่มการใช้งานในรองช้ำได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว [17] ที่ Reclinic แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูรักษารองช้ำที่ปวดเรื้อรังด้วยคลื่นกระแทกแบบโฟกัส อ่านรายละเอียดที่หน้าคลื่นกระแทก →

ฉีดยาสเตียรอยด์ผสมยาชาที่ส้นเท้า

การรวบรวมงานวิจัยของ Cochrane พบว่าช่วยลดปวดได้เล็กน้อยในช่วง 1 เดือนแรก แต่ไม่ชัดเจนหลังจากนั้น [4] งานวิจัยแบบสุ่มพบว่าการฉีดยาร่วมกับการบริหารเสริมความแข็งแรงและยืดเหยียดได้ผลดีกว่าการใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง [18] และเมื่อเทียบกับแผ่นรองเท้า การฉีดยาลดปวดได้ดีกว่าที่ 4 สัปดาห์ แต่แผ่นรองเท้าดีกว่าที่ 12 สัปดาห์ [19] ผลข้างเคียงที่ต้องระวังคือพังผืดฝ่าเท้าฉีกขาด ซึ่งพบไม่บ่อย [4] แต่เมื่อเกิดขึ้นอาจปวดอุ้งเท้าหรือกลางเท้าต่อเนื่องนาน [20] ส่วนการศึกษาระยะยาวไม่พบว่าไขมันส้นเท้าบางลงหลังฉีดยา [5] ที่ Reclinic แนะนำให้ฉีดยาไม่เกิน 2 ครั้ง หากยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางเท้าและข้อเท้า

เอ็นร้อยหวายอักเสบ รักษาหลักด้วยท่าบริหารเสริมความแข็งแรงของน่องแบบค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนัก ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 12 สัปดาห์ ร่วมกับยกส้นรองเท้าเล็กน้อยในช่วงแรก [6] คลื่นกระแทกใช้ร่วมกับการบริหารในผู้ที่ปวดเรื้อรัง ผลในงานวิจัยยังไม่ตรงกัน การรวบรวมงานวิจัยหนึ่งพบว่าช่วยให้ดีขึ้นในระยะยาว [21] แต่อีกการรวบรวมพบว่าได้ผลน้อย [17] แพทย์ไม่แนะนำการฉีดยาสเตียรอยด์ที่เอ็นร้อยหวาย เพราะเสี่ยงเอ็นฉีกขาด [22] หลังฉีดยาที่ส้นเท้า ควรงดยืนหรือเดินนาน 2 วัน ผู้ที่ค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) สูงกว่า 7.5% แพทย์จะเลื่อนการฉีดยาออกไปก่อน

ปวดส้นเท้า เมื่อไหร่ควรผ่าตัด

หลายคนกังวลว่าจะต้องผ่าตัดเอากระดูกงอกออก ความจริงคือผู้ป่วยรองช้ำส่วนน้อยเท่านั้นที่ต้องผ่าตัด [1] และการผ่าตัดไม่ได้มุ่งที่กระดูกงอก เพราะกระดูกงอกไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าอาการจะดีขึ้นหรือไม่ [5]

 

ควรพิจารณาผ่าตัดเมื่อปวดต่อเนื่องนานกว่า 6–12 เดือน แม้รักษาโดยไม่ผ่าตัดหลายวิธีอย่างสม่ำเสมอแล้ว [1] และอาการรบกวนการเดินหรือการทำงานมาก

 

วิธีผ่าตัดมีหลายแบบ เช่น การคลายกล้ามเนื้อน่องส่วนบน (gastrocnemius recession) ในผู้ที่น่องตึงมาก งานวิจัยแบบสุ่มในผู้ที่ปวดส้นเท้านานกว่า 1 ปีพบว่า การผ่าตัดร่วมกับการยืดเหยียดได้ผลดีกว่าการยืดเหยียดอย่างเดียวเมื่อครบ 12 เดือน [23] และการตัดพังผืดฝ่าเท้าบางส่วน แพทย์ผู้ผ่าตัดจะเลือกวิธีตามสาเหตุและลักษณะเท้าของแต่ละคน

 

เอ็นร้อยหวายอักเสบที่บริหารต่อเนื่องหลายเดือนแล้วยังไม่ดีขึ้น อาจพิจารณาผ่าตัดเกลาเนื้อเยื่อที่เสื่อมหรือกระดูกที่ยื่นกดเอ็น การฉีดยาที่ส้นเท้าก่อนผ่าตัดควรเว้นระยะอย่างน้อย 3 เดือน

 

เมื่อจำเป็นต้องผ่าตัด หมอคณินทร์จะอธิบายผลตรวจและเหตุผล และแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางเท้าและข้อเท้า เพื่อวางแผนการผ่าตัดที่เหมาะกับแต่ละคน

ควรนำผลเอกซเรย์เดิม รายชื่อยาที่ใช้อยู่ และรองเท้าที่ใส่ประจำมาด้วย และแจ้งวันที่ฉีดยาครั้งล่าสุด

ขั้นตอนการดูแลที่ Reclinic

1

ซักประวัติและตรวจเท้า

ตรวจส้นเท้า เอ็นร้อยหวาย น่อง รูปเท้า และรองเท้าที่ใส่ประจำ นำผลตรวจเดิมและยาที่ใช้อยู่มาด้วยได้

2

เอกซเรย์ที่คลินิกเมื่อจำเป็น

พิจารณาจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะแจ้งก่อนว่าจำเป็นหรือไม่ และค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

3

อธิบายสาเหตุและวางแผนร่วมกัน

รองช้ำ เอ็นร้อยหวาย ไขมันส้นเท้าบาง หรือสาเหตุอื่น และทางเลือกการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน

4

ท่ายืดเหยียด รองเท้า และยา

สอนท่ายืดที่ทำเองที่บ้าน แนะนำลักษณะรองเท้าและแผ่นรองส้น และให้ยาลดปวดในช่วงสั้น

5

คลื่นกระแทกกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่คลินิกรักษารองช้ำและเอ็นร้อยหวายอักเสบที่ปวดเรื้อรังด้วยคลื่นกระแทกแบบโฟกัส ผู้ป่วยจองคิวกับแพทย์ท่านใดก็ได้ตามวันที่สะดวก

6

ฉีดยาหรือพบแพทย์เฉพาะทางเท้า

ถ้ายังไม่ดีขึ้น พิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์ผสมยาชาที่ส้นเท้าที่คลินิก ไม่เกิน 2 ครั้ง หากยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางเท้าและข้อเท้า

สอบถามอาการระหว่างนัดได้ทาง LINE @khaninclinic หรือ Facebook khaninortho

ปวดส้นเท้าในเด็ก เกิดจากอะไร

เด็กอายุประมาณ 8–15 ปี ที่ปวดส้นเท้าหลังวิ่ง กระโดด หรือเล่นกีฬา มักเกิดจากแผ่นการเจริญเติบโตของกระดูกส้นเท้าอักเสบ (calcaneal apophysitis หรือ Sever's disease) ซึ่งเป็นจุดที่เอ็นร้อยหวายดึงกระดูกส้นเท้าที่ยังโตไม่เต็มที่ [24] เด็กมักปวดหลังส้นเท้าทั้งสองข้าง เดินเขย่งหรือกะเผลกหลังเล่นกีฬา และบีบด้านข้างของส้นเท้าแล้วเจ็บ

 

ภาวะนี้หายได้เองเมื่อกระดูกโตเต็มที่ งานวิจัยแบบสุ่มในเด็ก 101 คนพบว่า การเฝ้าดูอาการและลดกิจกรรมที่ทำให้ปวด การใช้แผ่นยกส้นเท้า และการทำกายภาพบำบัด ช่วยให้ปวดลดลงได้ใกล้เคียงกันเมื่อครบ 3 เดือน [25] ส่วนแผ่นรองเท้าอาจช่วยลดปวดในระยะสั้น [24] เด็กจึงไม่จำเป็นต้องหยุดกีฬาทั้งหมด แต่ควรลดความหนักลงตามอาการ

สำหรับเด็กที่ปวดส้นเท้า แนะนำให้พบศัลยแพทย์กระดูกและข้อเด็ก และควรตรวจโดยเร็ว หากปวดข้างเดียวต่อเนื่อง ปวดตอนกลางคืน มีไข้ ส้นเท้าบวมแดง หรือเดินไม่ได้

ดูแลตัวเองอย่างไร

สิ่งที่ทำได้ทุกวัน

✓  ยืดพังผืดฝ่าเท้าและน่องทุกวัน โดยเฉพาะก่อนลุกจากเตียงตอนเช้า [10]

✓  ใส่รองเท้าที่พื้นนุ่มและรองรับส้นเท้า ทั้งนอกบ้านและในบ้าน

✓  หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง และรองเท้าพื้นแบนบาง

✓  ลดการยืนนาน วิ่ง หรือกระโดดลงชั่วคราว เปลี่ยนเป็นปั่นจักรยานหรือว่ายน้ำ

✓  ประคบเย็นหรือคลึงฝ่าเท้าบนขวดน้ำเย็นครั้งละ 10–15 นาทีหลังใช้งาน

✓  ดูแลน้ำหนักตัว เพราะน้ำหนักเกินสัมพันธ์กับรองช้ำ [3]

✓  หลีกเลี่ยงยาชุด ยาลูกกลอน หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบส่วนประกอบ ซึ่งอาจมีสเตียรอยด์ผสม [26]

อาการแบบไหนควรรีบมาพบแพทย์

หากมีอาการต่อไปนี้ ควรมาตรวจโดยเร็ว

ได้ยินเสียงดังหรือรู้สึกเหมือนถูกเตะหลังข้อเท้า แล้วเขย่งไม่ได้

อาจเป็นเอ็นร้อยหวายขาด ควรตรวจโดยเร็ว

ปวดส้นเท้ามากขึ้นเรื่อย ๆ หลังเพิ่มการเดินหรือวิ่ง บีบส้นเท้าแล้วเจ็บ

อาจเป็นกระดูกส้นเท้าร้าว

ปวดตอนกลางคืนหรือตอนพัก ร่วมกับน้ำหนักลด หรือคลำได้ก้อน

ควรตรวจหาสาเหตุ

ชา แสบร้อน หรือกล้ามเนื้อเท้าอ่อนแรง

อาจเป็นเส้นประสาทถูกกด อ่านที่หน้าปวดหลังร้าวลงขา →

มีแผลที่ส้นเท้าหรือฝ่าเท้าในผู้ที่เป็นเบาหวาน

ควรตรวจโดยเร็ว เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

⚠ ไปโรงพยาบาลทันที หาก

ส้นเท้าหรือเท้าบวมแดงร้อนร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น โดยเฉพาะหลังฉีดยาหรือมีแผล หรือเท้าเย็น ซีด ปวดมากทันที

อ่านต่อ

คลื่นกระแทก (Shockwave)

เหมาะกับอาการแบบไหน ได้ผลแค่ไหน เจ็บไหม และต้องทำกี่ครั้ง

ข้ออักเสบ

ปวดบวมข้อ กระดูกสันหลังอักเสบ และปวดจุดเกาะเอ็น

คำถามที่พบบ่อย

นัดตรวจที่ Reclinic

ปวดส้นเท้าจนเดินหรือยืนทำงานไม่สะดวก มาตรวจเพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาร่วมกันได้ รศ.นพ. คณินทร์ ออกตรวจวันอังคาร–พฤหัสบดี 17.00–19.00 น. และเสาร์–อาทิตย์ 9.00–12.00 น. · แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ออกตรวจวันจันทร์–พฤหัสบดี 17.00–19.00 น. และวันอาทิตย์ 9.00–12.00 น.
โทร 062-498-3913 · LINE @khaninclinic · Facebook khaninortho

เอกสารอ้างอิง

  1. Koc TA Jr, et al. Heel pain – plantar fasciitis: revision 2023. J Orthop Sports Phys Ther 2023;53(12):CPG1–CPG39.

  2. Thomas MJ, et al. Plantar heel pain in middle-aged and older adults: population prevalence, associations with health status and lifestyle factors, and frequency of healthcare use. BMC Musculoskelet Disord 2019;20:337.

  3. van Leeuwen KDB, et al. Higher body mass index is associated with plantar fasciopathy/'plantar fasciitis': systematic review and meta-analysis of various clinical and imaging risk factors. Br J Sports Med 2016;50:972–981.

  4. David JA, et al. Injected corticosteroids for treating plantar heel pain in adults. Cochrane Database Syst Rev 2017;6:CD009348.

  5. Hansen L, et al. Long-term prognosis of plantar fasciitis: a 5- to 15-year follow-up study of 174 patients with ultrasound examination. Orthop J Sports Med 2018;6:2325967118757983.

  6. Martin RL, et al. Achilles pain, stiffness, and muscle power deficits: midportion Achilles tendinopathy revision 2018. J Orthop Sports Phys Ther 2018;48(5):A1–A38.

  7. Yi TI, et al. Clinical characteristics of the causes of plantar heel pain. Ann Rehabil Med 2011;35:507–513.

  8. McMillan AM, et al. Diagnostic imaging for chronic plantar heel pain: a systematic review and meta-analysis. J Foot Ankle Res 2009;2:32.

  9. Babatunde OO, et al. Comparative effectiveness of treatment options for plantar heel pain: a systematic review with network meta-analysis. Br J Sports Med 2019;53:182–194.

  10. DiGiovanni BF, et al. Tissue-specific plantar fascia-stretching exercise enhances outcomes in patients with chronic heel pain: a prospective, randomized study. J Bone Joint Surg Am 2003;85:1270–1277.

  11. Rasenberg N, et al. Efficacy of foot orthoses for the treatment of plantar heel pain: a systematic review and meta-analysis. Br J Sports Med 2018;52:1040–1046.

  12. Whittaker GA, et al. Foot orthoses for plantar heel pain: a systematic review and meta-analysis. Br J Sports Med 2018;52:322–328.

  13. Schuitema D, et al. Effectiveness of mechanical treatment for plantar fasciitis: a systematic review. J Sport Rehabil 2020;29:657–674.

  14. Donley BG, et al. The efficacy of oral nonsteroidal anti-inflammatory medication (NSAID) in the treatment of plantar fasciitis: a randomized, prospective, placebo-controlled study. Foot Ankle Int 2007;28:20–23.

  15. Haake M, et al. Extracorporeal shock wave therapy for plantar fasciitis: randomised controlled multicentre trial. BMJ 2003;327:75.

  16. Gollwitzer H, et al. Clinically relevant effectiveness of focused extracorporeal shock wave therapy in the treatment of chronic plantar fasciitis: a randomized, controlled multicenter study. J Bone Joint Surg Am 2015;97:701–708.

  17. Charles R, et al. The effectiveness of shockwave therapy on patellar tendinopathy, Achilles tendinopathy, and plantar fasciitis: a systematic review and meta-analysis. Front Immunol 2023;14:1193835.

  18. Johannsen FE, et al. Corticosteroid injection is the best treatment in plantar fasciitis if combined with controlled training. Knee Surg Sports Traumatol Arthrosc 2019;27:5–12.

  19. Whittaker GA, et al. Effectiveness of foot orthoses versus corticosteroid injection for plantar heel pain: the SOOTHE randomized clinical trial. J Orthop Sports Phys Ther 2019;49:491–500.

  20. Acevedo JI, Beskin JL. Complications of plantar fascia rupture associated with corticosteroid injection. Foot Ankle Int 1998;19:91–97.

  21. Rhim HC, et al. Comparative efficacy and tolerability of nonsurgical therapies for the treatment of midportion Achilles tendinopathy: a systematic review with network meta-analysis. Orthop J Sports Med 2020;8:2325967120930567.

  22. Sleeswijk Visser TS, et al. Terminating corticosteroid injection in tendinopathy? Hasta la vista, baby. J Orthop Sports Phys Ther 2024;54:10–13.

  23. Molund M, et al. Proximal medial gastrocnemius recession and stretching versus stretching as treatment of chronic plantar heel pain. Foot Ankle Int 2018;39:1423–1431.

  24. James AM, et al. Effectiveness of interventions in reducing pain and maintaining physical activity in children and adolescents with calcaneal apophysitis (Sever's disease): a systematic review. J Foot Ankle Res 2013;6:16.

  25. Wiegerinck JI, et al. Treatment of calcaneal apophysitis: wait and see versus orthotic device versus physical therapy: a pragmatic therapeutic randomized clinical trial. J Pediatr Orthop 2016;36:152–157.

  26. Klinsunthorn N, et al. Determination of steroids adulterated in liquid herbal medicines using QuEChERS sample preparation and high-performance liquid chromatography. J Pharm Biomed Anal 2011;55:1175–1178.

ข้อมูลในบทความนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจและคำแนะนำจากแพทย์

bottom of page