top of page

Reclinic
หมอคณินทร์

หน้าแรก  ›  บริการ  ›  ปวดหลังร้าวลงขา

บทความสุขภาพ · ปวดหลัง

ปวดหลังร้าวลงขา
เกิดจากอะไร รักษาอย่างไร

ปวดหลังร้าวลงขา (sciatica) คืออาการปวดที่เริ่มจากหลังส่วนล่างหรือก้น แล้วร้าวลงขาเป็นแนว บางรายมีชาหรือขาอ่อนแรงร่วมด้วย สาเหตุที่พบบ่อยคือหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท และช่องกระดูกสันหลังตีบ [1] ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาจำนวนมากยุบลงได้เอง [2] ที่ Reclinic หาดใหญ่ รศ.นพ. คณินทร์ และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ตรวจหาสาเหตุของอาการ รักษาด้วยยา การฝังเข็ม และการดูแลโดยไม่ผ่าตัด และแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลังเมื่อจำเป็น

รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ Reclinic หาดใหญ่

เขียนและทบทวนโดย รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์

ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ (ว.35052) · ทบทวนล่าสุด พฤศจิกายน 2569 · อ่านประมาณ 10 นาที

คนทั่วโลกที่ปวดหลังส่วนล่าง

619 ล้านคน

ในปี 2020 [3]

หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมามาก

ยุบเองได้

ประมาณ 7 ใน 10 ราย [2]

ผ่าตัดเร็ว กับรักษาก่อนแล้วผ่าตัดเมื่อจำเป็น

ผลใกล้กัน

เมื่อครบ 1 ปี [4]

ชารอบก้น ปัสสาวะไม่ออก

รีบมาทันที

ภาวะเส้นประสาทถูกกดรุนแรง [5]

ปวดหลังร้าวลงขามีอาการอย่างไร

อาการปวดร้าวลงขาทำให้หลายคนนั่ง เดิน หรือนอนได้ไม่สบาย และกังวลว่าจะต้องผ่าตัด ความกังวลนี้เข้าใจได้ ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นได้ด้วยการรักษาโดยไม่ผ่าตัด อาการที่พบบ่อย ได้แก่

อาการของปวดหลังร้าวลงขา

✓  ปวดจากหลังส่วนล่างหรือก้น ร้าวลงต้นขาด้านหลังหรือด้านข้าง บางรายร้าวลงใต้เข่าถึงน่องหรือเท้า [1]

✓  ปวดขามากกว่าปวดหลัง ลักษณะแปล๊บ แสบร้อน หรือเหมือนไฟช็อต

✓  ชา เสียวซ่า หรือรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มตามแนวขาหรือเท้า

✓  ปวดมากขึ้นเวลานั่งนาน ก้มตัว ไอ หรือจาม

✓  ยืนหรือเดินได้ไม่นานก็ปวดเมื่อยหรือชาขา ต้องนั่งหรือก้มตัวพักจึงดีขึ้น [6]

✓  ปวดก้นข้างเดียว นั่งนานแล้วปวดมากขึ้น [7]

✓  ขาหรือเท้าอ่อนแรง เช่น เดินแล้วเท้าตก หรือเขย่งปลายเท้าไม่ขึ้น (ควรรีบมาตรวจ)

ปวดขาหนีบหรือปวดก้นที่มาจากข้อสะโพก อ่านได้ที่หน้าข้อสะโพกเสื่อม ส่วนปวดหลังที่เริ่มตั้งแต่อายุยังน้อยและดีขึ้นเมื่อขยับ อ่านได้ที่หน้าข้ออักเสบ →

ปวดหลังร้าวลงขาเกิดจากอะไร

เส้นประสาทถูกกดหรืออักเสบ

เส้นประสาทที่ออกจากกระดูกสันหลังส่วนเอวรวมกันเป็นเส้นประสาทไซแอติก (sciatic nerve) ทอดยาวจากก้นลงไปถึงเท้า เมื่อรากประสาทถูกกด เช่น จากหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาหรือช่องกระดูกสันหลังที่แคบลง ร่วมกับการอักเสบรอบเส้นประสาท จึงปวดร้าวลงขาตามแนวเส้นประสาทนั้น [1]

ปวดหลังทั่วไปกับปวดร้าวลงขาต่างกันอย่างไร

ปวดหลังส่วนใหญ่มาจากกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ และหมอนรองกระดูกร่วมกัน ซึ่งอาจปวดลามลงก้นหรือต้นขาได้ แต่ไม่ร้าวเป็นแนวลงใต้เข่าและไม่มีชาหรืออ่อนแรง [8] ส่วนปวดร้าวลงขาจากเส้นประสาท มักปวดขามากกว่าหลัง และร้าวเป็นแนวลงไปถึงน่องหรือเท้า

ภาพ MRI ของคนที่ไม่มีอาการปวดหลังเลย ก็พบหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือปลิ้นได้บ่อย และพบมากขึ้นตามอายุ [9] แพทย์จึงดูผลตรวจร่วมกับอาการและการตรวจร่างกายเสมอ ผล MRI ที่ดูน่ากังวลไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัด

สาเหตุของปวดหลังร้าวลงขาที่พบบ่อย

สาเหตุที่แตกต่างกันมีอาการบางอย่างคล้ายกัน แพทย์จึงต้องซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อแยกโรคก่อนเริ่มรักษา

หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมากดรากประสาท พบบ่อยในวัยทำงาน มักปวดร้าวลงขาข้างเดียว ปวดมากขึ้นเวลานั่ง ก้ม ไอ หรือจาม [1] การรวบรวมงานวิจัยพบว่าหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมามากยุบลงได้เองประมาณ 7 ใน 10 ราย ส่วนที่ปลิ้นเพียงเล็กน้อยยุบลงได้น้อยกว่า [2]

ช่องกระดูกสันหลังตีบจากกระดูกสันหลังเสื่อม

กระดูกงอก เอ็นหนาตัว และหมอนรองกระดูกเสื่อม ทำให้ช่องที่เส้นประสาทผ่านแคบลง พบมากขึ้นตามอายุ บางรายมีกระดูกสันหลังเคลื่อนร่วมด้วย มักปวดเมื่อยหรือชาขาเวลายืนหรือเดินนาน และดีขึ้นเมื่อนั่งหรือก้มตัวไปข้างหน้า [6]

กล้ามเนื้อก้นรัดเส้นประสาท (piriformis syndrome)

กล้ามเนื้อมัดลึกในก้นกดเส้นประสาทไซแอติก ปวดก้นและนั่งนานแล้วปวดมากขึ้น [7] ยังเป็นภาวะที่วินิจฉัยได้ไม่ชัดเจน แพทย์จึงตรวจกระดูกสันหลังก่อนเสมอ (รายละเอียดในหัวข้อด้านล่าง)

ปวดจากกล้ามเนื้อและข้อต่อของหลัง

ปวดหลังและอาจลามลงก้นหรือต้นขา แต่ไม่มีชาหรืออ่อนแรง [8] ส่วนใหญ่ดีขึ้นด้วยการขยับตัว ออกกำลังกาย และยา บางรายใช้การฝังเข็มที่จุดกดเจ็บร่วมด้วย

ปวดจากข้อสะโพก

ข้อสะโพกเสื่อมอาจปวดขาหนีบ ก้น หรือต้นขา จนเข้าใจผิดว่าเป็นปัญหาของหลัง ผู้สูงอายุบางรายมีทั้งสองอย่างร่วมกัน แพทย์จึงตรวจข้อสะโพกร่วมด้วย อ่านเพิ่มที่หน้าข้อสะโพกเสื่อม →

สาเหตุที่พบน้อยแต่ต้องตรวจให้ชัด

เช่น กระดูกสันหลังหักจากกระดูกพรุน การติดเชื้อ หรือมะเร็งที่กระจายมาที่กระดูกสันหลัง [10] และโรคกระดูกสันหลังอักเสบ ซึ่งมักเริ่มปวดหลังตั้งแต่อายุยังน้อย (อ่านที่หน้าข้ออักเสบ)

กระดูกสันหลังคดอาจทำให้ปวดหลังหรือปวดร้าวลงขาได้ แพทย์จะตรวจและให้ยาบรรเทาอาการ และแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง เพื่อประเมินความคดและวางแผนการรักษาระยะยาว ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

ตรวจวินิจฉัยอย่างไร ต้องทำ MRI ไหม

การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย ซึ่งช่วยบอกได้ว่าอาการมาจากเส้นประสาทเส้นไหน และมีสัญญาณอันตรายหรือไม่ ผู้ที่ไม่มีสัญญาณอันตราย การทำ MRI หรือเอกซเรย์ตั้งแต่แรกไม่ได้ช่วยให้หายเร็วขึ้น [11]

ซักประวัติและตรวจร่างกาย

ตรวจกำลังกล้ามเนื้อขา การรับความรู้สึก รีเฟล็กซ์ การยกขาตรง และตรวจข้อสะโพก เพื่อแยกว่าปวดจากเส้นประสาท กล้ามเนื้อ หรือข้อสะโพก [1]

เอกซเรย์หลังที่คลินิก

เมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น เช่น ผู้สูงอายุ เคยอุบัติเหตุ หรือสงสัยกระดูกสันหลังเคลื่อนหรือคด เอกซเรย์เห็นกระดูก แต่ไม่เห็นหมอนรองกระดูกและเส้นประสาท

MRI ที่โรงพยาบาล

เมื่อขาอ่อนแรง มีสัญญาณอันตราย หรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้นและกำลังพิจารณาการฉีดยาหรือการผ่าตัด [11]

ผล MRI ต้องดูร่วมกับอาการ

หมอนรองกระดูกเสื่อมพบในคนไม่มีอาการตั้งแต่ประมาณ 4 ใน 10 ของคนอายุ 20 ปี ไปจนถึงเกือบทุกคนในวัย 80 ปี [9] สิ่งที่สำคัญคือ จุดที่กดทับตรงกับอาการหรือไม่

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

ช่องกระดูกสันหลังตีบ

ช่วงอายุที่พบบ่อย

วัยทำงาน

ผู้สูงอายุ พบมากขึ้นตามอายุ [6]

ลักษณะอาการ

ปวดร้าวลงขาข้างเดียวเป็นแนว มักลงใต้เข่า

ปวดเมื่อย ชา หรือขาหนัก อาจเป็นทั้งสองข้าง

ท่าที่ปวดมากขึ้น

นั่งนาน ก้มตัว ไอ จาม

ยืนนาน เดิน แอ่นหลัง

ท่าที่ดีขึ้น

นอนพัก เปลี่ยนท่า

นั่ง หรือก้มตัวไปข้างหน้า เช่น เดินเข็นรถเข็น [6]

แนวโน้มของโรค

หมอนรองกระดูกยุบลงเองได้ อาการมักดีขึ้นเป็นลำดับ [2]

ค่อยเป็นค่อยไป ประมาณ 1 ใน 3 ดีขึ้น ครึ่งหนึ่งอาการคงเดิม [6]

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

ช่วงอายุที่พบบ่อย

วัยทำงาน

 

ลักษณะอาการ

ปวดร้าวลงขาข้างเดียวเป็นแนว มักลงใต้เข่า

 

ท่าที่ปวดมากขึ้น

นั่งนาน ก้มตัว ไอ จาม

 

ท่าที่ดีขึ้น

นอนพัก เปลี่ยนท่า

 

แนวโน้มของโรค

หมอนรองกระดูกยุบลงเองได้ อาการมักดีขึ้นเป็นลำดับ [2]

ช่องกระดูกสันหลังตีบ

ช่วงอายุที่พบบ่อย

ผู้สูงอายุ พบมากขึ้นตามอายุ [6]

 

ลักษณะอาการ

ปวดเมื่อย ชา หรือขาหนัก อาจเป็นทั้งสองข้าง

 

ท่าที่ปวดมากขึ้น

ยืนนาน เดิน แอ่นหลัง

 

ท่าที่ดีขึ้น

นั่ง หรือก้มตัวไปข้างหน้า เช่น เดินเข็นรถเข็น [6]

 

แนวโน้มของโรค

ค่อยเป็นค่อยไป ประมาณ 1 ใน 3 ดีขึ้น ครึ่งหนึ่งอาการคงเดิม [6]

ผู้ป่วยบางรายมีหลายสาเหตุร่วมกัน เช่น ช่องกระดูกสันหลังตีบร่วมกับข้อสะโพกเสื่อม แพทย์จะอธิบายว่าอาการหลักมาจากส่วนใด เพื่อเลือกการรักษาให้ตรงจุด

รักษาปวดหลังร้าวลงขาโดยไม่ผ่าตัดอย่างไร

ผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มจากการรักษาโดยไม่ผ่าตัด เป้าหมายคือลดปวดให้กลับมาขยับ เดิน และทำงานได้ ระหว่างรอให้เส้นประสาทและหมอนรองกระดูกฟื้นตัว

ขยับตัวตามที่ทำได้ ไม่ต้องนอนพักนาน

การรวบรวมงานวิจัยพบว่า ในผู้ที่ปวดหลังเฉียบพลัน การแนะนำให้ขยับตัวทำกิจวัตรตามปกติได้ผลดีกว่าการนอนพักเล็กน้อย ส่วนผู้ที่ปวดร้าวลงขา การนอนพักไม่ได้ช่วยให้หายเร็วกว่า [12] ช่วงที่ปวดมากพักได้ตามอาการ แล้วค่อย ๆ กลับมาเดินและทำกิจวัตร

ยาลดปวดลดอักเสบ

แนวทางของวิทยาลัยแพทย์อเมริกันแนะนำยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาคลายกล้ามเนื้อ เมื่อต้องใช้ยาในช่วงปวดหลังเฉียบพลัน [13] สำหรับอาการร้าวลงขา ยาแก้อักเสบช่วยให้อาการโดยรวมดีขึ้นเล็กน้อย [14] แพทย์จะเลือกยาตามโรคประจำตัว การทำงานของไต และยาที่ใช้อยู่

ยาสำหรับอาการปวดจากเส้นประสาท และยาสเตียรอยด์ชนิดกิน

ผลในงานวิจัยยังไม่ตรงกัน การรวบรวมงานวิจัยล่าสุด 27 การศึกษา พบว่ายาสำหรับอาการปวดจากเส้นประสาทลดปวดได้เล็กน้อยเมื่อรวมผู้ป่วยทุกแบบ และได้ผลชัดขึ้นในผู้ที่มีลักษณะปวดจากเส้นประสาทชัดเจน เช่น ปวดแสบร้อน ชา หรือเหมือนไฟช็อตตามแนวขา [15] ส่วนงานวิจัยที่รวมผู้ป่วยหลายแบบปนกันไม่พบความแตกต่างจากยาหลอก [16] ยาสเตียรอยด์ชนิดกินระยะสั้น การรวบรวมงานวิจัยแบบสุ่มพบว่าช่วยลดปวดและให้ใช้งานได้ดีขึ้นเล็กน้อยในผู้ที่ปวดร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูก โดยไม่พบผลข้างเคียงรุนแรงจากการใช้ระยะสั้น แต่ไม่ช่วยในช่องกระดูกสันหลังตีบ [17] ผู้ป่วยแต่ละคนตอบสนองต่อยาไม่เท่ากัน แพทย์จะเลือกยาตามลักษณะอาการและโรคประจำตัว และติดตามผลข้างเคียง เช่น ง่วงหรือวิงเวียน

ออกกำลังกายและการฟื้นฟู

การรวบรวมงานวิจัยกว่า 240 การศึกษาพบว่า การออกกำลังกายช่วยลดปวดในผู้ที่ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังได้อย่างมีความหมาย [18] เมื่ออาการเฉียบพลันดีขึ้น ควรเริ่มบริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องอย่างสม่ำเสมอ

ฉีดยาสเตียรอยด์รอบเส้นประสาทที่โรงพยาบาล

การรวบรวมงานวิจัยแบบสุ่มพบว่า การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าช่องรอบเส้นประสาท (epidural steroid injection) ช่วยลดปวดขาได้เล็กน้อยในระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน แต่ผลระยะยาวไม่ชัดเจน [19] ปัจจุบัน Reclinic ยังไม่มีบริการฉีดยาวิธีนี้ เมื่อเหมาะสม แพทย์จะแนะนำให้ไปรับการฉีดยาที่โรงพยาบาล

ไม่ควรซื้อยาชุด ยาลูกกลอน หรือยาที่ไม่ทราบส่วนประกอบมากินเอง เพราะอาจมีสเตียรอยด์ผสม [20] ซึ่งกดอาการไว้ชั่วคราว และมีผลข้างเคียงในระยะยาว

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง ผ่าตัดช่วยได้แค่ไหน

หลายคนกังวลว่าปวดร้าวลงขาแล้วจะต้องผ่าตัด ข้อมูลจากงานวิจัยช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น งานวิจัยแบบสุ่มในผู้ที่ปวดร้าวลงขารุนแรงนาน 6–12 สัปดาห์ จำนวน 283 ราย พบว่า กลุ่มที่ผ่าตัดเร็ว ปวดขาหายเร็วกว่า แต่เมื่อครบ 1 ปี ทั้งสองกลุ่มหายดีใกล้เคียงกัน ประมาณ 95 ใน 100 ราย และกลุ่มที่รักษาโดยไม่ผ่าตัดก่อน ประมาณ 4 ใน 10 รายได้ผ่าตัดในภายหลัง [4]

 

ในการดูแลผู้ป่วยทั่วไป ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่ปวดร้าวลงขาดีขึ้นชัดเจนภายใน 1 ปี และผู้ที่เชื่อว่าอาการจะเป็นอยู่นาน มีแนวโน้มดีขึ้นช้ากว่า [21] การเข้าใจโรคและค่อย ๆ กลับมาทำกิจวัตรจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา

 

ช่องกระดูกสันหลังตีบ การรวบรวมงานวิจัยแบบสุ่มพบว่า การผ่าตัดขยายช่องกระดูกสันหลังกับการรักษาโดยไม่ผ่าตัด ให้ผลใกล้เคียงกันในปีแรก และการผ่าตัดดีกว่าเล็กน้อยที่ 2 ปี แต่คุณภาพหลักฐานยังต่ำ [22] การผ่าตัดจึงเหมาะกับผู้ที่รักษาโดยไม่ผ่าตัดแล้วยังเดินได้สั้นลงหรือปวดจนใช้ชีวิตลำบาก [6]

 

ควรพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลังเมื่อ ขาอ่อนแรงหรืออ่อนแรงมากขึ้น ปวดรุนแรงจนใช้ชีวิตไม่ได้แม้รักษาแล้ว หรือรักษาโดยไม่ผ่าตัดประมาณ 6–12 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น ส่วนผู้ที่ชารอบก้นหรืออวัยวะเพศ ปัสสาวะไม่ออก หรือกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ ควรไปโรงพยาบาลทันที [5]

 

หมอคณินทร์ดูแลการผ่าตัดข้อเข่าและข้อสะโพก ไม่ได้ผ่าตัดกระดูกสันหลัง เมื่อการผ่าตัดอาจช่วยได้ แพทย์ที่ Reclinic จะอธิบายผลตรวจ และแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง เพื่อให้ได้รับการประเมินและการผ่าตัดที่เหมาะสม

ควรนำผล MRI เอกซเรย์เดิม และรายชื่อยาที่ใช้อยู่ ไปด้วยเมื่อพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง จะช่วยให้ไม่ต้องตรวจซ้ำโดยไม่จำเป็น

ขั้นตอนการดูแลที่ Reclinic

1

ซักประวัติและตรวจร่างกาย

ตรวจหลัง ข้อสะโพก เส้นประสาท และกำลังกล้ามเนื้อขา นำผล MRI เอกซเรย์เดิม และยาที่ใช้อยู่มาด้วยได้

2

เอกซเรย์หลังที่คลินิกเมื่อจำเป็น

แพทย์จะแจ้งก่อนว่าจำเป็นต้องเอกซเรย์หรือไม่ และค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

3

อธิบายสาเหตุและวางแผนร่วมกัน

ปวดจากเส้นประสาท กล้ามเนื้อ หรือข้อสะโพก และทางเลือกการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน

4

รักษาด้วยยาและคำแนะนำ

ยาลดปวดลดอักเสบตามความเหมาะสม วิธีขยับตัว ท่านั่ง ท่านอน และท่าบริหารที่ทำได้เองที่บ้าน

5

ดูแลร่วมกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่คลินิกดูแลอาการปวดหลังร้าวลงขาได้เช่นกัน ด้วยยา และหรือการฝังเข็มที่จุดกดเจ็บ ผู้ป่วยจองคิวกับแพทย์ท่านใดก็ได้ตามวันที่สะดวก

6

ติดตามอาการ

ถ้าขาอ่อนแรง หรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้น แพทย์จะแนะนำตรวจ MRI ที่โรงพยาบาล และแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง

สอบถามอาการระหว่างนัดได้ทาง LINE @khaninclinic หรือ Facebook khaninortho

กล้ามเนื้อก้นรัดเส้นประสาท (piriformis syndrome) คืออะไร

กล้ามเนื้อพิริฟอร์มิส (piriformis) เป็นกล้ามเนื้อมัดลึกในก้น อยู่ใกล้เส้นประสาทไซแอติก เมื่อกล้ามเนื้อนี้ตึงหรือเกร็ง อาจกดเส้นประสาทจนปวดก้นร้าวลงขาได้ การรวบรวมรายงานผู้ป่วยพบลักษณะที่พบบ่อย 4 อย่าง คือ ปวดก้น นั่งนานแล้วปวดมากขึ้น กดเจ็บบริเวณก้นด้านนอก และปวดมากขึ้นเมื่อยืดหรือเกร็งกล้ามเนื้อนี้ [7]

 

ภาวะนี้ยังวินิจฉัยได้ไม่ชัดเจน เพราะยังไม่มีการตรวจที่แม่นยำ และอาการคล้ายหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท [7] แพทย์จึงตรวจกระดูกสันหลังและข้อสะโพกก่อนเสมอ การรักษาหลักคือการยืดกล้ามเนื้อก้น ยาลดปวด และปรับท่านั่ง บางรายใช้การฝังเข็มที่จุดกดเจ็บร่วมด้วย

นั่งบนเบาะที่นุ่มพอ เลี่ยงการนั่งทับกระเป๋าสตางค์ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง และลุกเปลี่ยนท่าเป็นระยะ

ดูแลตัวเองอย่างไร

สิ่งที่ทำได้ทุกวัน

✓  ขยับตัวและเดินระยะสั้นบ่อย ๆ ตามที่ทำได้ ไม่ต้องนอนพักบนเตียงหลายวัน [12]

✓  ประคบอุ่นบริเวณหลังหรือก้น ช่วยลดปวดในช่วงปวดเฉียบพลัน [13]

✓  ช่วงที่ปวดมาก เลี่ยงการยกของหนัก การก้มบิดตัว และการนั่งนาน ลุกเปลี่ยนท่าเป็นระยะ

✓  ผู้ที่เดินแล้วปวดขาจากช่องกระดูกสันหลังตีบ ลดการยืนหรือเดินต่อเนื่องนาน แบ่งเดินเป็นช่วงสั้น ๆ และพักนั่งหรือก้มตัวเมื่อปวด [6]

✓  เมื่ออาการดีขึ้น บริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องสม่ำเสมอ [18]

✓  ควบคุมน้ำหนัก เลิกสูบบุหรี่ และจัดท่าทางการทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับอาการปวดหลังในระดับประชากร [3]

✓  หลีกเลี่ยงยาชุด ยาลูกกลอน หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบส่วนประกอบ ซึ่งอาจมีสเตียรอยด์ผสม [20]

อาการแบบไหนควรรีบมาพบแพทย์

หากมีอาการต่อไปนี้ ควรมาตรวจโดยเร็ว

ขาหรือเท้าอ่อนแรง หรืออ่อนแรงมากขึ้น

เช่น เท้าตก เดินสะดุด เขย่งหรือยกปลายเท้าไม่ขึ้น อาจเป็นเส้นประสาทถูกกดมาก

ปวดหรือชาขาทั้งสองข้าง

โดยเฉพาะเมื่อเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรตรวจโดยเร็ว

ปวดหลังร่วมกับไข้ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเคยเป็นมะเร็ง

อาจเป็นการติดเชื้อหรือโรคที่กระดูกสันหลัง [10]

ปวดหลังหลังล้มหรืออุบัติเหตุ

โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่มีกระดูกพรุน หรือใช้ยาสเตียรอยด์มานาน อาจมีกระดูกสันหลังหัก [10]

ปวดรุนแรงตลอดเวลาแม้ขณะพักหรือกลางคืน

ไม่ดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่า ควรตรวจหาสาเหตุอื่น [10]

⚠ ไปโรงพยาบาลทันที หาก

ชารอบก้น ฝีเย็บ หรืออวัยวะเพศ ปัสสาวะไม่ออก กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือขาอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว อาจเป็นภาวะรากประสาทส่วนปลายถูกกดรุนแรง (cauda equina syndrome) ซึ่งการผ่าตัดภายใน 48 ชั่วโมงสัมพันธ์กับการฟื้นตัวที่ดีกว่า [5]

อ่านต่อ

ฝังเข็ม (dry needling)

คลายจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อหลังและก้น โดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

ข้อสะโพกเสื่อม

ปวดขาหนีบ ปวดก้น ที่อาจเข้าใจผิดว่าเป็นปัญหาของหลัง

คำถามที่พบบ่อย

นัดตรวจที่ Reclinic

ปวดหลังร้าวลงขาจนนั่ง เดิน หรือนอนไม่สบาย มาตรวจเพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาร่วมกันได้ รศ.นพ. คณินทร์ ออกตรวจวันอังคาร–พฤหัสบดี 17.00–19.00 น. และเสาร์–อาทิตย์ 9.00–12.00 น. · แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ออกตรวจวันจันทร์–พฤหัสบดี 17.00–19.00 น. และวันอาทิตย์ 9.00–12.00 น.
โทร 062-498-3913 · LINE @khaninclinic · Facebook khaninortho

เอกสารอ้างอิง

  1. Ropper AH, Zafonte RD. Sciatica. N Engl J Med 2015;372:1240–1248.

  2. Chiu CC, et al. The probability of spontaneous regression of lumbar herniated disc: a systematic review. Clin Rehabil 2015;29:184–195.

  3. GBD 2021 Low Back Pain Collaborators. Global, regional, and national burden of low back pain, 1990–2020, its attributable risk factors, and projections to 2050: a systematic analysis of the Global Burden of Disease Study 2021. Lancet Rheumatol 2023;5:e316–e329.

  4. Peul WC, et al. Surgery versus prolonged conservative treatment for sciatica. N Engl J Med 2007;356:2245–2256.

  5. Ahn UM, et al. Cauda equina syndrome secondary to lumbar disc herniation: a meta-analysis of surgical outcomes. Spine (Phila Pa 1976) 2000;25:1515–1522.

  6. Katz JN, et al. Diagnosis and management of lumbar spinal stenosis: a review. JAMA 2022;327:1688–1699.

  7. Hopayian K, Danielyan A. Four symptoms define the piriformis syndrome: an updated systematic review of its clinical features. Eur J Orthop Surg Traumatol 2018;28:155–164.

  8. Knezevic NN, et al. Low back pain. Lancet 2021;398:78–92.

  9. Brinjikji W, et al. Systematic literature review of imaging features of spinal degeneration in asymptomatic populations. AJNR Am J Neuroradiol 2015;36:811–816.

  10. Finucane LM, et al. International framework for red flags for potential serious spinal pathologies. J Orthop Sports Phys Ther 2020;50:350–372.

  11. Chou R, et al. Imaging strategies for low-back pain: systematic review and meta-analysis. Lancet 2009;373:463–472.

  12. Dahm KT, et al. Advice to rest in bed versus advice to stay active for acute low-back pain and sciatica. Cochrane Database Syst Rev 2010;(6):CD007612.

  13. Qaseem A, et al. Noninvasive treatments for acute, subacute, and chronic low back pain: a clinical practice guideline from the American College of Physicians. Ann Intern Med 2017;166:514–530.

  14. Rasmussen-Barr E, et al. Non-steroidal anti-inflammatory drugs for sciatica. Cochrane Database Syst Rev 2016;10:CD012382.

  15. Ward J, et al. A meta-analysis exploring the efficacy of neuropathic pain medication for low back pain or spine-related leg pain: is efficacy dependent on the presence of neuropathic pain? Drugs 2024;84:1603–1636.

  16. Enke O, et al. Anticonvulsants in the treatment of low back pain and lumbar radicular pain: a systematic review and meta-analysis. CMAJ 2018;190:E786–E793.

  17. Chou R, et al. Systemic corticosteroids for radicular and non-radicular low back pain. Cochrane Database Syst Rev 2022;10:CD012450.

  18. Hayden JA, et al. Exercise therapy for chronic low back pain. Cochrane Database Syst Rev 2021;9:CD009790.

  19. Pinto RZ, et al. Epidural corticosteroid injections in the management of sciatica: a systematic review and meta-analysis. Ann Intern Med 2012;157:865–877.

  20. Klinsunthorn N, et al. Determination of steroids adulterated in liquid herbal medicines using QuEChERS sample preparation and high-performance liquid chromatography. J Pharm Biomed Anal 2011;55:1175–1178.

  21. Konstantinou K, et al. Prognosis of sciatica and back-related leg pain in primary care: the ATLAS cohort. Spine J 2018;18:1030–1040.

  22. Zaina F, et al. Surgical versus non-surgical treatment for lumbar spinal stenosis. Cochrane Database Syst Rev 2016;(1):CD010264.

  23. Jensen OK, et al. Back pain was less explained than leg pain: a cross-sectional study using magnetic resonance imaging in low back pain patients with and without radiculopathy. BMC Musculoskelet Disord 2015;16:374.

  24. Hernando MF, et al. Deep gluteal syndrome: anatomy, imaging, and management of sciatic nerve entrapments in the subgluteal space. Skeletal Radiol 2015;44:919–934.

  25. Lesher JM, et al. Hip joint pain referral patterns: a descriptive study. Pain Med 2008;9:22–25.

  26. Pianka MA, et al. Greater trochanteric pain syndrome: evaluation and management of a wide spectrum of pathology. SAGE Open Med 2021;9:20503121211022582.

ข้อมูลในบทความนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจและคำแนะนำจากแพทย์

bottom of page