Reclinic
หมอคณินทร์
หน้าแรก › บริการ › เวชศาสตร์ฟื้นฟู › ฝังเข็ม
ฝังเข็ม (dry needling) รักษาอาการปวด
คอ บ่า ไหล่ หลัง ที่หาดใหญ่
การฝังเข็มแบบตะวันตก (dry needling) คือการใช้เข็มขนาดเล็กปักผ่านผิวหนังลงไปที่จุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อ โดยไม่มีการฉีดยา เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงและลดอาการปวด การรวบรวมงานวิจัยแบบสุ่มพบว่าช่วยลดปวดกล้ามเนื้อคอและบ่าได้มากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ [1] และได้ผลดีขึ้นเมื่อทำร่วมกับการออกกำลังกายและการปรับท่าทาง ที่ Reclinic หาดใหญ่ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูซึ่งผ่านการอบรมการฝังเข็มจะตรวจหาส าเหตุของอาการก่อน แล้วพิจารณาร่วมกับผู้ป่วยว่าการฝังเข็มเหมาะกับอาการหรือไม่
เรียบเรียงโดย Reclinic คลินิกกระดูกและข้อ และเวชศาสตร์ฟื้นฟู
ทบทวนโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู · ทบทวนล่าสุด พฤศจิกายน 2569 · อ่านประมาณ 7 นาที
ฝังเข็มช่วยอาการปวดแบบไ หน
หลายคนสนใจการฝังเข็มแต่ยังกลัวเข็ม หรือไม่แน่ใจว่าเหมาะกับอาการของตัวเองหรือไม่ การฝังเข็มเป็นการรักษาเสริมที่ช่วยลดปวดจากกล้ามเนื้อได้ในหลายภาวะ โดยแพทย์จะตรวจก่อนว่าอาการปวดมาจากอะไร
อาการที่แพทย์อาจพิจารณาฝังเข็ม
✓ ออฟฟิศซินโดรม ปวดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ หรือหลัง ที่มีจุดกดเจ็บ [1]
✓ ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง [4]
✓ ปวดกล้ามเนื้อสะโพกหรือขา ที่พบร่วมกับกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท →
✓ ปวดเข่าจากข้อเข่าเสื่อม ร่วมกับการรักษาหลัก [5]
✓ ปวดศีรษะจากความตึงเครียดที่เป็นบ่อย [6]
✓ ปวดไหล่เรื้อรังจากกล้ามเนื้อ [7]
แพทย์จะแนะนำการตรวจเพิ่มหรือการรักษาอื่นก่อน หากอาการปวดอาจมาจากโรคที่ต้องรักษาโดยตรง เช่น เส้นประสาทถูกกดจนแขนขาอ่อนแรง การติดเชื้อ หรือกระดูกหัก
ฝังเข็มคืออะไร แบบตะวันตกกับแบบจีนต่างกันอย่างไร
ฝังเข็มแบบตะวันตก (dry needling)
ปักเข็มลงที่จุดกดเจ็บ (trigger point) ในแถบกล้ามเนื้อที่ตึง [8] เพื่ อคลายกล้ามเนื้อและลดปวด แล้วถอนเข็มออกทันที หรือคาเข็มไว้ประมาณ 30 นาที ระหว่างฝังมักรู้สึกกล้ามเนื้อกระตุกสั้น ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเข็มถึงจุดกดเจ็บ ที่ Reclinic ให้บริการการฝังเข็มแบบนี้
ฝังเข็มแบบจีน (acupuncture)
ปักเข็มที่จุดฝังเข็มตามแนวทางการแพทย์แผนจีน ซึ่งอาจอยู่ทั้งบริเวณที่ปวดและบริเวณอื่นของร่างกาย ตามแนวคิดของแพทย์แผนจีนเชื่อว่าช่วยปรับการไหลเวียนของลมปราณและสมดุลของร่างกาย ปัจจุบัน Reclinic ยังไม่มีบริการฝังเข็มแบบจีน
การฝังเข็มใช้เข็มตันขนาดเล็ก ไม่มีการฉีดยาเข้าไปในร่างกาย ทางการแพทย์แผนปัจจุบันพบว่า การฝังเข็มกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารหลายชนิด เช่น เอนดอร์ฟินและเซโรโทนิน ซึ่งช่วยลดปวดและลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ
ฝังเข็มได้ผลแค่ไหน งานวิจัยว่าอย่างไร
งานวิจัยของการฝังเข็มที่จุดกดเจ็บมีมากขึ้น ผลแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ปวด สรุปได้ดังนี้
ปวดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ (ออฟฟิศซินโดรม)
การรวบรวมงานวิจัยแบบสุ่ม 20 การศึกษา ผู้ป่วยกว่า 800 ราย พบว่าลดปวดได้มากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบทั้งในช่วงไม่กี่วันแรกและช่วง 1–4 สัปดาห์ [1] การรวบรวมงานวิจัยในผู้ที่ปวดคอเรื้อรังพบว่าลดปวดได้ แต่การใช้งานคอไม่ได้ดีกว่ากายภาพบำบัด [9]
ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง
การรวบรวมงานวิจัยแบบสุ่ม 16 การศึกษาพบว่า ลดปวดได้มากกว่าการฝังเข็มหลอกหลังจบการรักษา [4] แต่งานว ิจัยส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดด้านคุณภาพ
ปวดไหล่เรื้อรังจากกล้ามเนื้อ
การรวบรวมงานวิจัยพบว่าช่วยลดปวดไหล่ได้เล็กน้อยในระยะสั้น และช่วยให้ใช้งานไหล่ได้ดีขึ้นชัดเจนกว่า [7]
ปวดศีรษะจากความตึงเครียด
การรวบรวมงานวิจัยพบว่าลดความรุนแร งของอาการปวดศีรษะได้ใกล้เคียงกับการรักษาอื่นในระยะสั้น แต่ช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น และอาจลดความถี่ของอาการปวด [6]
ข้อเข่าเสื่อม
การรวบรวมงานวิจัยแบบสุ่ม 7 การศึกษาพบว่าช่วยลดปวดและเพิ่มการใช้งานในระยะสั้น แต่ยังไม่พบความแตกต่างในระยะกลางและระยะยาว [5] การรักษาหลักยังคงเป็นการออกกำลังกายและการดูแลน้ำหนัก (อ่านเรื่องข้อเข่าเสื่อม)
ปวดสะโพกหรือขาร่วมกับเส้นประสาทถูกกด
การฝังเข็มช่วยลดปวดของกล้ามเนื้อที่เกร็งร่วมด้วย แต่ไม่ได้รักษาการกดทับเส้นประสาทโดยตรง และงานวิจัยในกลุ่มนี้ยังมีน้อย แพทย์จึงประเมินเส้นประสาทร่วมด้วยทุกครั้ง
ข้อจำกัดของงานวิจัย
งานวิจัยส่วนใหญ่เป็นการศึกษาขนาดเล ็กและติดตามผลระยะสั้น และบางการศึกษาพบว่าการรักษาอื่น เช่น กายภาพบำบัด ให้ผลดีกว่าในระยะกลาง [1][9] การฝังเข็มจึงเป็นการรักษาเสริม ไม่ใช่การรักษาแทนการออกกำลังกายหรือการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ
ผลของการฝังเข็มขึ้นกับโรค ระยะเวลาที่ปวด และการดูแลตัวเองร่วมด้วย แพทย์จะประเมินผลเป็นระยะ หากไม่ดีขึ้นจะพูดคุยทางเลือกอื่นร่วมกับผู้ป่วย เช่นคลื่นกระแทก (Shockwave) →
ฝังเข็มรู้สึกอย่างไร ต้ องทำกี่ครั้ง
ระหว่างฝังเข็ม
เข็มมีขนาดเล็กกว่าเข็มฉีดยามาก ส่วนใหญ่รู้สึกเหมือนมดกัดตอนเข็มผ่านผิว เมื่อเข็มถึงจุดกดเจ็บอาจรู้สึกกล้ามเนื้อกระตุกหรือแปล๊บสั้น ๆ แจ้งแพทย์ได้ทันทีหากเจ็บมาก
ใช้เวลานานแค่ไหน
ครั้งละประมาณ 15–30 นาที รวมเวลาคาเข็ม พักสักครู่แล้วกลับบ้านได้
ทำกี่ครั้ง
หลังฝังเข็ม 1 ครั้ง อาการปวดลดลงตั้งแต่วันแรก และลดต่อเนื่องจนถึงประมาณวันที่ 10 [2] จึงมักนัดทุกประมาณ 2 สัปดาห์ ผู้ที่ปวดเรื้อรังอาจต้องฝังเข็มต่อเนื่องระยะหนึ่ง ตามโรคและการพิจารณาของแพทย์
คาเข็มหรือไม่คาเข็ม
งานวิจัยแบบสุ่มในผู้ป่วยไทยพบว่า การฝังเข็มแบบคาเข็ม 30 นาที กับแบบไม่คาเข็ม ลดปวดได้ใกล้เคียงกันที่ 2 สัปดาห์ [10] แพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน
ฝังเข็มแบบตะวันตก (dry needling)
ฝังเข็มแบบจีน (acupuncture)
หลักการ
คลายจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อที่ตึง
ปรับการไหลเวียนของลมปราณตามแนวคิดแพทย์แผนจีน
ตำแหน่งที่ฝัง
จุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อที่ปวด
จุดฝังเข็มตามแนวทางแผนจีน ทั้งใกล้และไกลจากจุดปวด
คาเข็ม
ถอนออกทันที หรือคาไว้ประมาณ 30 นาที
มักคาเข็มไว้ระยะหนึ่ง
ใช้กับอาการ
ปวดกล้ามเนื้อ ออฟฟิศซินโดรม ปวดหลัง ปวดเข่า
หลายอาการตามแนวทางแผนจีน
ที่ Reclinic
ให้บริการ นัดประมาณทุก 2 สัปดาห์ [2]
ปัจจุบันยังไม่มีบริการ
ฝังเข็มแบบตะวันตก (dry needling)
หลักการ
คลายจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อที่ตึง
ตำแหน่งที่ฝัง
จุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อที่ปวด
คาเข็ม
ถอนออกทันที หรือคาไว้ประมาณ 30 นาที
ใช้กับอาการ
ปวดกล้ามเนื้อ ออฟฟิศซินโดรม ปวดหลัง ปวดเข่า
ที่ Reclinic
ให้บริการ นัดประมาณทุก 2 สัปดาห์ [2]
ฝังเข็มแบบจีน (acupuncture)
หลักการ
ปรับการไหลเวียนของลมปราณตามแนวคิดแพทย์แผนจีน
ตำแหน่งที่ฝัง
จุดฝังเข็มตามแนวทางแผนจีน ทั้งใกล้และไกลจากจุดปวด
คาเข็ม
มักคาเข็มไว้ระยะหนึ่ง
ใช้กับอาการ
หลายอาการตามแนวทางแผนจีน
ที่ Reclinic
ปัจจุบันยังไม่มีบริการ
หากกลัวเข็ม หรือเคยเป็นลมเมื่อเห็นเข็ม แจ้งแพทย์ก่อนได้ แพทย์จะให้นอนระหว่างฝังเข็ม หรือพิจารณาคลื่นกระแทก (Shockwave)ซึ่งไม่ใช้เข็มแทน
เตรียมตัวก่อนฝังเข็ม และใครควรแจ้งแพทย์ก่อน
ก่อนมาฝังเข็ม
✓ กินอาหารตามปกติแต่ไม่อิ่มจนเกินไป และพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรมาขณะหิว อ่อนเพลีย หรืออดนอน เพราะเพิ่มโอกาสหน้ามืดเป็นลม [11]
✓ แจ้งแพทย์เรื่องโรคประจำตัวและยาที่กินประจำทุกชนิด เพื่อพิจารณาว่าฝังเข็มได้หรือไม่
✓ ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาป้องกันเลือดแข็งตัว เช่น แอสไพริน เพียง 1 ชนิด ฝังเข็มได้ แต่ผู้ที่กินร่วมกันตั้งแต่ 2 ชนิด แพทย์จะงดการฝังเข็ม เพราะเลือดหยุดไหลช้ากว่าปกติ ไม่ควรหยุดยาเอง
✓ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคเลือดออกง่าย แจ้งแพทย์ก่อน แพทย์จะงดการฝังเข็มและเลือกวิธีรักษาอื่นที่เหมาะสม
✓ แจ้งแพทย์หากมีแผล ผื่น หรือการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะฝัง
✓ แจ้งแพทย์หากกลัวเข็มหรือเป็นลมง่าย
✓ ใส่เสื้อผ้าหลวมสบาย ไม่รัดแน่น ที่เปิดบริเวณที่ปวดได้สะดวก
ขั้นตอนฝังเข็มที่ Reclinic
1
ตรวจและวินิจฉัย
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเอกซเรย์ได้ที่คลินิกเมื่อจำเป็น เพื่อหาสาเหตุของอาการปวดและหาจุดกดเจ็บ
2
วางแผนการรักษา
อธิบายว่าการฝังเข็มเหมาะกับอาการหรือไม่ จำนวนครั้ง ผลข้างเคียงที่อาจเกิด และค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ก่อนเริ่มทุกครั้ง
3
ทำความสะอาดผิวและฝังเข็ม
ใช้เข็มปลอดเชื้อชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ผู้ป่วยนั่งหรือนอนในท่าที่สบาย
4
ถอนเข็มหรือคาเข็ม
ถอนเข็มออกทันที หรือคาเข็มไว้ประมาณ 30 นาที แจ้งแพทย์ได้ทันทีหากรู้สึกไม่สบาย
5
หลังฝังเข็ม
กดบริเวณที่ฝังเล็กน้อยเพื่อหยุดเลือด พักสักครู่แล้วกลับบ้านได้ หลีกเลี่ยงการนวดหรือออกกำลังกายหนักบริเวณที่ฝังประมาณ 1–2 วัน และทำท่ายืดที่แพทย์แนะนำต่อที่บ้าน
6
ติดตามผล
นัดฝังเข็มซ้ำประมาณทุก 2 สัปดาห์ตามแผน และประเมินผลเป็นระยะ หากไม่ดีขึ้น แพทย์จะพูดคุยทางเลือกการรักษาอื่นร่วมกับผู้ป่วย
ประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นทาง LINE @khaninclinic หรือ Facebook khaninortho ได้ก่อนมา ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นกับการตรวจ การวินิจฉัย และจำนวนครั้ง และสอบถามอาการทาง LINE หรือ Facebook ได้ระหว่างนัด
ผลข้างเคียงของการฝังเข็ม
การฝังเข็มโดยแพทย์เป็นการรักษาที่ค่อนข้างปลอดภัย การสำรวจการฝังเข็มที่จุดกดเจ็บกว่า 7,600 ครั้งพบผลข้างเคียงเล็กน้อยประมาณ 1 ใน 5 ครั้ง และไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง [3]
รอยช้ำหรือเลือดออกเล็กน้อย
พบได้บ่อย รอยช้ำประมาณ 8 ใน 100 ครั้ง [3] มักหายเองในไม่กี่วัน
ปวดหรือระบมบริเวณที่ฝัง
อาจเป็น 1–2 วัน [3] ประคบอุ่นและยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ ได้
หน้ามืด วิงเวียน หรือเป็นลม
พบไม่บ่อย [11] มักเกิดในผู้ที่หิว อ่อนเพลีย อดนอน หรือกลัวเข็ม แพทย์จะให้นอนพักจนดีขึ้น
การติดเชื้อ
พบได้น้อยมาก เพราะใช้เข็มปลอดเชื้อชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง และทำความสะอาดผิวก่อนฝังทุกครั้ง
ปอดรั่ว (pneumothorax)
พบได้น้อยมาก การศึกษาการฝังเข็มในผู้ป่วยกว่า 229,000 รายพบ 2 ราย [11] แพทย์จะฝังเข็มบริเวณหน้าอกและบ่าด้วยความระมัดระวัง
⚠ ควรรีบพบแพทย์หรือไปห้องฉุกเฉิน หาก
หลังฝังเข็มบริเวณบ่าหรือหน้าอกแล้วเจ็บหน้าอก หายใจเหนื่อยหรือหายใจไม่อิ่มมากขึ้น หรือบริเวณที่ฝังปวด บวม แดง ร้อน มีหนอง หรือมีไข้
อ่านต่อ
คลื่นกระแทก (Shockwave)
ทางเลือกที่ไม่ใช้เข็ม ช่วยรองช้ำ หินปูนเกาะเอ็นไหล่ และปวดกล้ามเนื้อ
คำถามที่พบบ่อย
เอกสารอ้างอิง
Liu L, et al. Effectiveness of dry needling for myofascial trigger points associated with neck and shoulder pain: a systematic review and meta-analysis. Arch Phys Med Rehabil 2015;96:944–955.
Khanittanuphong P, Upho P. Day of peak pain reduction by a single session of dry needling in the upper trapezius myofascial trigger points: a 14 daily follow-up study. J Bodyw Mov Ther 2020;24(4):7–12.
Brady S, et al. Adverse events following trigger point dry needling: a prospective survey of chartered physiotherapists. J Man Manip Ther 2014;22:134–140.
Hu HT, et al. Is dry needling effective for low back pain? A systematic review and PRISMA-compliant meta-analysis. Medicine (Baltimore) 2018;97:e11225.
Jiménez-Del-Barrio S, et al. The effectiveness of dry needling in patients with hip or knee osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis. Life (Basel) 2022;12:1575.
Pourahmadi M, et al. Dry needling for the treatment of tension-type, cervicogenic, or migraine headaches: a systematic review and meta-analysis. Phys Ther 2021;101:pzab068.
Navarro-Santana MJ, et al. Effects of trigger point dry needling for nontraumatic shoulder pain of musculoskeletal origin: a systematic review and meta-analysis. Phys Ther 2021;101:pzaa216.
Fernández-de-Las-Peñas C, Dommerholt J. International consensus on diagnostic criteria and clinical considerations of myofascial trigger points: a Delphi study. Pain Med 2018;19:142–150.
de Sire A, et al. Effects of dry needling on functioning and pain relief in patients with chronic nonspecific neck pain: a systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. Disabil Rehabil 2026;48:51–64.
Khanittanuphong P, Saesim A. Comparison of the effectiveness between dry needling with and without needle retention in myofascial trigger points in upper trapezius muscle: a randomized comparative trial. J Back Musculoskelet Rehabil 2022;35:1247–1255.
Witt CM, et al. Safety of acupuncture: results of a prospective observational study with 229,230 patients and introduction of a medical information and consent form. Forsch Komplementmed 2009;16:91–97.
ข้อมูลในบทความนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจและคำแนะนำจากแพทย์