Reclinic
หมอคณินทร์
บทความสุขภาพ · ข้อไหล่
ไหล่ติด ข้อไหล่ยึด
เกิดจากอะไร รักษาอย่างไร
ไหล่ติด หรือข้อไหล่ยึด (frozen shoulder, adhesive capsulitis) คือภาวะที่เยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบแล้วหนาตัวและหดรัด ทำให้ปวดไหล่และยกแขนได้น้อยลงเรื่อย ๆ พบบ่อยในวัย 40–60 ปี และพบบ่อยขึ้นในผู้ที่เป็นเบาหวาน [1][2] ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการรักษาโดยไม่ผ่าตัด แต่มักใช้เวลาหลายเดือน [1] ที่ Reclinic หาดใหญ่ รศ.นพ. คณินทร์ และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ตรวจหาสาเหตุของอาการปวดไหล่ รักษาด้วยท่าบริหาร ยา และการฉีดยาเข้าข้อไหล่ที่คลินิก และแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางข้อไหล่เมื่อจำเป็นต้องผ่าตัด

เขียนและทบทวนโดย รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ ยมธนาภรณ์
ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ (ว.35052) · ทบทวนล่าสุด พฤศจิกายน 2569 · อ่านประมาณ 10 นาที
ไหล่ติดมีอาการอย่างไร
อาการปว ดไหล่จนนอนทับไม่ได้ ยกแขนหวีผม ใส่เสื้อ หรือติดตะขอเสื้อชั้นในไม่ได้ ทำให้หลายคนกังวลว่าไหล่จะไม่กลับมาเหมือนเดิม ความกังวลนี้เข้าใจได้ ไหล่ติดส่วนใหญ่ค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อได้รับการรักษาและบริหารอย่างต่อเนื่อง ลักษณะที่ชวนให้นึกถึงไหล่ติด ได้แก่
อาการที่พบบ่อย
✓ ปวดไหล่ลึก ๆ ค่อย ๆ เป็นมากขึ้น โดยไม่มีอุบัติเหตุชัดเจน [4]
✓ ปวดตอนกลางคืน นอนตะแคงทับไหล่ข้างที่ปวดไม่ได้ [4]
✓ ยกแขนได้ไม่สุด และเมื่อให้คนอื่นช่วยยกก็ยกได้ไม่สุดเช่นกัน [5]
✓ หมุนแขนออกด้านนอกได้น้อยลงชัดเจน เช่น เอื้อมมือไปด้านข้างหรือหวีผมลำบาก [5]
✓ เอามือไขว้หลังไม่ได้ ติดตะขอเสื้อชั้นใน หรือหยิบของในกระเป๋าหลังลำบาก
✓ อายุประมาณ 40–60 ปี หรือเป็นเบาหวาน โรคไทรอยด์ [4][5]
✓ เคยต้องพักแขนนาน ๆ เช่น หลังบาดเจ็บ ผ่าตัด หรือใส่ที่คล้องแขน [5]
ปวดไหล่ร่วมกับปวดคอ ชา หรือปวดร้าวลงแขน อ่านได้ที่หน้าออฟฟิศซินโดรม ส่วนปวดไหล่เวลายกแขนแต่ยังยกได้สุด อาจเป็นโรคของเอ็นหัวไหล่ อ่านได้ที่หน้าคลื่นกระแทก →
ไหล่ติดคืออะไร มีกี่ระยะ
เยื่อหุ้มข้อไหล่ อักเสบ แล้วหนาตัวและหดรัด
ไหล่ติดมักใช้เวลาหลายเดือนถึงเป็นปี การรวบรวมงานวิจัยพบว่าผู้ที่ไม่ได้รักษา ไหล่ดีขึ้นบ้างแต่มักไม่กลับมาสุดเหมือนเดิม และส่วนใหญ่ดีขึ้นในช่วงแรก [7] การศึกษาที่ติดตามผู้ป่วยนานเฉลี่ยประมาณ 4 ปีพบว่า ประมาณ 6 ใน 10 รายไหล่กลับมาปกติหรือใกล้ปกติ ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่มีอาการเพียงเล็กน้อย และผู้ที่ปวดมากตั้งแต่แรกมักหายช้ากว่า [3] การรักษาและบริหารตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญ
ปวดไหล่ ยกแขนไม่ขึ้น จากสาเหตุอื่นที่ต้องแยก
อาการปวดไหล่มีได้หลายสาเหตุ ลักษณะการขยับและตำแหน่งที่ปวดช่วยให้แพทย์แยกโรคได้ การรักษาแต่ละสาเหตุแตกต่างกัน
ไหล่ติด
เอ็นหัวไหล่อักเสบหรือถูกกดเบียด
ปวดด้านข้างต้นแขนเวลายกแขนช่วงกลาง แต่ให้คนอื่นช่วยยกได้สุด อ่านเรื่องการรักษาด้วยคลื่นกระแทกที่หน้าคลื่นกระแทก →
เอ็นหัวไหล่ฉีกขาด
ยกแขนเองไม่ขึ้นหรือแขนอ่อนแรง โดยเฉพาะหลังล้มหรือยก ของหนัก แต่ให้คนอื่นช่วยยกได้มากกว่า ควรตรวจโดยเร็ว
หินปูนเกาะเอ็นหัวไหล่
ปวดมากขึ้นทันทีจนขยับไม่ได้ในบางช่วง เห็นหินปูนในภาพเอกซเรย์ อ่านเพิ่มที่หน้าคลื่นกระแทก →
ปวดร้าวมาจากคอ
ปวดคอ บ่า ร้าวลงแขน อาจชาหรืออ่อนแรง แต ่ขยับไหล่ได้ใกล้ปกติ การศึกษาหนึ่งพบว่าโรคของกระดูกคอพบร่วมกับไหล่ติดได้บ่อย [8] แพทย์จึงตรวจทั้งคอและไหล่ อ่านเพิ่มที่หน้าออฟฟิศซินโดรม →
ข้อไหล่เสื่อม
พบในผู้สูงอายุ ไหล่ติดและมีเสียงกรอบแกรบ เห็นข้อแคบและกระดูกงอกในภาพเอกซเรย์ ต่างจากไหล่ติดที่เอกซเรย์มักปกติ
ปวดไหล่หลังล้มแล้วขยับไม่ได้ อาจเป็นไหล่หลุดหรือกระดูกหัก ควรตรวจและเอกซเรย์ก่อนเริ่มบริหาร ส่วนปวดไหล่ซ้ายร่วมกับเจ็บแน่นหน้าอก ไม่ใช่อาการของไหล่ติด (ดูหัวข้ออาการที่ควรรีบมาพบแพทย์)
ตรวจวินิจฉัยอย่างไร ต้องเอกซเรย์หรือ MRI ไหม
ไหล่ติดวินิจฉัยได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก [4] การเอกซเรย์ใช้แยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกัน ส่วนอัลตราซาวด์และ MRI ใช้เป็นการตรวจเสริมเมื่อจำเป็น [4]
ซักประวัติและตรวจไหล่
ตรวจการขยับไหล่ทั้งตอนผู้ป่วยยกเองและตอนแพทย์ช่วยยก ตรวจกำลังของเอ็นหัวไหล่ และตรวจคอเมื่อมีอาการชาหรือปวดร้าวลงแขน [5]
เอกซเรย์ไหล่ที่คลินิกเมื่อจำเป็น
แพทย์จะพิจารณาจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย เช่น สงสัยข้อไหล่เสื่อม หินปูนเกาะเอ็น หรือเคยล้ม และจะแจ้งก่อนว่าจำเป็นหรือไม่ ไหล่ติดเองมักเห็นภาพเอกซเรย์ปกติ
ตรวจเลือดเมื่อจำเป็น
อัลตราซาวด์หรือ MRI ที่โรงพยาบาลเมื่อจำเป็น
ใช้เมื่อสงสัยเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด อาการไม่เหมือนไหล่ติด หร ือรักษาแล้วไม่ดีขึ้น ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องตรวจ [4]
ไหล่ติด
เอ็นหัวไหล่อักเสบหรือฉีกขาด
การยกแขน
ยกเองไม่สุด ให้คนอื่น ช่วยยกก็ไม่สุด [5]
ยกเองลำบาก แต่ให้คนอื่นช่วยยกได้มากกว่า
ทิศที่ขยับได้น้อย
หมุนแขนออกด้านนอก และไขว้หลัง [5]
ปวดช่วงกลางของการยกแขน
ปวดตอนกลางคืน
พบบ่อย นอนทับไหล่ไม่ได้ [4]
พบได้
ภาพเอกซเรย์
ส่วนใหญ่ปกติ
ส่วนใหญ่ปกติ บางรายเห็นหินปูน
การรักษาหลัก
ฉีดยาเข้าข้อไหล่ร่วมกับท่ายืดข้อไหล่ [9]
ท่าบริหารเสริมความแข็งแรง ฉีกขาดมากอาจต้องผ่าตัด
ไหล่ติด
เอ็นหัวไหล่อักเสบหรือฉีกขาด
การยกแขน
ยกเองลำบาก แต่ให้คนอื่นช่วยยกได้มากกว่า
ทิศที่ขยับได้น้อย
ปวดช่วงกลางของการยกแขน
ปวดตอนกลางคืน
พบได้
ภาพเอกซเรย์
ส่วนใหญ่ปกติ บางรายเห็นหินปูน
การรักษาหลัก
ท่าบริหารเสริมความแข็งแรง ฉีกขาดมากอาจต้องผ่าตัด
บางรายเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน เช่น เอ็นหัวไหล่อักเสบแล้วไม่กล้าขยับจนไหล่ติดตามมา แพทย์จะตรวจให้ครบก่อนเลือกการรักษา
รักษาไหล่ติดโดยไม่ผ่าตัดอย่างไร
การรวบรวมงานวิจัยพบว่า การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อไหล่ในช่วงแรกของโรค ร่วมกับท่าบริหารที่ทำเองที่บ้าน ให้ผลดีในผู้ที่เป็นไม่เกิน 1 ปี [9] ส่วนการรักษาอื่นเป็นตัวช่วยตามอาการ ที่ Reclinic แพทย์จะเลือกวิธีรักษาตามการวินิจฉัยและระยะของโรคในแต่ละคน
ท่ายืดข้อไหล่และท่าบริหารทุกวัน
เป็นพื้นฐานของการรักษาทุกระยะ การรวบรวมงานวิจัยของ Cochrane พบว่าการทำกายภาพบำบัดและบริหารอย่างเดียว ลดปวดได้น้อยกว่าการฉีดยาในช่วง 6–7 สัปดาห์แรก แต่ผลใกล้เคียงกันเมื่อครบ 6–12 เดือน [10] และการบริหารที่บ้านร่วมกับการฉีดยาให้ผลดีกว่าการฉีดยาอย่างเดียว [9] ช่วงที่ปวดมาก ควรยืดเบา ๆ ในระดับที่ทนได้ ไม่ควรฝืนจนปวดมาก
ยา แก้อักเสบและยาสเตียรอยด์ชนิดกินระยะสั้น
ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ช่วยลดปวด ให้นอนหลับและบริหารได้ในช่วงที่ปวดมาก ส่วนยาสเตียรอยด์ชนิดกินระยะสั้น การรวบรวมงานวิจัยพบว่าลดปวดและเพิ่มการขยับไหล่ได้ในช่วงแรก แต่ผลมักไม่อยู่นานเกิน 6 สัปดาห์ [11] ยาจึงเป็นตัวช่วยลดปวด ไม่ใช่การรักษาหลัก
ฉีดยาสเตียรอยด์ผสมยาชาเข้าข้อไหล่
การรวบรวมงานวิจัยพบว่าเป็นการรักษาเดียวที่ลดปวดและเพิ่มการใช้งานได้ชัดกว่าวิธีอื่นในช่วง 3 เดือนแรก โดยเฉพาะเมื่อฉีดในช่วงแรกของโรค [9] แต่ผลจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป [12] ตำแหน่งที่ฉีดเข้าข้อไหล่ด้านหน้าหรือด้านหลังให้ผลใกล้เคียงกัน [13] และการฉีดโดยใช้อัลตราซาวด์นำทางอาจลดปวดได้ดีกว่าเล็กน้อยในสัปดาห์แรก แต่ผลหลังจากนั้นไม่ต่างกัน [14] ที่ Reclinic แนะนำให้ฉีดยาไม่เกิน 2 ครั้ง
ขยายข้อไหล่ด้วยน้ำ (hydrodilatation)
คือการฉีดน้ำเกลือปริมาณมากร่วมกับยาสเตียรอยด์และยาชาเข้าข้อไหล่ เพื่อขยายเยื่อหุ้มข้อที่หดรัด ผลในงานวิจัยยังไม่ตรงกัน การรวบรวมงานวิจัยหนึ่งพบว่าช่วยเพิ่มการขยับไหล่และลดความลำบากในการใช้งานได้มากกว่าการฉีดยาอย่างเดียวในช่วงแรก [15] แต่อีกการรวบรวมพบว่าได้ผลเพียงเล็กน้อย [16] และการรวบรวมที่เทียบกับการฉีดยาอย่างเดียวโดยตรง พบว่าได้ผลดีกว่าเพียงบางการศึกษา [17] ปัจจุบัน Reclinic ยังไม่มีบริการขยายข้อไหล่ด้วยน้ำ แพทย์จะพิจารณาการฉีดยาเข้าข้อไหล่ร่วมกับท่าบริหารก่อน และสอบถามเรื่องวิธีนี้ได้ระหว่างการตรวจ
คลื่นกระแทก (Shockwave)
ผลในงานวิจัยยังไม่ตรงกัน การรวบรวมงานวิจัยแบบสุ่มล่าสุดเกือบ 190 การศึกษาพบว่า คลื่นกระแทกน่าจะช่วยลดปวดในระยะสั้นได้มากกว่าการรักษาทั่วไป [18] แต่อีกการรวบรวมพบว่างานวิจัยยังมีคุณภาพต่ำ จนยังไม่สามารถแนะนำเป็นการรักษาหลักได้ [19] ที่ Reclinic แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะพิจารณาคลื่นกระแทกแบบโฟกัสร่วมกับท่าบริหาร ตามการวินิจฉัยและระยะของโรค อ่านรายละเอียดที่หน้าคลื่นกระแทก →
ฝังเข็มที่จุดกดเจ็บ (dry needling) ยังไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาในไหล่ติดโดยตรง งานวิจัยในอาการปวดไหล่จากเอ็นหัวไหล่พบว่าช่วยลดปวดได้เมื่อทำร่วมกับการรักษาอื่น [20] แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูอาจใช้ลดปวดกล้ามเนื้อรอบไหล่และสะบักที่เกร็งตามมา ตามการวินิจฉัยของแต่ละคน หลังฉีดยาเข้าข้อไหล่ ควรงดใช้แขนข้างนั้นหนัก ๆ 2 วัน ผู้ที่ค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) สูงกว่า 7.5% แพทย์จะเลื่อนการฉีดยาออกไปก่อน และผู้ที่เพิ่งฉีดยาควรเว้นประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนทำคลื่นกระแทก
ไหล่ติด เมื่อไหร่ควรผ่าตัดหรือดมยาขยับข้อ
หลายคนกังวลว่าไหล่ติดต้องผ่าตัด ความจริงคือผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการรักษาโดยไม่ผ่าตัด งานวิจัยแบบสุ่มขนาดใหญ่ในสหราชอาณาจักร (UK FROST) ในผู้ป่วย 503 ราย พบว่าการทำกายภาพบำบัดร่วมกับการฉีดยา การดมยาขยับข้อ และการผ่าตัดส่องกล้อง ให้ผลใกล้เคียงกันเมื่อครบ 1 ปี [1]
อาจพิจารณาการดมยาขยับข้อหรือการผ่าตัด เมื่อไหล่ยังติดมากจนรบกวนการทำงานหรือชีวิตประจำวัน แม้รักษาโดยไม่ผ่าตัดอย่างต่อเนื่องหลายเดือนแล้ว
การดมยาขยับข้อไหล่ (manipulation under anaesthesia) แพทย์ให้ยาระงับความรู้สึก แล้วค่อย ๆ ขยับไหล่เพื่อให้เยื่อหุ้มข้อที่หดรัดคลายออก มักฉีดยาเข้าข้อร่วมด้วย การรวบรวมงานวิจัยพบว่าช่วยให้ยกแขนได้มากขึ้นชัดเจนในระยะสั้น [18] และในงานวิจัย UK FROST เป็นวิธีที่คุ้มค่ากว่าการผ่าตัดส่องกล้อง [1]
การผ่าตัดส่องกล้องตัดเยื่อหุ้มข้อ (arthroscopic capsular release) แพทย์ใช้กล้องตัดเยื่อหุ้มข้อส่วนที่หดรัด ในงานวิจัย UK FROST ได้ผลดีกว่าวิธีอื่นเล็กน้อย แต่ไม่ถึงระดับที่ผู้ป่วยรู้สึกต่างชัดเจน และพบภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงมากกว่า [1] ทั้งสองวิธีต้องทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องหลังทำ
เมื่อจำเป็นต้องดมยาขยับข้อหรือผ่าตัด หมอคณินทร์จะอธิบายผลตรวจและเหตุผล และแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางข้อไหล่ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน
ควรนำผลเอกซเรย์หรือ MRI เดิม รายชื่อยาที่ใช้อยู่ และผลค่าน้ำตาลสะสมล่าสุดมาด้วย และแจ้งวันที่ฉีดยาครั้งล่าสุด
ขั้นตอนการดูแลที่ Reclinic
1
ซักประวัติและตรวจไหล่
ตรวจการขยับไหล่ เอ็นหัวไหล่ และคอ นำ ผลตรวจเดิมและยาที่ใช้อยู่มาด้วยได้
2
เอกซเรย์ที่คลินิกเมื่อจำเป็น
พิจารณาจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะแจ้งก่อนว่าจำเป็นหรือไม่ และค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
3
อธิบายสาเหตุและวางแผนร่วมกัน
ไหล่ติด โรคของเ อ็นหัวไหล่ ปวดร้าวจากคอ หรือสาเหตุอื่น และทางเลือกการรักษาที่เหมาะกับระยะของโรค
4
ท่าบริหาร ยา และฉีดยา
สอนท่ายืดข้อไหล่ที่ทำเองที่บ้าน ให้ยาลดปวดในช่วงสั้น และพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์ผสมยาชาเข้าข้อไหล่ที่คลินิก ไม่เกิน 2 ครั้ง
5
ดูแลร่วมกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่คลินิกเลือกวิธีรักษาตามการวินิจฉัยและระยะของโรค เช่น ท่าบริหาร คลื่นกระแทกแบบโฟกัส หรือฝังเข็มที่จุดกดเจ็บ ผู้ป่วยจองคิวกับแพทย์ท่านใดก็ได้ตามวันที่สะดวก
6
ติดตามอาการหรือพบแพทย์เฉพาะทางข้อไหล่
นัดประเมินการขยับไหล่เป็นระยะ หากยังไม่ดีขึ้นจนต้องดมยาขยับข้อหรือผ่าตัด แพทย์จะแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางข้อไหล่
สอบถามอาการระหว่างนัดได้ทาง LINE @khaninclinic หรือ Facebook khaninortho
เบาหวาน ไทรอยด์ กับไหล่ติด
ผู้ที่เป็นเบาหวาน พบไหล่ติดได้ประมาณ 13 ใน 100 ราย และในผู้ที่เป็นไหล่ติด ประมาณ 3 ใน 10 รายเป็นเบาหวาน [21] การรวบรวมการศึกษาติดตามผู้ป่วยพบว่า ผู้ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นไหล่ติดมากกว่าผู้ที่ไม่เป็นประมาณ 3.7 เท่า [2] และอาจหายช้ากว่า [22] การคุมน้ำตาลให้ดีจึงช่วยทั้งเรื่องไหล่และการรักษา ผู้ที่เป็นไหล่ติดแต่ยังไม่เคยตรวจน้ำตาล ควรตรวจค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c)
โรคไทรอยด์ โดยเฉพาะไทรอยด์ทำงานต่ำ พบในผู้ที่เป็นไหล่ติดมากกว่าคนทั่วไปประมาณ 2 เท่า [23] แต่การทบทวนงานวิจัยยังไม่พบว่าผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์จะรักษาไหล่ติดได้ผลแย่กว่า [24] ผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์จึงรักษาไหล่ติดได้ตามปกติ ร่วมกับดูแลโรคไทรอยด์ต่อเนื่อง
ยาสเตียรอยด์ที่ฉีดเข้าข้อไหล่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นชั่วคราว ส่วนใหญ่ใน 2–3 วันแรกหลังฉีด แล้วกลับสู่ระดับเดิม [25] ผู้ที่เป็นเบาหวานควรตรวจน้ำตาลบ่อยขึ้นในช่วงนี้ และหากค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) สูงกว่า 7.5% แพทย์จะเลื่อนการฉีดยาออกไปก่อน อ่านเรื่องน้ำตาลหลังฉีดยาเพิ่มเติมที่หน้าฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่า →
ดูแลตัวเองอย่างไร
สิ่งที่ทำได้ทุกวัน
✓ ยืดข้อไหล่ทุกวัน วันละหลายรอบ ในระดับที่ตึงแต่ทนได้ ไม่ฝืนจนปวดมาก [9]
✓ ท่าไต่ผนัง ใช้นิ้วค่อย ๆ ไต่ผนังขึ้นด้านหน้าและด้านข้างให้สูงขึ้นทีละน้อย
✓ ท่าแกว่งแขน ก้มตัวเล็กน้อย ปล่อยแขนข้างที่ปวดห้อยลง แล้วแกว่งเป็นวงเล็ก ๆ
✓ ใช้ไม้หรือผ้าขนหนูช่วยยืด เช่น ใช้แขนข้างดีดันแขนข้างที่ปวดขึ้น หรือดึงผ้าขนหนูไขว้หลัง
✓ ประคบอุ่นก่อนยืดครั้งละ 15–20 นาที ให้ไหล่คลายตัว
✓ ใช้แขนข้างที่ปวดทำกิจวัตรเบา ๆ ต่อไป ไม่ควรห้อยแขนไว้นิ่ง ๆ หรือใช้ที่คล้องแขนนาน
✓ คุมน้ำตาลในเลือดให้ดีในผู้ที่เป็นเบาหวาน และหลีกเลี่ยงยาชุด ยาลูกกลอน หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบส่วนประกอบ ซึ่งอาจมีสเตียรอยด์ผสม [26]
อาการแบบไหนควรรีบมาพบแพทย์
อาการปวดไหล่ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่หากมีอาการต่อไปนี้ อาจไม่ใช่ไหล่ติด ควรมาตรวจโดยเร็ว
ปวดไหล่หลังล้มหรืออุบัติเหตุ แล้วขยับไม่ได้หรือไหล่ผิดรูป
อาจเป็นไหล่หลุดหรือกระดูกหัก ควรตรวจและเอกซเรย์โดยเร็ว
ยกแขนเองไม่ขึ้นทันทีหลังยกของหนักหรือล้ม
อาจเป็นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด ควรตรวจโดยเร็ว
แขนหรือมือชา อ่อนแรง หรือปวดร้าวจากคอลงแขน
อาจเป็นเส้นประสาทคอถูกกด อ่านที่หน้าออฟฟิศซินโดรม →
ปวดตลอดเวลาแม้ตอนพัก ร่วมกับน้ำหนักลด มีไข้ หรือเคยเป็นโรคมะเร็ง
ควรตรวจหาสาเหตุอื่น
ไหล่บวม แดง ร้อน โดยเฉพาะหลังฉีดยา
อาจเป็นการติดเชื้อในข้อ ควรรีบมาพบแพทย์
⚠ ไปโรงพยาบาลทันที หาก
ปวดไหล่ซ้ายหรือแขนร่วมกับเจ็บแน่นหน้าอก เหงื่อแตก หายใจเหนื่อย หรือไหล่บวมแดงร้อนร่วมกับมีไข้สูง หนาวสั่น
อ่านต่อ
คลื่นกระแทก (Shockwave)
หินปูนเกาะเอ็นหัวไหล่ เอ็นหัวไหล่อักเสบ ได้ผลแค่ไหน เจ็บไหม และต้องทำกี่ครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
นัดตรวจที่ Reclinic
ปวดไหล่จนนอนไม่สบาย หรือยกแขนได้ไม่สุดจนใช้ชีวิตไม่สะดวก มาตรวจเพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาร่วมกันได้ รศ.นพ. คณินทร์ ออกตรวจวันอังคาร–พฤหัสบดี 17.00–19.00 น. และเสาร์–อาทิตย์ 9.00–12.00 น. · แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ออกตรวจวันจันทร์–พฤหัสบดี 17.00–19.00 น. และวันอาทิตย์ 9.00–12.00 น.
โทร 062-498-3913 · LINE @khaninclinic · Facebook khaninortho
เอกสารอ้างอิง
Brealey S, et al. Surgical treatments compared with early structured physiotherapy in secondary care for adults with primary frozen shoulder: the UK FROST three-arm RCT. Health Technol Assess 2020;24(71):1–162.
Dyer BP, et al. Diabetes as a risk factor for the onset of frozen shoulder: a systematic review and meta-analysis. BMJ Open 2023;13:e062377.
Hand C, et al. Long-term outcome of frozen shoulder. J Shoulder Elbow Surg 2008;17:231–236.
Lee BC, et al. Clinical practice guidelines for diagnosis and non-surgical treatment of primary frozen shoulder. Ann Rehabil Med 2025;49:113–138.
Salamh P, et al. An international consensus on the etiology, risk factors, diagnosis and management for individuals with frozen shoulder: a Delphi study. J Man Manip Ther 2025;33:309–320.
Abrassart S, et al. 'Frozen shoulder' is ill-defined. How can it be described better? EFORT Open Rev 2020;5:273–279.
Wong CK, et al. Natural history of frozen shoulder: fact or fiction? A systematic review. Physiotherapy 2017;103:40–47.
Lee CH, et al. Association of cervical disease and metabolic comorbidities with adhesive capsulitis in patients with shoulder pain: a multivariate analysis. Medicina (Kaunas) 2026;62(6):1144.
Challoumas D, et al. Comparison of treatments for frozen shoulder: a systematic review and meta-analysis. JAMA Netw Open 2020;3:e2029581.
Page MJ, et al. Manual therapy and exercise for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev 2014;(8):CD011275.
Buchbinder R, et al. Oral steroids for adhesive capsulitis. Cochrane Database Syst Rev 2006;(4):CD006189.
Kitridis D, et al. Efficacy of pharmacological therapies for adhesive capsulitis of the shoulder: a systematic review and network meta-analysis. Am J Sports Med 2019;47:3552–3560.
Rhim HC, et al. Targeting the sweet spot: a systematic review with meta-analysis of anterior versus posterior glenohumeral joint injections for adhesive capsulitis. Clin J Sport Med 2025;35:1–12.
Zhang Y, et al. Ultrasound- versus landmark-guided corticosteroid injections in patients with shoulder pain: a meta-analysis and systematic review. J Clin Ultrasound 2025;53:525–534.
Poku D, et al. Efficacy of hydrodilatation in frozen shoulder: a systematic review and meta-analysis. Br Med Bull 2023;147:121–147.
Saltychev M, et al. Effectiveness of hydrodilatation in adhesive capsulitis of shoulder: a systematic review and meta-analysis. Scand J Surg 2018;107:285–293.
Catapano M, et al. Hydrodilatation with corticosteroid for the treatment of adhesive capsulitis: a systematic review. PM R 2018;10:623–635.
Meng J, et al. Interventions for adhesive capsulitis: systematic review and network meta-analysis of randomised controlled trials. BMJ 2026;395:e101057.
Brindisino F, et al. Effectiveness of electrophysical agents in subjects with frozen shoulder: a systematic review and meta-analysis. Disabil Rehabil 2024;46:3513–3534.
Griswold D, et al. Dry needling for subacromial pain syndrome: a systematic review with meta-analysis. Pain Med 2023;24:285–299.
Zreik NH, et al. Adhesive capsulitis of the shoulder and diabetes: a meta-analysis of prevalence. Muscles Ligaments Tendons J 2016;6:26–34.
Tang S, Tan X. Does the intervention for adhesive capsulitis in patients with diabetes differ from that for patients without diabetes? A systematic review. Medicine (Baltimore) 2024;103:e40238.
Chuang SH, et al. Association between adhesive capsulitis and thyroid disease: a meta-analysis. J Shoulder Elbow Surg 2023;32:1314–1322.
Kean Ann Phua S, et al. Does concomitant thyroid disorder lead to worse outcomes in frozen shoulder? A systematic review. J Shoulder Elbow Surg 2025;34:1322–1330.
Safran O, et al. The effect of steroid injection into the shoulder on glycemia in patients with type 2 diabetes. JSES Int 2022;6:843–848.
Klinsunthorn N, et al. Determination of steroids adulterated in liquid herbal medicines using QuEChERS sample preparation and high-performance liquid chromatography. J Pharm Biomed Anal 2011;55:1175–1178.
ข้อมูลในบทความนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจและคำแนะนำจากแพทย์