top of page

Reclinic
หมอคณินทร์

หน้าแรก  ›  บริการ  ›  ไหล่ติด

บทความสุขภาพ · ข้อไหล่

ไหล่ติด ข้อไหล่ยึด
เกิดจากอะไร รักษาอย่างไร

ไหล่ติด หรือข้อไหล่ยึด (frozen shoulder, adhesive capsulitis) คือภาวะที่เยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบแล้วหนาตัวและหดรัด ทำให้ปวดไหล่และยกแขนได้น้อยลงเรื่อย ๆ พบบ่อยในวัย 40–60 ปี และพบบ่อยขึ้นในผู้ที่เป็นเบาหวาน [1][2] ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการรักษาโดยไม่ผ่าตัด แต่มักใช้เวลาหลายเดือน [1] ที่ Reclinic หาดใหญ่ รศ.นพ. คณินทร์ และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ตรวจหาสาเหตุของอาการปวดไหล่ รักษาด้วยท่าบริหาร ยา และการฉีดยาเข้าข้อไหล่ที่คลินิก และแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางข้อไหล่เมื่อจำเป็นต้องผ่าตัด

รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ Reclinic หาดใหญ่

เขียนและทบทวนโดย รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์

ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ (ว.35052) · ทบทวนล่าสุด พฤศจิกายน 2569 · อ่านประมาณ 10 นาที

ไหล่ติด พบในคนวัย 50 ปีประมาณ

1 ใน 10

พบในผู้หญิงมากกว่าเล็กน้อย [1]

ผู้ที่เป็นเบาหวาน มีโอกาสเป็นไหล่ติดมากขึ้นประมาณ

3.7 เท่า

เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เป็นเบาหวาน [2]

งานวิจัยขนาดใหญ่ บริหารร่วมกับฉีดยา ได้ผลใกล้เคียงการผ่าตัดเมื่อครบ

1 ปี

ทั้งการดมยาขยับข้อและการส่องกล้อง [1]

ติดตามนานเฉลี่ยประมาณ 4 ปี ไหล่กลับมาปกติหรือใกล้ปกติประมาณ

6 ใน 10

ที่เหลือส่วนใหญ่มีอาการเพียงเล็กน้อย [3]

ไหล่ติดมีอาการอย่างไร

อาการปวดไหล่จนนอนทับไม่ได้ ยกแขนหวีผม ใส่เสื้อ หรือติดตะขอเสื้อชั้นในไม่ได้ ทำให้หลายคนกังวลว่าไหล่จะไม่กลับมาเหมือนเดิม ความกังวลนี้เข้าใจได้ ไหล่ติดส่วนใหญ่ค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อได้รับการรักษาและบริหารอย่างต่อเนื่อง ลักษณะที่ชวนให้นึกถึงไหล่ติด ได้แก่

อาการที่พบบ่อย

✓  ปวดไหล่ลึก ๆ ค่อย ๆ เป็นมากขึ้น โดยไม่มีอุบัติเหตุชัดเจน [4]

✓  ปวดตอนกลางคืน นอนตะแคงทับไหล่ข้างที่ปวดไม่ได้ [4]

✓  ยกแขนได้ไม่สุด และเมื่อให้คนอื่นช่วยยกก็ยกได้ไม่สุดเช่นกัน [5]

✓  หมุนแขนออกด้านนอกได้น้อยลงชัดเจน เช่น เอื้อมมือไปด้านข้างหรือหวีผมลำบาก [5]

✓  เอามือไขว้หลังไม่ได้ ติดตะขอเสื้อชั้นใน หรือหยิบของในกระเป๋าหลังลำบาก

✓  อายุประมาณ 40–60 ปี หรือเป็นเบาหวาน โรคไทรอยด์ [4][5]

✓  เคยต้องพักแขนนาน ๆ เช่น หลังบาดเจ็บ ผ่าตัด หรือใส่ที่คล้องแขน [5]

ปวดไหล่ร่วมกับปวดคอ ชา หรือปวดร้าวลงแขน อ่านได้ที่หน้าออฟฟิศซินโดรม ส่วนปวดไหล่เวลายกแขนแต่ยังยกได้สุด อาจเป็นโรคของเอ็นหัวไหล่ อ่านได้ที่หน้าคลื่นกระแทก →

ไหล่ติดคืออะไร มีกี่ระยะ

เยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบ แล้วหนาตัวและหดรัด

ข้อไหล่มีเยื่อหุ้มข้อ (joint capsule) ห่อหุ้มอยู่ เมื่อเยื่อหุ้มข้ออักเสบ จะค่อย ๆ หนาตัวและหดรัดข้อไว้ ทำให้ปวดและขยับได้น้อยลงในทุกทิศทาง ทั้งตอนยกแขนเองและตอนที่คนอื่นช่วยยก [4] ส่วนใหญ่ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่พบบ่อยขึ้นในผู้ที่เป็นเบาหวาน โรคไทรอยด์ หรือเคยต้องพักแขนนาน [5]

ระยะของโรค ปวด–ติด–คลาย

ตำราเดิมแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะปวดมาก ระยะไหล่ติดแต่ปวดน้อยลง และระยะไหล่ค่อย ๆ คลาย แต่การทบทวนงานวิจัยพบว่าผู้ป่วยหลายคนไม่ได้เป็นตามลำดับนี้ชัดเจน และไม่ได้หายสนิทเองทุกราย [6][7] แพทย์จึงดูจากอาการในขณะนั้นว่าปวดเป็นหลักหรือติดเป็นหลัก เพื่อเลือกการรักษาให้เหมาะ

ไหล่ติดมักใช้เวลาหลายเดือนถึงเป็นปี การรวบรวมงานวิจัยพบว่าผู้ที่ไม่ได้รักษา ไหล่ดีขึ้นบ้างแต่มักไม่กลับมาสุดเหมือนเดิม และส่วนใหญ่ดีขึ้นในช่วงแรก [7] การศึกษาที่ติดตามผู้ป่วยนานเฉลี่ยประมาณ 4 ปีพบว่า ประมาณ 6 ใน 10 รายไหล่กลับมาปกติหรือใกล้ปกติ ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่มีอาการเพียงเล็กน้อย และผู้ที่ปวดมากตั้งแต่แรกมักหายช้ากว่า [3] การรักษาและบริหารตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญ

ปวดไหล่ ยกแขนไม่ขึ้น จากสาเหตุอื่นที่ต้องแยก

อาการปวดไหล่มีได้หลายสาเหตุ ลักษณะการขยับและตำแหน่งที่ปวดช่วยให้แพทย์แยกโรคได้ การรักษาแต่ละสาเหตุแตกต่างกัน

ไหล่ติด

ปวดลึกในไหล่ ปวดตอนกลางคืน ขยับได้น้อยลงทุกทิศทาง ทั้งยกเองและให้คนอื่นช่วยยก [4][5]

เอ็นหัวไหล่อักเสบหรือถูกกดเบียด

ปวดด้านข้างต้นแขนเวลายกแขนช่วงกลาง แต่ให้คนอื่นช่วยยกได้สุด อ่านเรื่องการรักษาด้วยคลื่นกระแทกที่หน้าคลื่นกระแทก →

เอ็นหัวไหล่ฉีกขาด

ยกแขนเองไม่ขึ้นหรือแขนอ่อนแรง โดยเฉพาะหลังล้มหรือยกของหนัก แต่ให้คนอื่นช่วยยกได้มากกว่า ควรตรวจโดยเร็ว

หินปูนเกาะเอ็นหัวไหล่

ปวดมากขึ้นทันทีจนขยับไม่ได้ในบางช่วง เห็นหินปูนในภาพเอกซเรย์ อ่านเพิ่มที่หน้าคลื่นกระแทก →

ปวดร้าวมาจากคอ

ปวดคอ บ่า ร้าวลงแขน อาจชาหรืออ่อนแรง แต่ขยับไหล่ได้ใกล้ปกติ การศึกษาหนึ่งพบว่าโรคของกระดูกคอพบร่วมกับไหล่ติดได้บ่อย [8] แพทย์จึงตรวจทั้งคอและไหล่ อ่านเพิ่มที่หน้าออฟฟิศซินโดรม →

ข้อไหล่เสื่อม

พบในผู้สูงอายุ ไหล่ติดและมีเสียงกรอบแกรบ เห็นข้อแคบและกระดูกงอกในภาพเอกซเรย์ ต่างจากไหล่ติดที่เอกซเรย์มักปกติ

ปวดไหล่หลังล้มแล้วขยับไม่ได้ อาจเป็นไหล่หลุดหรือกระดูกหัก ควรตรวจและเอกซเรย์ก่อนเริ่มบริหาร ส่วนปวดไหล่ซ้ายร่วมกับเจ็บแน่นหน้าอก ไม่ใช่อาการของไหล่ติด (ดูหัวข้ออาการที่ควรรีบมาพบแพทย์)

ตรวจวินิจฉัยอย่างไร ต้องเอกซเรย์หรือ MRI ไหม

ไหล่ติดวินิจฉัยได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก [4] การเอกซเรย์ใช้แยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกัน ส่วนอัลตราซาวด์และ MRI ใช้เป็นการตรวจเสริมเมื่อจำเป็น [4]

ซักประวัติและตรวจไหล่

ตรวจการขยับไหล่ทั้งตอนผู้ป่วยยกเองและตอนแพทย์ช่วยยก ตรวจกำลังของเอ็นหัวไหล่ และตรวจคอเมื่อมีอาการชาหรือปวดร้าวลงแขน [5]

เอกซเรย์ไหล่ที่คลินิกเมื่อจำเป็น

แพทย์จะพิจารณาจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย เช่น สงสัยข้อไหล่เสื่อม หินปูนเกาะเอ็น หรือเคยล้ม และจะแจ้งก่อนว่าจำเป็นหรือไม่ ไหล่ติดเองมักเห็นภาพเอกซเรย์ปกติ

ตรวจเลือดเมื่อจำเป็น

เช่น ค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) และการทำงานของไทรอยด์ ในผู้ที่ยังไม่เคยตรวจ เพราะไหล่ติดพบบ่อยในสองโรคนี้ [2][5] โดยแพทย์จะส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการภายนอก

อัลตราซาวด์หรือ MRI ที่โรงพยาบาลเมื่อจำเป็น

ใช้เมื่อสงสัยเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด อาการไม่เหมือนไหล่ติด หรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้น ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องตรวจ [4]

ไหล่ติด

เอ็นหัวไหล่อักเสบหรือฉีกขาด

การยกแขน

ยกเองไม่สุด ให้คนอื่นช่วยยกก็ไม่สุด [5]

ยกเองลำบาก แต่ให้คนอื่นช่วยยกได้มากกว่า

ทิศที่ขยับได้น้อย

หมุนแขนออกด้านนอก และไขว้หลัง [5]

ปวดช่วงกลางของการยกแขน

ปวดตอนกลางคืน

พบบ่อย นอนทับไหล่ไม่ได้ [4]

พบได้

ภาพเอกซเรย์

ส่วนใหญ่ปกติ

ส่วนใหญ่ปกติ บางรายเห็นหินปูน

การรักษาหลัก

ฉีดยาเข้าข้อไหล่ร่วมกับท่ายืดข้อไหล่ [9]

ท่าบริหารเสริมความแข็งแรง ฉีกขาดมากอาจต้องผ่าตัด

ไหล่ติด

การยกแขน

ยกเองไม่สุด ให้คนอื่นช่วยยกก็ไม่สุด [5]

 

ทิศที่ขยับได้น้อย

หมุนแขนออกด้านนอก และไขว้หลัง [5]

 

ปวดตอนกลางคืน

พบบ่อย นอนทับไหล่ไม่ได้ [4]

 

ภาพเอกซเรย์

ส่วนใหญ่ปกติ

 

การรักษาหลัก

ฉีดยาเข้าข้อไหล่ร่วมกับท่ายืดข้อไหล่ [9]

เอ็นหัวไหล่อักเสบหรือฉีกขาด

การยกแขน

ยกเองลำบาก แต่ให้คนอื่นช่วยยกได้มากกว่า

 

ทิศที่ขยับได้น้อย

ปวดช่วงกลางของการยกแขน

 

ปวดตอนกลางคืน

พบได้

 

ภาพเอกซเรย์

ส่วนใหญ่ปกติ บางรายเห็นหินปูน

 

การรักษาหลัก

ท่าบริหารเสริมความแข็งแรง ฉีกขาดมากอาจต้องผ่าตัด

บางรายเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน เช่น เอ็นหัวไหล่อักเสบแล้วไม่กล้าขยับจนไหล่ติดตามมา แพทย์จะตรวจให้ครบก่อนเลือกการรักษา

รักษาไหล่ติดโดยไม่ผ่าตัดอย่างไร

การรวบรวมงานวิจัยพบว่า การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อไหล่ในช่วงแรกของโรค ร่วมกับท่าบริหารที่ทำเองที่บ้าน ให้ผลดีในผู้ที่เป็นไม่เกิน 1 ปี [9] ส่วนการรักษาอื่นเป็นตัวช่วยตามอาการ ที่ Reclinic แพทย์จะเลือกวิธีรักษาตามการวินิจฉัยและระยะของโรคในแต่ละคน

ท่ายืดข้อไหล่และท่าบริหารทุกวัน

เป็นพื้นฐานของการรักษาทุกระยะ การรวบรวมงานวิจัยของ Cochrane พบว่าการทำกายภาพบำบัดและบริหารอย่างเดียว ลดปวดได้น้อยกว่าการฉีดยาในช่วง 6–7 สัปดาห์แรก แต่ผลใกล้เคียงกันเมื่อครบ 6–12 เดือน [10] และการบริหารที่บ้านร่วมกับการฉีดยาให้ผลดีกว่าการฉีดยาอย่างเดียว [9] ช่วงที่ปวดมาก ควรยืดเบา ๆ ในระดับที่ทนได้ ไม่ควรฝืนจนปวดมาก

ยาแก้อักเสบและยาสเตียรอยด์ชนิดกินระยะสั้น

ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ช่วยลดปวด ให้นอนหลับและบริหารได้ในช่วงที่ปวดมาก ส่วนยาสเตียรอยด์ชนิดกินระยะสั้น การรวบรวมงานวิจัยพบว่าลดปวดและเพิ่มการขยับไหล่ได้ในช่วงแรก แต่ผลมักไม่อยู่นานเกิน 6 สัปดาห์ [11] ยาจึงเป็นตัวช่วยลดปวด ไม่ใช่การรักษาหลัก

ฉีดยาสเตียรอยด์ผสมยาชาเข้าข้อไหล่

การรวบรวมงานวิจัยพบว่าเป็นการรักษาเดียวที่ลดปวดและเพิ่มการใช้งานได้ชัดกว่าวิธีอื่นในช่วง 3 เดือนแรก โดยเฉพาะเมื่อฉีดในช่วงแรกของโรค [9] แต่ผลจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป [12] ตำแหน่งที่ฉีดเข้าข้อไหล่ด้านหน้าหรือด้านหลังให้ผลใกล้เคียงกัน [13] และการฉีดโดยใช้อัลตราซาวด์นำทางอาจลดปวดได้ดีกว่าเล็กน้อยในสัปดาห์แรก แต่ผลหลังจากนั้นไม่ต่างกัน [14] ที่ Reclinic แนะนำให้ฉีดยาไม่เกิน 2 ครั้ง

ขยายข้อไหล่ด้วยน้ำ (hydrodilatation)

คือการฉีดน้ำเกลือปริมาณมากร่วมกับยาสเตียรอยด์และยาชาเข้าข้อไหล่ เพื่อขยายเยื่อหุ้มข้อที่หดรัด ผลในงานวิจัยยังไม่ตรงกัน การรวบรวมงานวิจัยหนึ่งพบว่าช่วยเพิ่มการขยับไหล่และลดความลำบากในการใช้งานได้มากกว่าการฉีดยาอย่างเดียวในช่วงแรก [15] แต่อีกการรวบรวมพบว่าได้ผลเพียงเล็กน้อย [16] และการรวบรวมที่เทียบกับการฉีดยาอย่างเดียวโดยตรง พบว่าได้ผลดีกว่าเพียงบางการศึกษา [17] ปัจจุบัน Reclinic ยังไม่มีบริการขยายข้อไหล่ด้วยน้ำ แพทย์จะพิจารณาการฉีดยาเข้าข้อไหล่ร่วมกับท่าบริหารก่อน และสอบถามเรื่องวิธีนี้ได้ระหว่างการตรวจ

คลื่นกระแทก (Shockwave)

ผลในงานวิจัยยังไม่ตรงกัน การรวบรวมงานวิจัยแบบสุ่มล่าสุดเกือบ 190 การศึกษาพบว่า คลื่นกระแทกน่าจะช่วยลดปวดในระยะสั้นได้มากกว่าการรักษาทั่วไป [18] แต่อีกการรวบรวมพบว่างานวิจัยยังมีคุณภาพต่ำ จนยังไม่สามารถแนะนำเป็นการรักษาหลักได้ [19] ที่ Reclinic แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะพิจารณาคลื่นกระแทกแบบโฟกัสร่วมกับท่าบริหาร ตามการวินิจฉัยและระยะของโรค อ่านรายละเอียดที่หน้าคลื่นกระแทก →

ฝังเข็มที่จุดกดเจ็บ (dry needling) ยังไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาในไหล่ติดโดยตรง งานวิจัยในอาการปวดไหล่จากเอ็นหัวไหล่พบว่าช่วยลดปวดได้เมื่อทำร่วมกับการรักษาอื่น [20] แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูอาจใช้ลดปวดกล้ามเนื้อรอบไหล่และสะบักที่เกร็งตามมา ตามการวินิจฉัยของแต่ละคน หลังฉีดยาเข้าข้อไหล่ ควรงดใช้แขนข้างนั้นหนัก ๆ 2 วัน ผู้ที่ค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) สูงกว่า 7.5% แพทย์จะเลื่อนการฉีดยาออกไปก่อน และผู้ที่เพิ่งฉีดยาควรเว้นประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนทำคลื่นกระแทก

ไหล่ติด เมื่อไหร่ควรผ่าตัดหรือดมยาขยับข้อ

หลายคนกังวลว่าไหล่ติดต้องผ่าตัด ความจริงคือผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการรักษาโดยไม่ผ่าตัด งานวิจัยแบบสุ่มขนาดใหญ่ในสหราชอาณาจักร (UK FROST) ในผู้ป่วย 503 ราย พบว่าการทำกายภาพบำบัดร่วมกับการฉีดยา การดมยาขยับข้อ และการผ่าตัดส่องกล้อง ให้ผลใกล้เคียงกันเมื่อครบ 1 ปี [1]

 

อาจพิจารณาการดมยาขยับข้อหรือการผ่าตัด เมื่อไหล่ยังติดมากจนรบกวนการทำงานหรือชีวิตประจำวัน แม้รักษาโดยไม่ผ่าตัดอย่างต่อเนื่องหลายเดือนแล้ว

 

การดมยาขยับข้อไหล่ (manipulation under anaesthesia) แพทย์ให้ยาระงับความรู้สึก แล้วค่อย ๆ ขยับไหล่เพื่อให้เยื่อหุ้มข้อที่หดรัดคลายออก มักฉีดยาเข้าข้อร่วมด้วย การรวบรวมงานวิจัยพบว่าช่วยให้ยกแขนได้มากขึ้นชัดเจนในระยะสั้น [18] และในงานวิจัย UK FROST เป็นวิธีที่คุ้มค่ากว่าการผ่าตัดส่องกล้อง [1]

 

การผ่าตัดส่องกล้องตัดเยื่อหุ้มข้อ (arthroscopic capsular release) แพทย์ใช้กล้องตัดเยื่อหุ้มข้อส่วนที่หดรัด ในงานวิจัย UK FROST ได้ผลดีกว่าวิธีอื่นเล็กน้อย แต่ไม่ถึงระดับที่ผู้ป่วยรู้สึกต่างชัดเจน และพบภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงมากกว่า [1] ทั้งสองวิธีต้องทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องหลังทำ

 

เมื่อจำเป็นต้องดมยาขยับข้อหรือผ่าตัด หมอคณินทร์จะอธิบายผลตรวจและเหตุผล และแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางข้อไหล่ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน

ควรนำผลเอกซเรย์หรือ MRI เดิม รายชื่อยาที่ใช้อยู่ และผลค่าน้ำตาลสะสมล่าสุดมาด้วย และแจ้งวันที่ฉีดยาครั้งล่าสุด

ขั้นตอนการดูแลที่ Reclinic

1

ซักประวัติและตรวจไหล่

ตรวจการขยับไหล่ เอ็นหัวไหล่ และคอ นำผลตรวจเดิมและยาที่ใช้อยู่มาด้วยได้

2

เอกซเรย์ที่คลินิกเมื่อจำเป็น

พิจารณาจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะแจ้งก่อนว่าจำเป็นหรือไม่ และค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

3

อธิบายสาเหตุและวางแผนร่วมกัน

ไหล่ติด โรคของเอ็นหัวไหล่ ปวดร้าวจากคอ หรือสาเหตุอื่น และทางเลือกการรักษาที่เหมาะกับระยะของโรค

4

ท่าบริหาร ยา และฉีดยา

สอนท่ายืดข้อไหล่ที่ทำเองที่บ้าน ให้ยาลดปวดในช่วงสั้น และพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์ผสมยาชาเข้าข้อไหล่ที่คลินิก ไม่เกิน 2 ครั้ง

5

ดูแลร่วมกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่คลินิกเลือกวิธีรักษาตามการวินิจฉัยและระยะของโรค เช่น ท่าบริหาร คลื่นกระแทกแบบโฟกัส หรือฝังเข็มที่จุดกดเจ็บ ผู้ป่วยจองคิวกับแพทย์ท่านใดก็ได้ตามวันที่สะดวก

6

ติดตามอาการหรือพบแพทย์เฉพาะทางข้อไหล่

นัดประเมินการขยับไหล่เป็นระยะ หากยังไม่ดีขึ้นจนต้องดมยาขยับข้อหรือผ่าตัด แพทย์จะแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางข้อไหล่

สอบถามอาการระหว่างนัดได้ทาง LINE @khaninclinic หรือ Facebook khaninortho

เบาหวาน ไทรอยด์ กับไหล่ติด

ผู้ที่เป็นเบาหวาน พบไหล่ติดได้ประมาณ 13 ใน 100 ราย และในผู้ที่เป็นไหล่ติด ประมาณ 3 ใน 10 รายเป็นเบาหวาน [21] การรวบรวมการศึกษาติดตามผู้ป่วยพบว่า ผู้ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นไหล่ติดมากกว่าผู้ที่ไม่เป็นประมาณ 3.7 เท่า [2] และอาจหายช้ากว่า [22] การคุมน้ำตาลให้ดีจึงช่วยทั้งเรื่องไหล่และการรักษา ผู้ที่เป็นไหล่ติดแต่ยังไม่เคยตรวจน้ำตาล ควรตรวจค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c)

 

โรคไทรอยด์ โดยเฉพาะไทรอยด์ทำงานต่ำ พบในผู้ที่เป็นไหล่ติดมากกว่าคนทั่วไปประมาณ 2 เท่า [23] แต่การทบทวนงานวิจัยยังไม่พบว่าผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์จะรักษาไหล่ติดได้ผลแย่กว่า [24] ผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์จึงรักษาไหล่ติดได้ตามปกติ ร่วมกับดูแลโรคไทรอยด์ต่อเนื่อง

ยาสเตียรอยด์ที่ฉีดเข้าข้อไหล่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นชั่วคราว ส่วนใหญ่ใน 2–3 วันแรกหลังฉีด แล้วกลับสู่ระดับเดิม [25] ผู้ที่เป็นเบาหวานควรตรวจน้ำตาลบ่อยขึ้นในช่วงนี้ และหากค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) สูงกว่า 7.5% แพทย์จะเลื่อนการฉีดยาออกไปก่อน อ่านเรื่องน้ำตาลหลังฉีดยาเพิ่มเติมที่หน้าฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่า →

ดูแลตัวเองอย่างไร

สิ่งที่ทำได้ทุกวัน

✓  ยืดข้อไหล่ทุกวัน วันละหลายรอบ ในระดับที่ตึงแต่ทนได้ ไม่ฝืนจนปวดมาก [9]

✓  ท่าไต่ผนัง ใช้นิ้วค่อย ๆ ไต่ผนังขึ้นด้านหน้าและด้านข้างให้สูงขึ้นทีละน้อย

✓  ท่าแกว่งแขน ก้มตัวเล็กน้อย ปล่อยแขนข้างที่ปวดห้อยลง แล้วแกว่งเป็นวงเล็ก ๆ

✓  ใช้ไม้หรือผ้าขนหนูช่วยยืด เช่น ใช้แขนข้างดีดันแขนข้างที่ปวดขึ้น หรือดึงผ้าขนหนูไขว้หลัง

✓  ประคบอุ่นก่อนยืดครั้งละ 15–20 นาที ให้ไหล่คลายตัว

✓  ใช้แขนข้างที่ปวดทำกิจวัตรเบา ๆ ต่อไป ไม่ควรห้อยแขนไว้นิ่ง ๆ หรือใช้ที่คล้องแขนนาน

✓  คุมน้ำตาลในเลือดให้ดีในผู้ที่เป็นเบาหวาน และหลีกเลี่ยงยาชุด ยาลูกกลอน หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบส่วนประกอบ ซึ่งอาจมีสเตียรอยด์ผสม [26]

อาการแบบไหนควรรีบมาพบแพทย์

อาการปวดไหล่ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่หากมีอาการต่อไปนี้ อาจไม่ใช่ไหล่ติด ควรมาตรวจโดยเร็ว

ปวดไหล่หลังล้มหรืออุบัติเหตุ แล้วขยับไม่ได้หรือไหล่ผิดรูป

อาจเป็นไหล่หลุดหรือกระดูกหัก ควรตรวจและเอกซเรย์โดยเร็ว

ยกแขนเองไม่ขึ้นทันทีหลังยกของหนักหรือล้ม

อาจเป็นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด ควรตรวจโดยเร็ว

แขนหรือมือชา อ่อนแรง หรือปวดร้าวจากคอลงแขน

อาจเป็นเส้นประสาทคอถูกกด อ่านที่หน้าออฟฟิศซินโดรม →

ปวดตลอดเวลาแม้ตอนพัก ร่วมกับน้ำหนักลด มีไข้ หรือเคยเป็นโรคมะเร็ง

ควรตรวจหาสาเหตุอื่น

ไหล่บวม แดง ร้อน โดยเฉพาะหลังฉีดยา

อาจเป็นการติดเชื้อในข้อ ควรรีบมาพบแพทย์

⚠ ไปโรงพยาบาลทันที หาก

ปวดไหล่ซ้ายหรือแขนร่วมกับเจ็บแน่นหน้าอก เหงื่อแตก หายใจเหนื่อย หรือไหล่บวมแดงร้อนร่วมกับมีไข้สูง หนาวสั่น

อ่านต่อ

คลื่นกระแทก (Shockwave)

หินปูนเกาะเอ็นหัวไหล่ เอ็นหัวไหล่อักเสบ ได้ผลแค่ไหน เจ็บไหม และต้องทำกี่ครั้ง

ออฟฟิศซินโดรม

ปวดคอ บ่า ไหล่ จากกล้ามเนื้อ และอาการชาร้าวลงแขน

คำถามที่พบบ่อย

นัดตรวจที่ Reclinic

ปวดไหล่จนนอนไม่สบาย หรือยกแขนได้ไม่สุดจนใช้ชีวิตไม่สะดวก มาตรวจเพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาร่วมกันได้ รศ.นพ. คณินทร์ ออกตรวจวันอังคาร–พฤหัสบดี 17.00–19.00 น. และเสาร์–อาทิตย์ 9.00–12.00 น. · แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ออกตรวจวันจันทร์–พฤหัสบดี 17.00–19.00 น. และวันอาทิตย์ 9.00–12.00 น.
โทร 062-498-3913 · LINE @khaninclinic · Facebook khaninortho

เอกสารอ้างอิง

  1. Brealey S, et al. Surgical treatments compared with early structured physiotherapy in secondary care for adults with primary frozen shoulder: the UK FROST three-arm RCT. Health Technol Assess 2020;24(71):1–162.

  2. Dyer BP, et al. Diabetes as a risk factor for the onset of frozen shoulder: a systematic review and meta-analysis. BMJ Open 2023;13:e062377.

  3. Hand C, et al. Long-term outcome of frozen shoulder. J Shoulder Elbow Surg 2008;17:231–236.

  4. Lee BC, et al. Clinical practice guidelines for diagnosis and non-surgical treatment of primary frozen shoulder. Ann Rehabil Med 2025;49:113–138.

  5. Salamh P, et al. An international consensus on the etiology, risk factors, diagnosis and management for individuals with frozen shoulder: a Delphi study. J Man Manip Ther 2025;33:309–320.

  6. Abrassart S, et al. 'Frozen shoulder' is ill-defined. How can it be described better? EFORT Open Rev 2020;5:273–279.

  7. Wong CK, et al. Natural history of frozen shoulder: fact or fiction? A systematic review. Physiotherapy 2017;103:40–47.

  8. Lee CH, et al. Association of cervical disease and metabolic comorbidities with adhesive capsulitis in patients with shoulder pain: a multivariate analysis. Medicina (Kaunas) 2026;62(6):1144.

  9. Challoumas D, et al. Comparison of treatments for frozen shoulder: a systematic review and meta-analysis. JAMA Netw Open 2020;3:e2029581.

  10. Page MJ, et al. Manual therapy and exercise for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev 2014;(8):CD011275.

  11. Buchbinder R, et al. Oral steroids for adhesive capsulitis. Cochrane Database Syst Rev 2006;(4):CD006189.

  12. Kitridis D, et al. Efficacy of pharmacological therapies for adhesive capsulitis of the shoulder: a systematic review and network meta-analysis. Am J Sports Med 2019;47:3552–3560.

  13. Rhim HC, et al. Targeting the sweet spot: a systematic review with meta-analysis of anterior versus posterior glenohumeral joint injections for adhesive capsulitis. Clin J Sport Med 2025;35:1–12.

  14. Zhang Y, et al. Ultrasound- versus landmark-guided corticosteroid injections in patients with shoulder pain: a meta-analysis and systematic review. J Clin Ultrasound 2025;53:525–534.

  15. Poku D, et al. Efficacy of hydrodilatation in frozen shoulder: a systematic review and meta-analysis. Br Med Bull 2023;147:121–147.

  16. Saltychev M, et al. Effectiveness of hydrodilatation in adhesive capsulitis of shoulder: a systematic review and meta-analysis. Scand J Surg 2018;107:285–293.

  17. Catapano M, et al. Hydrodilatation with corticosteroid for the treatment of adhesive capsulitis: a systematic review. PM R 2018;10:623–635.

  18. Meng J, et al. Interventions for adhesive capsulitis: systematic review and network meta-analysis of randomised controlled trials. BMJ 2026;395:e101057.

  19. Brindisino F, et al. Effectiveness of electrophysical agents in subjects with frozen shoulder: a systematic review and meta-analysis. Disabil Rehabil 2024;46:3513–3534.

  20. Griswold D, et al. Dry needling for subacromial pain syndrome: a systematic review with meta-analysis. Pain Med 2023;24:285–299.

  21. Zreik NH, et al. Adhesive capsulitis of the shoulder and diabetes: a meta-analysis of prevalence. Muscles Ligaments Tendons J 2016;6:26–34.

  22. Tang S, Tan X. Does the intervention for adhesive capsulitis in patients with diabetes differ from that for patients without diabetes? A systematic review. Medicine (Baltimore) 2024;103:e40238.

  23. Chuang SH, et al. Association between adhesive capsulitis and thyroid disease: a meta-analysis. J Shoulder Elbow Surg 2023;32:1314–1322.

  24. Kean Ann Phua S, et al. Does concomitant thyroid disorder lead to worse outcomes in frozen shoulder? A systematic review. J Shoulder Elbow Surg 2025;34:1322–1330.

  25. Safran O, et al. The effect of steroid injection into the shoulder on glycemia in patients with type 2 diabetes. JSES Int 2022;6:843–848.

  26. Klinsunthorn N, et al. Determination of steroids adulterated in liquid herbal medicines using QuEChERS sample preparation and high-performance liquid chromatography. J Pharm Biomed Anal 2011;55:1175–1178.

ข้อมูลในบทความนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจและคำแนะนำจากแพทย์

bottom of page