top of page

Reclinic
หมอคณินทร์

หน้าแรก  ›  บริการ  ›  การฉีดยาเข้าข้อเข่า  ›  ฉีดสเตียรอยด์

บทความสุขภาพ · ข้อเข่า

ฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่า ที่หาดใหญ่

การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่า คือการฉีดยาลดการอักเสบเข้าไปในข้อเข่าโดยตรง ยาออกฤทธิ์เร็ว ช่วยลดปวดและลดบวมได้ โดยส่วนใหญ่เห็นผลภายใน 1 สัปดาห์ แต่ผลอยู่ได้ไม่นาน งานวิจัยพบว่าได้ผลชัดในช่วง 1–6 สัปดาห์แรกเท่านั้น และเนื่องจากสเตียรอยด์ไม่ได้ซ่อมกระดูกอ่อนที่สึกไปแล้ว ทั้งยังไม่ควรฉีดซ้ำบ่อย การฉีดจึงเหมาะกับช่วงที่เข่าปวดบวมกำเริบ โดยใช้ควบคู่กับการบริหารกล้ามเนื้อ ก่อนฉีด รศ.นพ. คณินทร์ จะตรวจเข่าและประเมินความรุนแรงของข้อเข่าเสื่อมที่ Reclinic หาดใหญ่ เพื่อพิจารณาว่าการฉีดเหมาะกับผู้ป่วยหรือไม่

รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ Reclinic หาดใหญ่

เขียนและทบทวนโดย รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์

ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ (ว.35052) · ทบทวนล่าสุด ตุลาคม 2569 · อ่านประมาณ 8 นาที

เริ่มรู้สึกดีขึ้น

ภายใน 1 สัปดาห์

ในผู้ที่ได้ผลส่วนใหญ่ [1]

ลดปวดชัด

1–6 สัปดาห์แรก

แล้วค่อย ๆ ลดลง [2][3]

หลังฉีด

เดินกลับบ้านได้

งดใช้งานเข่าหนัก ๆ 2 วัน

ก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

เว้น 3 เดือน

หลังการฉีดยาเข้าข้อ [4]

ใครควรพิจารณาฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่า

การรักษาหลักของข้อเข่าเสื่อม คือการบริหารกล้ามเนื้อต้นขา การลดน้ำหนักในผู้ที่น้ำหนักเกิน และการปรับกิจวัตร ซึ่งแนวทางการรักษาสากลแนะนำให้ทำทุกคน [5] การฉีดสเตียรอยด์เป็นการรักษาเสริมระยะสั้น ช่วยให้ผ่านช่วงที่ปวดมากไปได้ และกลับมาบริหารกล้ามเนื้อต่อได้

อาจพิจารณาการฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่า หาก

✓  ปวดเข่าจากข้อเข่าเสื่อม ตรวจร่างกายและเอกซเรย์ยืนยันแล้ว

✓  เข่าปวดบวมกำเริบเป็นช่วง ๆ หรือมีน้ำในข้อ

✓  ปวดมากจนบริหารกล้ามเนื้อหรือเดินได้ไม่เต็มที่ และต้องการให้ปวดลดลงเร็ว

✓  ใช้ยาต้านการอักเสบไม่ได้ หรือไม่ควรใช้นาน เช่น มีโรคกระเพาะ โรคไต หรือโรคหัวใจ

✓  ต้องการคุมอาการช่วงหนึ่ง เช่น ระหว่างรอผ่าตัด โดยวันผ่าตัดอยู่ห่างออกไปมากกว่า 3 เดือน

งานวิจัยยังบอกไม่ได้แน่ชัดว่าผู้ป่วยแบบใดจะได้ผลมากกว่ากัน การรวบรวมงานวิจัยพบสัญญาณว่าผู้ที่มีน้ำในข้อ หรือมีอาการมาก อาจได้ผลดีกว่า แต่ผลยังไม่ตรงกันในแต่ละการศึกษา [6]

ไม่ควรฉีดหากมีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณเข่าหรือในข้อเข่า หรือกำลังมีไข้ไม่สบาย ผู้ที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแล้ว ไม่ควรฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเทียม เพราะสัมพันธ์กับการติดเชื้อข้อเทียมที่สูงขึ้น [7] ผู้ที่เป็นเบาหวานฉีดได้ แต่ควรแจ้งแพทย์ก่อน หากค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) ยังสูงกว่า 7.5% แพทย์จะเลื่อนการฉีดสเตียรอยด์ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย จนกว่าค่าน้ำตาลจะลดลง หรือพิจารณายาฉีดชนิดอื่น การฉีดเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ หลังจากเข้าใจทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด และค่าใช้จ่ายแล้ว

ยาสเตียรอยด์ที่ฉีดเข้าข้อเข่าคืออะไร

สเตียรอยด์คืออะไร

เป็นยาลดการอักเสบที่มีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ร่างกายสร้างเอง ไม่ใช่สเตียรอยด์ที่ใช้เสริมกล้ามเนื้อ ยาที่ใช้ฉีดเข้าข้อเป็นผลึกที่ละลายช้า จึงค้างอยู่ในข้อช่วงหนึ่ง และลดการอักเสบของเยื่อบุข้อ ทำให้ปวดและบวมลดลง

ผสมยาชาด้วยหรือไม่

ที่ Reclinic ผสมยาชาเฉพาะที่ไปกับสเตียรอยด์ ยาชาออกฤทธิ์ภายในไม่กี่นาทีและหมดฤทธิ์ในไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เข่าสบายขึ้นตั้งแต่หลังฉีด ก่อนที่สเตียรอยด์จะเริ่มออกฤทธิ์ งานวิจัยในห้องปฏิบัติการพบว่ายาชาหลายชนิดทำลายเซลล์กระดูกอ่อนได้ โดยขึ้นกับชนิด ความเข้มข้น และระยะเวลาที่สัมผัส และอาจมากขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับสเตียรอยด์ [8] แต่ยังไม่ทราบว่าการฉีดครั้งเดียวมีผลต่อเข่าของผู้ป่วยจริงมากน้อยเพียงใด

การฉีดเข้าข้อเป็นการให้ยาเฉพาะที่ ยาส่วนใหญ่อยู่ในข้อ แต่บางส่วนดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้ชั่วคราว จึงมีผลต่อร่างกายบ้าง เช่น น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นไม่กี่วัน [9] สเตียรอยด์ช่วยลดอาการ แต่ไม่ได้ซ่อมกระดูกอ่อนที่สึกไปแล้ว จึงควรบริหารกล้ามเนื้อและควบคุมน้ำหนักต่อเนื่องร่วมด้วย

ฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่าได้ผลแค่ไหน

การรวบรวมงานวิจัย 27 การศึกษา (1,767 ราย) พบว่าสเตียรอยด์ลดปวดได้มากกว่าการฉีดยาหลอกชัดเจนใน 1–2 สัปดาห์แรก ผลเล็กลงที่ 4–6 สัปดาห์ เหลือน้อยที่ประมาณ 3 เดือน และไม่พบผลที่ 6 เดือน [2] การรวบรวมอีกฉบับพบว่าความแตกต่างที่ผู้ป่วยรู้สึกได้ชัดมีเฉพาะช่วง 6 สัปดาห์แรก [3] ในงานวิจัยหนึ่ง ผู้ที่ได้ผลส่วนใหญ่รู้สึกดีขึ้นภายใน 3 วัน และเกือบทั้งหมดภายใน 1 สัปดาห์ [1]

OARSI (2019)

แนะนำแบบมีเงื่อนไขสำหรับข้อเข่าเสื่อม เพื่อลดปวดระยะสั้น [5]

AAOS (2021)

ช่วยลดปวดได้ในระยะสั้น [10]

ACR (2019)

แนะนำสำหรับข้อเข่าเสื่อม [11]

สรุปคือ แนวทางสากลยอมรับการฉีดสเตียรอยด์เพื่อลดปวดระยะสั้น โดยเฉพาะช่วงที่อาการกำเริบ แต่ไม่ใช่การรักษาระยะยาว

ฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่าซ้ำได้บ่อยแค่ไหน

ยังไม่มีงานวิจัยที่กำหนดจำนวนครั้งต่อปีที่ปลอดภัยไว้แน่ชัด [12] ในทางปฏิบัติแพทย์ส่วนใหญ่เว้นระยะอย่างน้อย 3 เดือนระหว่างการฉีดแต่ละครั้ง และพิจารณาวิธีอื่นหากต้องฉีดบ่อย

ทำไมจึงเว้นอย่างน้อย 3 เดือน

เป็นแนวปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไปเพื่อลดผลข้างเคียงจากการได้ยาซ้ำ ไม่ได้มาจากงานวิจัยที่เปรียบเทียบความถี่ในการฉีดโดยตรง [12]

งานวิจัยที่ฉีดทุก 3 เดือนนาน 2 ปี

การศึกษาหนึ่งไม่พบว่าช่องข้อแคบลงเร็วขึ้น [13] อีกการศึกษาหนึ่งพบกระดูกอ่อนบางลงมากกว่าการฉีดน้ำเกลือเล็กน้อย โดยอาการปวดไม่ต่างกัน [14]

ฉีดซ้ำหลายครั้ง ได้ผลระยะยาวไหม

การรวบรวมงานวิจัยที่ฉีดซ้ำ 2–8 ครั้ง ไม่พบว่าลดปวดได้มากกว่ายาหลอกที่ 12–24 เดือน และตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ยาฉีดชนิดอื่นให้ผลเท่ากันหรือดีกว่า [15]

เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนวิธี

หากผลจากการฉีดสั้นลงเรื่อย ๆ หรือต้องฉีดบ่อยเพื่อคุมอาการ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องทางเลือกอื่น เช่น น้ำเลี้ยงข้อเข่า PRP หรือการผ่าตัด

ฉีดสเตียรอยด์ ต่างจากน้ำเลี้ยงข้อเข่าและ PRP อย่างไร

ยาฉีดทั้งสามแบบออกฤทธิ์ต่างกัน สเตียรอยด์เด่นเรื่องความเร็ว ส่วนน้ำเลี้ยงข้อและ PRP ออกฤทธิ์ช้ากว่าแต่มีงานวิจัยที่ติดตามผลนานกว่า

สเตียรอยด์

น้ำเลี้ยงข้อ (HA)

PRP

เริ่มออกฤทธิ์

เร็ว ส่วนใหญ่ภายใน 1 สัปดาห์ [1]

ช้ากว่า ค่อย ๆ ชัดขึ้นในหลายสัปดาห์

ช้า ต้องฉีดหลายครั้ง

ช่วงที่ได้ผลชัดในงานวิจัย

1–6 สัปดาห์แรก [2][3]

ดีกว่าสเตียรอยด์ในช่วง 2–6 เดือนหลังฉีด [16]

งานวิจัยติดตาม 6–12 เดือน ผลยังไม่ตรงกัน งานวิจัยขนาดใหญ่ที่เทียบกับน้ำเกลือไม่พบความแตกต่าง [17]

มักใช้เมื่อ

ปวดบวมกำเริบ ต้องการผลเร็ว

ข้อเสื่อมระดับน้อยถึงปานกลาง ต้องการผลนานกว่า

ข้อเสื่อมระยะแรก

ข้อควรระวัง

น้ำตาลในเลือดสูงชั่วคราวในผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรฉีดซ้ำบ่อย

ผู้ที่แพ้เนื้อไก่ ไข่ หรือขนนก ควรแจ้งแพทย์

ต้องเจาะเลือด งดยาต้านการอักเสบ 7 วันก่อนและหลังฉีด

ที่ Reclinic

ครั้งละ 1 เข็ม ฉีดซ้ำเมื่ออาการกำเริบ โดยเว้นระยะตามที่แพทย์แนะนำ

1 หรือ 3 ครั้ง ซ้ำเมื่ออาการกลับมาหรือทุก 6 เดือน

3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน

สเตียรอยด์

เริ่มออกฤทธิ์

เร็ว ส่วนใหญ่ภายใน 1 สัปดาห์ [1]

 

ช่วงที่ได้ผลชัดในงานวิจัย

1–6 สัปดาห์แรก [2][3]

 

มักใช้เมื่อ

ปวดบวมกำเริบ ต้องการผลเร็ว

 

ข้อควรระวัง

น้ำตาลในเลือดสูงชั่วคราวในผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรฉีดซ้ำบ่อย

 

ที่ Reclinic

ครั้งละ 1 เข็ม ฉีดซ้ำเมื่ออาการกำเริบ โดยเว้นระยะตามที่แพทย์แนะนำ

น้ำเลี้ยงข้อ (HA)

เริ่มออกฤทธิ์

ช้ากว่า ค่อย ๆ ชัดขึ้นในหลายสัปดาห์

 

ช่วงที่ได้ผลชัดในงานวิจัย

ดีกว่าสเตียรอยด์ในช่วง 2–6 เดือนหลังฉีด [16]

 

มักใช้เมื่อ

ข้อเสื่อมระดับน้อยถึงปานกลาง ต้องการผลนานกว่า

 

ข้อควรระวัง

ผู้ที่แพ้เนื้อไก่ ไข่ หรือขนนก ควรแจ้งแพทย์

 

ที่ Reclinic

1 หรือ 3 ครั้ง ซ้ำเมื่ออาการกลับมาหรือทุก 6 เดือน

PRP

เริ่มออกฤทธิ์

ช้า ต้องฉีดหลายครั้ง

 

ช่วงที่ได้ผลชัดในงานวิจัย

งานวิจัยติดตาม 6–12 เดือน ผลยังไม่ตรงกัน งานวิจัยขนาดใหญ่ที่เทียบกับน้ำเกลือไม่พบความแตกต่าง [17]

 

มักใช้เมื่อ

ข้อเสื่อมระยะแรก

 

ข้อควรระวัง

ต้องเจาะเลือด งดยาต้านการอักเสบ 7 วันก่อนและหลังฉีด

 

ที่ Reclinic

3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน

อ่านการเปรียบเทียบทั้งสามแบบ พร้อมคำแนะนำจากแนวทางสากล ได้ที่หน้าการฉีดยาเข้าข้อเข่า ค่าใช้จ่ายขึ้นกับชนิดยาและจำนวนครั้ง สอบถามได้ที่คลินิก

เตรียมตัวก่อนฉีด

สิ่งที่ควรทำก่อนฉีด

✓  แจ้งยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือดหรือยาป้องกันเลือดแข็งตัว เช่น แอสไพริน (ไม่ควรหยุดยาเอง กรุณาปรึกษาแพทย์ก่อน)

✓  ผู้ที่เป็นเบาหวาน แจ้งแพทย์และนำผลค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) ล่าสุดมาด้วย หากสูงกว่า 7.5% แพทย์จะเลื่อนการฉีดสเตียรอยด์ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย และเตรียมตรวจน้ำตาลปลายนิ้วบ่อยขึ้นใน 2–3 วันหลังฉีด

✓  หากมีแผนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า แจ้งแพทย์ก่อน เพราะควรเว้นการฉีดยาเข้าข้ออย่างน้อย 3 เดือนก่อนผ่าตัด [4]

✓  หากเคยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมข้างนั้นแล้ว ควรแจ้งแพทย์ [7]

✓  แจ้งประวัติแพ้ยา รวมถึงยาชา

✓  หากมีไข้ ไม่สบาย หรือมีแผล ผื่น ตุ่มหนองบริเวณเข่า ให้แจ้งเพื่อเลื่อนการฉีด

✓  กินอาหารได้ตามปกติ และสวมกางเกงหลวมที่พับขึ้นเหนือเข่าได้

ขั้นตอนการฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่าและการดูแลหลังฉีด

1

ตรวจและวางแผน

ซักประวัติ ตรวจเข่า และเอกซเรย์ที่คลินิกถ้าจำเป็น แพทย์อธิบายทางเลือกการรักษาและตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วย

2

เตรียมผิวบริเวณที่ฉีด

ทำความสะอาดผิวด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และใช้เทคนิคปลอดเชื้อทุกขั้นตอน

3

ฉีดยาเข้าข้อเข่า

ขณะฉีดจะเจ็บคล้ายฉีดยาทั่วไป และรู้สึกตึงในเข่าขณะยาเข้าข้อ ยาชาที่ผสมไปช่วยให้เข่าสบายขึ้นในไม่กี่ชั่วโมงแรก จากนั้นปิดพลาสเตอร์

4

2 วันแรกหลังฉีด

เดินกลับบ้านได้ งดวิ่ง กระโดด ยกของหนัก หรือยืนเดินนาน ๆ บางคนปวดตึงมากขึ้นชั่วคราว ส่วนใหญ่ไม่ค่อยบวม ประคบเย็นครั้งละ 15–20 นาที บางคนมีหน้าแดง ร้อนวูบวาบ ซึ่งหายเองได้

5

ผู้ป่วยเบาหวาน

น้ำตาลในเลือดมักสูงขึ้นชั่วคราวภายในไม่กี่ชั่วโมง และกลับสู่ระดับเดิมภายในไม่กี่วัน [9] ตรวจน้ำตาลบ่อยขึ้น หากสูงมากต่อเนื่องให้ติดต่อแพทย์

6

ติดตามผล

ผู้ที่ได้ผลส่วนใหญ่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ [1] ระหว่างนี้บริหารกล้ามเนื้อต้นขาต่อเนื่อง หากต้องฉีดซ้ำ แพทย์ส่วนใหญ่เว้นอย่างน้อย 3 เดือน

นัดติดตามอาการตามที่แพทย์แนะนำ และสอบถามอาการทาง LINE หรือ Facebook ได้ระหว่างนัด

ผลข้างเคียงของการฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่า

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อยและหายเองในไม่กี่วัน ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงพบน้อย แต่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจฉีด และไม่ควรฉีดซ้ำบ่อย

ปวดหรือบวมมากขึ้นหลังฉีด

พบได้บางราย [12] มักเกิดใน 1–2 วันแรก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยบวม และดีขึ้นเองเมื่อพักและประคบเย็น

หน้าแดง ร้อนวูบวาบ

เป็นผลข้างเคียงทั่วร่างกายที่พบบ่อยอย่างหนึ่ง มักเกิดใน 2–3 วันหลังฉีดและหายเอง [18] บางคนมีความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วคราว [12]

น้ำตาลในเลือดสูงชั่วคราว

ในผู้ป่วยเบาหวาน น้ำตาลสูงขึ้นได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังฉีด และกลับสู่ระดับเดิมภายในไม่กี่วัน [9]

การติดเชื้อในข้อเข่า

พบน้อยมาก ข้อมูลการฉีดยาและเจาะข้อกว่า 22,000 ครั้ง พบการติดเชื้อน้อยกว่า 1 ใน 1,000 ครั้ง [19] แพทย์ป้องกันโดยทำความสะอาดผิวและใช้เทคนิคปลอดเชื้อ

ผลต่อกระดูกอ่อนเมื่อฉีดซ้ำบ่อย

ยังไม่ทราบแน่ชัด งานวิจัยที่ฉีดทุก 3 เดือนนาน 2 ปีให้ผลไม่ตรงกัน [13][14] งานวิจัยเชิงสังเกตพบว่าผู้ที่ฉีดสเตียรอยด์มีข้อเสื่อมใน MRI เพิ่มขึ้นมากกว่า [20] แต่อาจเป็นเพราะผู้ที่ได้ฉีดมีอาการมากกว่าอยู่แล้ว

ภาวะแทรกซ้อนที่กระดูก (พบน้อย)

เช่น ข้อทรุดเร็ว กระดูกใต้ผิวข้อร้าว หรือกระดูกขาดเลือด ข้อมูลผู้ป่วย 1,000 รายที่ฉีดข้อสะโพกหรือข้อเข่า พบ 10 ราย (ในข้อเข่า 4 ราย) ส่วนใหญ่เกิดใน 2–9 เดือนหลังฉีด [21] หากเข่าปวดมากขึ้นผิดปกติในช่วงนี้ ควรมาตรวจและเอกซเรย์

ฉีดก่อนผ่าตัดหรือฉีดเข้าข้อเทียม

การฉีดสเตียรอยด์ภายใน 3 เดือนก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อ สัมพันธ์กับการติดเชื้อข้อเทียมที่สูงขึ้น ส่วนการฉีดก่อนหน้านั้นไม่พบความเสี่ยงเพิ่ม [4] และการฉีดเข้าข้อเข่าเทียมสัมพันธ์กับการติดเชื้อและการผ่าตัดแก้ไขที่สูงขึ้น [7]

⚠  รีบมาพบแพทย์หลังฉีด หากมี

ไข้ เข่าบวม แดง ร้อนมากขึ้น หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังวันที่ 2–3 จนลงน้ำหนักไม่ได้ ผู้ป่วยเบาหวานที่น้ำตาลสูงมากต่อเนื่อง กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย หรืออ่อนเพลียมาก หากมีผื่นทั่วตัว หน้าบวม หรือหายใจลำบาก ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

อ่านต่อ

การฉีดยาเข้าข้อเข่า: ภาพรวม

สเตียรอยด์ น้ำเลี้ยงข้อ และ PRP ต่างกันอย่างไร ได้ผลนานแค่ไหน และแบบไหนเหมาะกับใคร

ฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า (กรดไฮยาลูโรนิก)

ได้ผลแค่ไหน ฉีดกี่เข็ม และผลข้างเคียง

คำถามที่พบบ่อย

นัดตรวจกับหมอคณินทร์

อาการปวดเข่าที่รบกวนการเดินและการนอนเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ปรึกษาเรื่องปวดเข่าและการฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่ากับ รศ.นพ. คณินทร์ ได้วันอังคาร–พฤหัสบดี 17.00–19.00 น. และเสาร์–อาทิตย์ 9.00–12.00 น.
โทร 062-498-3913 · LINE @khaninclinic · Facebook khaninortho

เอกสารอ้างอิง

  1. Cushman DM, et al. Prospective evaluation of pain flares and time until pain relief following musculoskeletal corticosteroid injections. Sports Health 2023;15:227–233.

  2. Jüni P, et al. Intra-articular corticosteroid for knee osteoarthritis. Cochrane Database Syst Rev 2015;(10):CD005328.

  3. Bensa A, et al. Intra-articular corticosteroid injections provide a clinically relevant benefit compared to placebo only at short-term follow-up in patients with knee osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis. Knee Surg Sports Traumatol Arthrosc 2024;32:311–322.

  4. Lai Q, et al. Prior intra-articular corticosteroid injection within 3 months may increase the risk of deep infection in subsequent joint arthroplasty: a meta-analysis. Clin Orthop Relat Res 2022;480:971–979.

  5. Bannuru RR, et al. OARSI guidelines for the non-surgical management of knee, hip, and polyarticular osteoarthritis. Osteoarthritis Cartilage 2019;27:1578–1589.

  6. Maricar N, et al. Predictors of response to intra-articular steroid injections in knee osteoarthritis — a systematic review. Rheumatology (Oxford) 2013;52:1022–1032.

  7. Durst CR, et al. Intra-articular corticosteroid injections into a preexisting total knee arthroplasty are associated with increased risk of periprosthetic joint infection and revision. Arthroplast Today 2023;24:101237.

  8. Jayaram P, et al. Chondrotoxic effects of local anesthetics on human knee articular cartilage: a systematic review. PM R 2019;11:379–400.

  9. Habib GS. Systemic effects of intra-articular corticosteroids. Clin Rheumatol 2009;28:749–756.

  10. Brophy RH, Fillingham YA. AAOS clinical practice guideline summary: management of osteoarthritis of the knee (nonarthroplasty), third edition. J Am Acad Orthop Surg 2022;30:e721–e729.

  11. Kolasinski SL, et al. 2019 American College of Rheumatology/Arthritis Foundation guideline for the management of osteoarthritis of the hand, hip, and knee. Arthritis Rheumatol 2020;72:220–233.

  12. Kamel SI, et al. Local and systemic side effects of corticosteroid injections for musculoskeletal indications. AJR Am J Roentgenol 2024;222:e2330458.

  13. Raynauld JP, et al. Safety and efficacy of long-term intraarticular steroid injections in osteoarthritis of the knee: a randomized, double-blind, placebo-controlled trial. Arthritis Rheum 2003;48:370–377.

  14. McAlindon TE, et al. Effect of intra-articular triamcinolone vs saline on knee cartilage volume and pain in patients with knee osteoarthritis: a randomized clinical trial. JAMA 2017;317:1967–1975.

  15. Donovan RL, et al. Effects of recurrent intra-articular corticosteroid injections for osteoarthritis at 3 months and beyond: a systematic review and meta-analysis in comparison to other injectables. Osteoarthritis Cartilage 2022;30:1658–1669.

  16. Bannuru RR, et al. Therapeutic trajectory of hyaluronic acid versus corticosteroids in the treatment of knee osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis. Arthritis Rheum 2009;61:1704–1711.

  17. Bennell KL, et al. Effect of intra-articular platelet-rich plasma vs placebo injection on pain and medial tibial cartilage volume in patients with knee osteoarthritis: the RESTORE randomized clinical trial. JAMA 2021;326:2021–2030.

  18. Scherer J, et al. Pharmacology of intra-articular triamcinolone. Inflammopharmacology 2014;22:201–217.

  19. Petersen SK, et al. Low frequency of septic arthritis after arthrocentesis and intra-articular glucocorticoid injection. Scand J Rheumatol 2019;48:393–397.

  20. Bharadwaj UU, et al. Intra-articular knee injections and progression of knee osteoarthritis: data from the Osteoarthritis Initiative. Radiology 2025;315:e233081.

  21. Graf DN, et al. Intraarticular steroid injection in hip and knee with fluoroscopic guidance: reassessing safety. Radiology 2022;304:363–369.

ข้อมูลในบทความนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจและคำแนะนำจากแพทย์

bottom of page