Reclinic
หมอคณินทร์
หน้าแรก › บริการ › การฉีดยาเข้าข้อเข่า › ฉีด PRP
บทความสุขภาพ · ข้อเข่า
ฉีด PRP เข้าข้อเข่า ที่หาดใหญ่
PRP คือพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น เตรียมจากเลือดของผู้ป่วยเอง แล้วฉีดกลับเข้าไปในข้อเข่าเพื่อลดปวดจากข้อเข่าเสื่อม PRP ไม่ใช่ยาสเตียรอยด์ ออกฤทธิ์ช้ากว่า และต้องฉีดหลายครั้ง งานวิจัยพบว่าอาจช่วยลดปวดได้หลายเดือน โดยเฉพาะข้อเสื่อมระยะแรก แต่ผลยังไม่ตรงกันในแต่ละการศึกษา และยังไม่มีหลักฐานว่าช่วยให้กระดูกอ่อนงอกใหม่ ก่อนฉีด รศ.นพ. คณินทร์ จะตรวจเข่าและประเมินความรุนแรงของข้อเข่าเสื่อมที่ Reclinic หาดใหญ่ เพื่อพิจารณาว่า PRP เหมาะกับผู้ป่วยหรือไม่

เขียนและทบทวนโดย รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์
ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ (ว.35052) · ทบทวนล่าสุด ตุลาคม 2569 · อ่านประมาณ 9 นาที
ที่ Reclinic ฉีด
3 เข็ม
ห่างกันเข็มละ 1 เดือน
เตรียม PRP
ประมาณ 15 นาที
ด้วยชุดเตรียมแบบระบบปิด
ก่อนและหลังฉีด
งดยาต้านการอักเสบ 7 วัน
ใช้ยาพาราเซตามอลแทนได้
ใครเหมาะกับการฉีด PRP เข้าข้อเข่า
การรักษาหลักของข้อเข่าเสื่อม คือการบริหารกล้ามเนื้อต้นขา การลดน้ำหนักในผู้ที่น้ำหนักเกิน และการปรับกิจวัตร ซึ่งแนวทางการรักษาสากลแนะนำให้ทำทุกคน [2] การฉีด PRP เป็นการรักษาเสริม ไม่ใช่การรักษาแรก
อาจพิจารณาการฉีด PRP เข้าข้อเข่า หาก:
✓ ปวดเข่าจากข้อเข่าเสื่อมระดับน้อยถึงปานกลาง ตรวจร่างกายและเอกซเรย์ยืนยันแล้ว [3]
✓ บริหารกล้ามเนื้อ ลดน้ำหนัก และใช้ยามาแล้ว แต่ยังปวดจนรบกวนชีวิตประจำวัน
✓ ต้องการยาฉีดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น เป็นเบาหวาน หรือฉีดสเตียรอยด์แล้วได้ผลสั้นลงเรื่อย ๆ
✓ ใช้ยาต้านการอักเสบไม่ได้ หรือไม่ควรใช้นาน เช่น มีโรคกระเพาะ โรคไต หรือโรคหัวใจ
✓ สะดวกมาฉีดตามนัด 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน
การรวบรวมงานวิจัยพบว่า PRP ได้ผลมากกว่าในข้อเข่าเสื่อมระยะแรก [4] ส่วนข้อเสื่อมรุนแรงที่ผิวข้อชิดกันจนเกือบไม่มีช่องว่าง หลักฐานยังมีน้อย
ไม่ควรฉีดหากมีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณเข่าหรือในข้อเข่า กำลังมีไข้ไม่สบาย มีโรคเลือดหรือเกล็ดเลือดต่ำ หรือกำลังรักษาโรคมะเร็ง การฉีดเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ หลังจากเข้าใจทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด และค่าใช้จ่ายแล้ว
PRP คืออะไร และเตรียมอย่างไร
PRP คืออะไร
PRP (platelet-rich plasma) คือพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นกว่าในเลือดปกติหลายเท่า เกล็ดเลือดมีโปรตีนหลายชนิด (growth factors) ที่เกี่ยวข้องกับการลดการอักเสบและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ จึงมีการนำมาฉีดเข้าข้อเพื่อลดปวด PRP เตรียมจากเลือดของผู้ป่วยเอง ไม่ใช่ยาสเตียรอยด์ และไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
เตรียมอย่างไรที่ Reclinic
เจาะเลือดจากแขนประมาณ 7 มล. ใส่ในหลอดเตรียมแบบระบบปิดที่มีเจลแยกเม ็ดเลือดแดงออก แล้วปั่นแยกในเครื่อง ใช้เวลาเตรียมประมาณ 15 นาที จากนั้นดูดส่วนที่เป็น PRP ไปฉีดเข้าข้อเข่าทันที ระบบปิดช่วยลดการปนเปื้อน เพราะเลือดไม่สัมผัสอากาศระหว่างเตรียม
PRP ช่วยลดอาการ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้กระดูกอ่อนที่สึกไปแล้วกลับมาหนาขึ้น งานวิจัยที่ตรวจด้วย MRI ไม่พบความแตกต่างของปริมาณกระดูกอ่อนเมื่อเทียบกับการฉีดน้ำเกลือ [5] จึงควรบริหารกล้ามเนื้อและควบคุมน้ำหนักต่อเนื่องร่วมด้วย
ฉีด PRP เข้าข้อเข่าได้ผลแค่ไหน และอยู่ได้นานเท่าไร
เทียบกับการฉีดน้ำเกลือ — การรวบรวมงานวิจัย 11 การศึกษา (1,616 ราย) พบว่า PRP ลดปวดได้มากกว่าการฉีดน้ำเกลือที่ 3 และ 6 เดือน (ประมาณ 1–2 คะแนนจาก 10) แต่ไม่พบความแตกต่างที่ 12 เดือน และผลแต่ละการศึกษาต่างกันมาก [1] ส่วนงานวิจัยขนาดใหญ่ที่ออกแบบดี (288 ราย) ไม่พบความแตกต่างทั้งอาการปวดและปริมาณกระดูกอ่อนที่ 12 เดือน [5]
เทียบกับน้ำเลี้ยงข้อเข่า — การรวบรวมงานวิจัยบางฉบับพบว่า PRP ลดปวดและเพิ่มการใช้งานได้ดีกว่าเล็กน้อย โดยเห็นชัดที่ 6–12 เดือน [6] และได้ผลมากกว่าเมื่อใช้แบบเม็ดเลือดขาวน้อย ฉีดหลายเข็ม และในข้อเสื่อมระยะแรก [4] แต่บางฉบับไม่พบความแตกต่างโดยรวม [7]
อยู่ได้นานเท่าไร — งานวิจัยที่ติดตามผู้ป่วยนานประมาณ 5 ปี พบว่าผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นนานประมาณ 12 เดือน (ค่ากลาง) หลังฉีด PRP และ 9 เดือนหลังฉีดน้ำเลี้ยงข้อ ซึ่งไม่ต่างกันทางสถิติ [8] ระยะเวลาจริงแตกต่างกันในแต่ละคน
OARSI (2019)
ไม่แนะนำ PRP เพราะหลักฐานยังมีคุณภาพต่ำ และวิธีเตรียมยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน [2]
AAOS (2021)
PRP อาจช่วยลดปวดและเพิ่มการใช้งานได้ (หลักฐานจำกัด) [9]
ACR (2019)
ไม่แนะนำ PRP [10]
ESSKA (2024)
ฉันทามติของสมาคมแพทย์ข้อเข่ายุโรป: PRP เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับข้อเข่าเสื่อมระดับน้อยถึงปานกลาง และให้ผลนานกว่าสเตียรอยด์ [3]
สรุปคือ PRP อาจช่วยลดปวดได้หลาย เดือนในข้อเข่าเสื่อมระยะแรก แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ได้ผล และแนวทางสากลยังเห็นไม่ตรงกัน แนวทางของ OARSI และ ACR ออกก่อนงานวิจัยใหม่หลายฉบับ ยังไม่มีข้อสรุปว่าวิธีเตรียม PRP แบบใดได้ผลมากกว่ากัน
ฉีด PRP เข้าข้อเข่ากี่เข็ม
ที่ Reclinic ฉีด PRP 3 เข็ม ห่างกันเข็มละ 1 เดือน ซึ่งเป็นแบบที่ใช้กันทั่วไปในงานวิจัย จำนวนเข็มและระยะห่างที่เหมาะสมที่สุดยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด
ทำไมจึงฉีด 3 เข็ม
การรวบรวมงานวิจัย 7 การศึกษา (575 ราย) พบว่าการฉีด 3 เข็มลดปวดได้มากกว่าการฉีด 1 เข็มที่ 12 เดือน ส่วนการฉีด 2 เข็มไม่ต่างจาก 1 เข็ม และผลข้างเคียงไม่ต่างกัน [11]
ฉีดเข็มเดียวพอไหม
การรวบรวมอีกฉบับพบว่าที่ 6 เดือน การฉีดเข็มเดียวลดปวดได้ใกล้เคียงกับการฉีดหลายเข็ม แต่การใช้งานเข่าดีกว่าเมื่อฉีดหลายเข็ม [12] งานวิจัยในเรื่องนี้ยังมีจำนวนน้อย
PRP ร่วมกับน้ำเลี้ยงข้อ
ฉีด PRP ต่างจากสเตียรอยด์และน้ำเลี้ยงข้อเข่าอย่างไร
ยาฉีดทั้งสามแบบออกฤทธิ์ต่างกัน สเตียรอยด์ลดปวดได้เร็วแต่ผลสั้น ส่วน PRP และน้ำเลี้ยงข้อออกฤทธิ์ช้ากว่า ฉันทามติของ ESSKA ระบุว่า PRP ให้ผลนานกว่าสเตียรอยด์ [3]
PRP
สเตียรอยด์
น้ำเลี้ยงข้อ (HA)
คืออะไร
เกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของผู้ป่วยเอง
ยาลดการอักเสบ
สารหล่อลื่นที่มีในน้ำไขข้อ
เริ่มออกฤทธิ์
ช้า ต้องฉีดหลายครั้ง
เร็ว ส่วนใหญ่ภายใน 1 สัปดาห์
ช้ากว่า ค่อย ๆ ชัดขึ้นในหลายสัปดาห์
ช่วงที่ได้ผลชัดในงานวิจัย
1–2 สัปดาห์แรก ไม่พบผลที่ 6 เดือน [17]
ดีกว่าสเตียรอยด์ในช่วง 2–6 เดือนหลังฉีด [18]
ที่ Reclinic
3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน (มีแบบผสมน้ำเลี้ยงข้อ)
ครั้งละ 1 เข็ม ฉีดซ้ำเมื่ออาการกำเริบ โดยเว้นระยะตามที่แพทย์แนะนำ
1 หรือ 3 ครั้ง ซ้ำเมื่ออาการกลับมาหรือทุก 6 เดือน
ข้อควรระวัง
ต้องเจาะเลือด งดยาต้านการอักเสบ 7 วันก่อนและหลังฉีด
น้ำตาลในเลือดสูงชั่วคราวในผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรฉีดซ้ำบ่อย
ผู้ที่แพ้เนื้อไก่ ไข่ หรือขนนก ควรแจ้งแพทย์
PRP
คืออะไร
เกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของผู้ป่วยเอง
เริ่มออกฤทธิ์
ช้า ต้องฉีดหลายครั้ง
ช่วงที่ได้ผลชัดในงานวิจัย
ดีกว่าการฉีดน้ำเกลือที่ 3–6 เดือนในการรวบรวม แต่งานวิจัยขนาดใหญ่ไม่พบความแตกต่าง [1] [5]
ที่ Reclinic
3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน (มีแบบผสมน้ำเลี้ยงข้อ)
ข้อควรระวัง
ต้องเจาะเลือด งดยาต้านการอักเสบ 7 วันก่อนและหลังฉีด
สเตียรอยด์
คืออะไร
ยาลดการอักเสบ
เริ่มออกฤทธิ์
เร็ว ส่วนใหญ่ภายใน 1 สัปดาห์
ช่วงที่ได้ผลชัดในงานวิจัย
1–2 สัปดาห์แรก ไม่พบผลที่ 6 เดือน [17]
ที่ Reclinic
ครั้งละ 1 เข็ม ฉีดซ้ำเมื่ออาการกำเริบ โดยเว้นระยะตามที่แพทย์แนะนำ
ข้อควรระวัง
น้ำตาลในเลือดสูงชั่วคราวในผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรฉีดซ้ำบ่อย
น้ำเลี้ยงข้อ (HA)
คืออะไร
สารหล่อลื่นที่มีในน้ำไขข้อ
เริ่มออกฤทธิ์
ช้ากว่า ค่อย ๆ ชัดขึ้นในหลายสัปดาห์
ช่วงที่ได้ผลชัดในงานวิจัย
ดีกว่าสเตียรอยด์ในช่วง 2–6 เดือนหลังฉีด [18]
ที่ Reclinic
1 หรือ 3 ครั้ง ซ้ำเมื่ออาการกลับมาหรือทุก 6 เดือน
ข้อควรระวัง
ผู้ที่แพ้เนื้อไก่ ไข่ หรือขนนก ควรแจ้งแพทย์
อ่านการเปรียบเทียบทั้งสามแบบ พร้อมคำแนะนำจากแนวทางสากล ได้ที่หน้าการฉีดยาเข้าข้อเข่า ค่าใช้จ่ายขึ้นกับชนิดยาและจำนวนครั้ง สอบถามได้ที่คลินิก
การเตรียมตัวก่อนฉีด PRP
สิ่งที่ควรทำก่อนฉีด
✓ งดยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค นาพรอกเซน กรดเมเฟนามิก 7 วันก่อนฉีดและ 7 วันหลังฉีด ใช้ยาพาราเซตามอลแทนได้
✓ หากใช้ยาป้องกันเลือดแข็งตัว เช่น แอสไพริน หรือยาละลายลิ่มเลือดที่แพทย์สั่งเพื่อโรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมอง ไม่ควรหยุดยาเอง กรุณาแจ้งแพทย์ก่อน
✓ อาหารเสริมที่อาจทำให้เลือดออกง่าย เช่น น้ำมันปลา วิตามินอี ใบแปะก๊วย ควรงด 7 วันก่อนฉีด
✓ หากมีแผนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า แจ้งแพทย์ก่อน เพราะควรเว้นการฉีดยาเข้าข้ออย่างน้อย 3 เดือนก่อนผ่าตัด [19]
✓ หากมีไข้ ไม่สบาย หรือมีแผล ผื่น ตุ่มหนองบริเวณเข่า ให้แจ้งเพื่อเลื่อนการฉีด
✓ กินอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ ไม่ต้องงดอาหารก่อนเจาะเลือด
✓ สวมเสื้อที่พับแขนขึ้นได้ และกางเกงหลวมที่พับขึ้นเหนือเข่าได้
ขั้นตอนการฉีด PRP เข้าข้อเข่าและการดูแลหลังฉีด
1
ตรวจและวางแผน
ซักประวัติ ตรวจเข่า และเอกซเรย์ที่คลินิกถ้าจำเป็น แพทย์อธิบายทางเลือกการรักษาและตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วย การฉีด PRP นัดได้วันอังคาร 17.00–19.00 น. และวันเสาร์ 9.00–11.30 น.
2
เจาะเลือดและเตรียม PRP
เจาะเลือดจากแขนประมาณ 7 มล. ด้วยชุดเตรียมแบบระบบปิด แล้วปั่นแยกเกล็ดเลือด ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
3
ฉีด PRP เข้าข้อเข่า
ทำความสะอาดผิวด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ใช้เทคนิคปลอดเชื้อทุกขั้นตอน ขณะฉีดจะเจ็บคล้ายฉีดยาทั่วไป และรู้สึกตึงในเข่ าขณะยาเข้าข้อ ที่ Reclinic ไม่ผสมยาชาใน PRP จากนั้นปิดพลาสเตอร์
4
2 วันแรกหลังฉีด
เดินกลับบ้านได้ งดวิ่ง กระโดด ยกของหนัก หรือยืนเดินนาน ๆ บางคนปวดตึงหรือเข่าบวมเล็กน้อย [16] ประคบเย็นครั้งละ 15–20 นาที ใช้ยาพาราเซตามอลได้ และงดยาต้านการอักเสบต่อจนครบ 7 วัน
5
เข็มที่ 2 และ 3
นัดฉีดห่างกันเข็มละ 1 เดือน งดยาต้านการอักเสบ 7 วันก่อนและหลังทุกเข็ม ระหว่างนี้บริหารกล้ามเนื้อต้นขาต่อเนื่อง
6
ติดตามผล
PRP ออกฤทธิ์ช้า แพทย์จะประเมินผลหลังฉีดครบ หากอาการกลับมาในภายหลัง ปรึกษาแพทย์เรื่องทางเลือกการรักษาได้
นัดติดตามอาการตามที่แพทย์แนะนำ และสอบถามอาการทาง LINE หรือ Facebook ได้ระหว่างนัด
ผลข้างเคียงของการฉีด PRP เข้าข้อเข่า
PRP เตรียมจากเลือดของผู้ป่วยเอง และไม่มีผลต่อน้ำตาลในเลือดแบบสเตียรอยด์ แต่ยังเป็นการฉีดเข้าข้อ จึงมีผลข้างเคียงได้ ส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อยและหายเองในไม่กี่วัน
ปวด บวม หรือตึงเข่าหลังฉีด
พบได้ประมาณ 1 ใน 10 ราย มักเป็นเล็กน้อยและดีขึ้นเอง การรวบรวมงานวิจัยพบว่าพบบ่อยกว่าการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเฉพาะ PRP แบบเ ม็ดเลือดขาวมาก [16] พักการใช้เข่า ประคบเย็น และใช้ยาพาราเซตามอลได้
ช้ำหรือเจ็บบริเวณที่เจาะเลือด
พบได้บ้างและหายเองในไม่กี่วัน บางคนรู้สึกหน้ามืดขณะเจาะเลือด หากเคยเป็นลมเวลาเจาะเลือด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน
ภาพรวมความปลอดภัย
การรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยกว่า 76,000 ราย พบผู้ที่มีผลข้างเค ียงอย่างน้อย 1 อย่างหลังฉีด PRP ประมาณ 9 ใน 100 ราย ใกล้เคียงหรือน้อยกว่าสเตียรอยด์และน้ำเลี้ยงข้อ [20] แต่การรวบรวมงานวิจัยแบบสุ่มอีกฉบับพบผลข้างเคียงมากกว่าการฉีดน้ำเกลือ โดยเกือบทั้งหมดเป็นอาการเล็กน้อยถึงปานกลางที่หายเอง [21]
การติดเชื้อในข้อเข่า
พบน้อยมาก ข้อมูลการฉีดยาและเจาะข้อกว่า 22,000 ครั้ง พบการติดเชื้อน้อยกว่า 1 ใน 1,000 ครั้ง [22] แพทย์ป้องกันโดยใช้ชุดเตรียมแบบระบบปิด ทำความสะอาดผิว และใช้เทคนิคปลอดเชื้อ
ฉีดก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากการฉีดสเตียรอยด์ ซึ่งการฉีดภายใน 3 เดือนก่อนผ่าตัดสัมพันธ์กับการติดเชื้อข้อเทียมที่สูงขึ้น [19] สำหรับ PRP ยังไม่มีข้อมูลเฉพาะ แพทย์จึงเว้นการฉีดยาเข้าข้อทุกชนิดอย่างน้อย 3 เดือนก่อนผ่าตัด
⚠ รีบมาพบแพทย์หลังฉีด หากมี
ไข้ เข่าบวม แดง ร้อนมากขึ้น หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังวันที่ 2–3 จนลงน้ำหนักไม่ได้ หากมีผื่นทั่วตัว หน้าบวม หรือหายใจลำบาก ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที