top of page

Reclinic
หมอคณินทร์

บทความสุขภาพ · ข้อเข่า

ฉีด PRP เข้าข้อเข่า ที่หาดใหญ่

PRP คือพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น เตรียมจากเลือดของผู้ป่วยเอง แล้วฉีดกลับเข้าไปในข้อเข่าเพื่อลดปวดจากข้อเข่าเสื่อม PRP ไม่ใช่ยาสเตียรอยด์ ออกฤทธิ์ช้ากว่า และต้องฉีดหลายครั้ง งานวิจัยพบว่าอาจช่วยลดปวดได้หลายเดือน โดยเฉพาะข้อเสื่อมระยะแรก แต่ผลยังไม่ตรงกันในแต่ละการศึกษา และยังไม่มีหลักฐานว่าช่วยให้กระดูกอ่อนงอกใหม่ ก่อนฉีด รศ.นพ. คณินทร์ จะตรวจเข่าและประเมินความรุนแรงของข้อเข่าเสื่อมที่ Reclinic หาดใหญ่ เพื่อพิจารณาว่า PRP เหมาะกับผู้ป่วยหรือไม่

รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ Reclinic หาดใหญ่

เขียนและทบทวนโดย รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์

ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ (ว.35052) · ทบทวนล่าสุด ตุลาคม 2569 · อ่านประมาณ 9 นาที

ที่ Reclinic ฉีด

3 เข็ม

ห่างกันเข็มละ 1 เดือน

เตรียม PRP

ประมาณ 15 นาที

ด้วยชุดเตรียมแบบระบบปิด

ลดปวดได้มากกว่าการฉีดน้ำเกลือ

ช่วง 3–6 เดือน

ผลที่ 12 เดือนยังไม่ชัด [1]

ก่อนและหลังฉีด

งดยาต้านการอักเสบ 7 วัน

ใช้ยาพาราเซตามอลแทนได้

ใครเหมาะกับการฉีด PRP เข้าข้อเข่า

การรักษาหลักของข้อเข่าเสื่อม คือการบริหารกล้ามเนื้อต้นขา การลดน้ำหนักในผู้ที่น้ำหนักเกิน และการปรับกิจวัตร ซึ่งแนวทางการรักษาสากลแนะนำให้ทำทุกคน [2] การฉีด PRP เป็นการรักษาเสริม ไม่ใช่การรักษาแรก

อาจพิจารณาการฉีด PRP เข้าข้อเข่า หาก:

✓  ปวดเข่าจากข้อเข่าเสื่อมระดับน้อยถึงปานกลาง ตรวจร่างกายและเอกซเรย์ยืนยันแล้ว [3]

✓  บริหารกล้ามเนื้อ ลดน้ำหนัก และใช้ยามาแล้ว แต่ยังปวดจนรบกวนชีวิตประจำวัน

✓  ต้องการยาฉีดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น เป็นเบาหวาน หรือฉีดสเตียรอยด์แล้วได้ผลสั้นลงเรื่อย ๆ

✓  ใช้ยาต้านการอักเสบไม่ได้ หรือไม่ควรใช้นาน เช่น มีโรคกระเพาะ โรคไต หรือโรคหัวใจ

✓  สะดวกมาฉีดตามนัด 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน

การรวบรวมงานวิจัยพบว่า PRP ได้ผลมากกว่าในข้อเข่าเสื่อมระยะแรก [4] ส่วนข้อเสื่อมรุนแรงที่ผิวข้อชิดกันจนเกือบไม่มีช่องว่าง หลักฐานยังมีน้อย

ไม่ควรฉีดหากมีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณเข่าหรือในข้อเข่า กำลังมีไข้ไม่สบาย มีโรคเลือดหรือเกล็ดเลือดต่ำ หรือกำลังรักษาโรคมะเร็ง การฉีดเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ หลังจากเข้าใจทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด และค่าใช้จ่ายแล้ว

PRP คืออะไร และเตรียมอย่างไร

PRP คืออะไร

PRP (platelet-rich plasma) คือพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นกว่าในเลือดปกติหลายเท่า เกล็ดเลือดมีโปรตีนหลายชนิด (growth factors) ที่เกี่ยวข้องกับการลดการอักเสบและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ จึงมีการนำมาฉีดเข้าข้อเพื่อลดปวด PRP เตรียมจากเลือดของผู้ป่วยเอง ไม่ใช่ยาสเตียรอยด์ และไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

เตรียมอย่างไรที่ Reclinic

เจาะเลือดจากแขนประมาณ 7 มล. ใส่ในหลอดเตรียมแบบระบบปิดที่มีเจลแยกเม็ดเลือดแดงออก แล้วปั่นแยกในเครื่อง ใช้เวลาเตรียมประมาณ 15 นาที จากนั้นดูดส่วนที่เป็น PRP ไปฉีดเข้าข้อเข่าทันที ระบบปิดช่วยลดการปนเปื้อน เพราะเลือดไม่สัมผัสอากาศระหว่างเตรียม

PRP ช่วยลดอาการ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้กระดูกอ่อนที่สึกไปแล้วกลับมาหนาขึ้น งานวิจัยที่ตรวจด้วย MRI ไม่พบความแตกต่างของปริมาณกระดูกอ่อนเมื่อเทียบกับการฉีดน้ำเกลือ [5] จึงควรบริหารกล้ามเนื้อและควบคุมน้ำหนักต่อเนื่องร่วมด้วย

ฉีด PRP เข้าข้อเข่าได้ผลแค่ไหน และอยู่ได้นานเท่าไร

เทียบกับการฉีดน้ำเกลือ — การรวบรวมงานวิจัย 11 การศึกษา (1,616 ราย) พบว่า PRP ลดปวดได้มากกว่าการฉีดน้ำเกลือที่ 3 และ 6 เดือน (ประมาณ 1–2 คะแนนจาก 10) แต่ไม่พบความแตกต่างที่ 12 เดือน และผลแต่ละการศึกษาต่างกันมาก [1] ส่วนงานวิจัยขนาดใหญ่ที่ออกแบบดี (288 ราย) ไม่พบความแตกต่างทั้งอาการปวดและปริมาณกระดูกอ่อนที่ 12 เดือน [5]

เทียบกับน้ำเลี้ยงข้อเข่า — การรวบรวมงานวิจัยบางฉบับพบว่า PRP ลดปวดและเพิ่มการใช้งานได้ดีกว่าเล็กน้อย โดยเห็นชัดที่ 6–12 เดือน [6] และได้ผลมากกว่าเมื่อใช้แบบเม็ดเลือดขาวน้อย ฉีดหลายเข็ม และในข้อเสื่อมระยะแรก [4] แต่บางฉบับไม่พบความแตกต่างโดยรวม [7]

อยู่ได้นานเท่าไร — งานวิจัยที่ติดตามผู้ป่วยนานประมาณ 5 ปี พบว่าผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นนานประมาณ 12 เดือน (ค่ากลาง) หลังฉีด PRP และ 9 เดือนหลังฉีดน้ำเลี้ยงข้อ ซึ่งไม่ต่างกันทางสถิติ [8] ระยะเวลาจริงแตกต่างกันในแต่ละคน

OARSI (2019)

ไม่แนะนำ PRP เพราะหลักฐานยังมีคุณภาพต่ำ และวิธีเตรียมยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน [2]

AAOS (2021)

PRP อาจช่วยลดปวดและเพิ่มการใช้งานได้ (หลักฐานจำกัด) [9]

ACR (2019)

ไม่แนะนำ PRP [10]

ESSKA (2024)

ฉันทามติของสมาคมแพทย์ข้อเข่ายุโรป: PRP เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับข้อเข่าเสื่อมระดับน้อยถึงปานกลาง และให้ผลนานกว่าสเตียรอยด์ [3]

สรุปคือ PRP อาจช่วยลดปวดได้หลายเดือนในข้อเข่าเสื่อมระยะแรก แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ได้ผล และแนวทางสากลยังเห็นไม่ตรงกัน แนวทางของ OARSI และ ACR ออกก่อนงานวิจัยใหม่หลายฉบับ ยังไม่มีข้อสรุปว่าวิธีเตรียม PRP แบบใดได้ผลมากกว่ากัน

ฉีด PRP เข้าข้อเข่ากี่เข็ม

ที่ Reclinic ฉีด PRP 3 เข็ม ห่างกันเข็มละ 1 เดือน ซึ่งเป็นแบบที่ใช้กันทั่วไปในงานวิจัย จำนวนเข็มและระยะห่างที่เหมาะสมที่สุดยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด

ทำไมจึงฉีด 3 เข็ม

การรวบรวมงานวิจัย 7 การศึกษา (575 ราย) พบว่าการฉีด 3 เข็มลดปวดได้มากกว่าการฉีด 1 เข็มที่ 12 เดือน ส่วนการฉีด 2 เข็มไม่ต่างจาก 1 เข็ม และผลข้างเคียงไม่ต่างกัน [11]

ฉีดเข็มเดียวพอไหม

การรวบรวมอีกฉบับพบว่าที่ 6 เดือน การฉีดเข็มเดียวลดปวดได้ใกล้เคียงกับการฉีดหลายเข็ม แต่การใช้งานเข่าดีกว่าเมื่อฉีดหลายเข็ม [12] งานวิจัยในเรื่องนี้ยังมีจำนวนน้อย

PRP ร่วมกับน้ำเลี้ยงข้อ

ที่ Reclinic มีแบบผสม PRP กับน้ำเลี้ยงข้อในเข็มเดียวกัน ฉีด 3 เข็ม ห่างกันเข็มละ 1 เดือนเช่นเดียวกัน การรวบรวมงานวิจัยแบบเครือข่ายพบว่าลดปวดได้มากกว่า PRP อย่างเดียวเล็กน้อย [13] แต่อีกการรวบรวมพบว่าอาการปวดไม่ต่างกัน และการใช้งานดีขึ้นเพียงเล็กน้อย [14]

แบบเม็ดเลือดขาวน้อยหรือมาก

PRP แบ่งตามปริมาณเม็ดเลือดขาวที่ปนอยู่ การรวบรวม 21 การศึกษาพบว่าทั้งสองแบบได้ผลใกล้เคียงกัน [15] แต่แบบเม็ดเลือดขาวมากมีรายงานปวดบวมหลังฉีดมากกว่า [16] ชุดเตรียมที่ Reclinic ใช้เป็นแบบเม็ดเลือดขาวน้อย

ฉีด PRP ต่างจากสเตียรอยด์และน้ำเลี้ยงข้อเข่าอย่างไร

ยาฉีดทั้งสามแบบออกฤทธิ์ต่างกัน สเตียรอยด์ลดปวดได้เร็วแต่ผลสั้น ส่วน PRP และน้ำเลี้ยงข้อออกฤทธิ์ช้ากว่า ฉันทามติของ ESSKA ระบุว่า PRP ให้ผลนานกว่าสเตียรอยด์ [3]

PRP

สเตียรอยด์

น้ำเลี้ยงข้อ (HA)

คืออะไร

เกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของผู้ป่วยเอง

ยาลดการอักเสบ

สารหล่อลื่นที่มีในน้ำไขข้อ

เริ่มออกฤทธิ์

ช้า ต้องฉีดหลายครั้ง

เร็ว ส่วนใหญ่ภายใน 1 สัปดาห์

ช้ากว่า ค่อย ๆ ชัดขึ้นในหลายสัปดาห์

ช่วงที่ได้ผลชัดในงานวิจัย

ดีกว่าการฉีดน้ำเกลือที่ 3–6 เดือนในการรวบรวม แต่งานวิจัยขนาดใหญ่ไม่พบความแตกต่าง [1] [5]

1–2 สัปดาห์แรก ไม่พบผลที่ 6 เดือน [17]

ดีกว่าสเตียรอยด์ในช่วง 2–6 เดือนหลังฉีด [18]

ที่ Reclinic

3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน (มีแบบผสมน้ำเลี้ยงข้อ)

ครั้งละ 1 เข็ม ฉีดซ้ำเมื่ออาการกำเริบ โดยเว้นระยะตามที่แพทย์แนะนำ

1 หรือ 3 ครั้ง ซ้ำเมื่ออาการกลับมาหรือทุก 6 เดือน

ข้อควรระวัง

ต้องเจาะเลือด งดยาต้านการอักเสบ 7 วันก่อนและหลังฉีด

น้ำตาลในเลือดสูงชั่วคราวในผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรฉีดซ้ำบ่อย

ผู้ที่แพ้เนื้อไก่ ไข่ หรือขนนก ควรแจ้งแพทย์

PRP

คืออะไร

เกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของผู้ป่วยเอง

 

เริ่มออกฤทธิ์

ช้า ต้องฉีดหลายครั้ง

 

ช่วงที่ได้ผลชัดในงานวิจัย

ดีกว่าการฉีดน้ำเกลือที่ 3–6 เดือนในการรวบรวม แต่งานวิจัยขนาดใหญ่ไม่พบความแตกต่าง [1] [5]

 

ที่ Reclinic

3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน (มีแบบผสมน้ำเลี้ยงข้อ)

 

ข้อควรระวัง

ต้องเจาะเลือด งดยาต้านการอักเสบ 7 วันก่อนและหลังฉีด

สเตียรอยด์

คืออะไร

ยาลดการอักเสบ

 

เริ่มออกฤทธิ์

เร็ว ส่วนใหญ่ภายใน 1 สัปดาห์

 

ช่วงที่ได้ผลชัดในงานวิจัย

1–2 สัปดาห์แรก ไม่พบผลที่ 6 เดือน [17]

 

ที่ Reclinic

ครั้งละ 1 เข็ม ฉีดซ้ำเมื่ออาการกำเริบ โดยเว้นระยะตามที่แพทย์แนะนำ

 

ข้อควรระวัง

น้ำตาลในเลือดสูงชั่วคราวในผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรฉีดซ้ำบ่อย

น้ำเลี้ยงข้อ (HA)

คืออะไร

สารหล่อลื่นที่มีในน้ำไขข้อ

 

เริ่มออกฤทธิ์

ช้ากว่า ค่อย ๆ ชัดขึ้นในหลายสัปดาห์

 

ช่วงที่ได้ผลชัดในงานวิจัย

ดีกว่าสเตียรอยด์ในช่วง 2–6 เดือนหลังฉีด [18]

 

ที่ Reclinic

1 หรือ 3 ครั้ง ซ้ำเมื่ออาการกลับมาหรือทุก 6 เดือน

 

ข้อควรระวัง

ผู้ที่แพ้เนื้อไก่ ไข่ หรือขนนก ควรแจ้งแพทย์

อ่านการเปรียบเทียบทั้งสามแบบ พร้อมคำแนะนำจากแนวทางสากล ได้ที่หน้าการฉีดยาเข้าข้อเข่า ค่าใช้จ่ายขึ้นกับชนิดยาและจำนวนครั้ง สอบถามได้ที่คลินิก

การเตรียมตัวก่อนฉีด PRP

สิ่งที่ควรทำก่อนฉีด

✓  งดยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค นาพรอกเซน กรดเมเฟนามิก 7 วันก่อนฉีดและ 7 วันหลังฉีด ใช้ยาพาราเซตามอลแทนได้

✓  หากใช้ยาป้องกันเลือดแข็งตัว เช่น แอสไพริน หรือยาละลายลิ่มเลือดที่แพทย์สั่งเพื่อโรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมอง ไม่ควรหยุดยาเอง กรุณาแจ้งแพทย์ก่อน

✓  อาหารเสริมที่อาจทำให้เลือดออกง่าย เช่น น้ำมันปลา วิตามินอี ใบแปะก๊วย ควรงด 7 วันก่อนฉีด

✓  หากมีแผนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า แจ้งแพทย์ก่อน เพราะควรเว้นการฉีดยาเข้าข้ออย่างน้อย 3 เดือนก่อนผ่าตัด [19]

✓  หากมีไข้ ไม่สบาย หรือมีแผล ผื่น ตุ่มหนองบริเวณเข่า ให้แจ้งเพื่อเลื่อนการฉีด

✓  กินอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ ไม่ต้องงดอาหารก่อนเจาะเลือด

✓  สวมเสื้อที่พับแขนขึ้นได้ และกางเกงหลวมที่พับขึ้นเหนือเข่าได้

ขั้นตอนการฉีด PRP เข้าข้อเข่าและการดูแลหลังฉีด

1

ตรวจและวางแผน

ซักประวัติ ตรวจเข่า และเอกซเรย์ที่คลินิกถ้าจำเป็น แพทย์อธิบายทางเลือกการรักษาและตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วย การฉีด PRP นัดได้วันอังคาร 17.00–19.00 น. และวันเสาร์ 9.00–11.30 น.

2

เจาะเลือดและเตรียม PRP

เจาะเลือดจากแขนประมาณ 7 มล. ด้วยชุดเตรียมแบบระบบปิด แล้วปั่นแยกเกล็ดเลือด ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

3

ฉีด PRP เข้าข้อเข่า

ทำความสะอาดผิวด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ใช้เทคนิคปลอดเชื้อทุกขั้นตอน ขณะฉีดจะเจ็บคล้ายฉีดยาทั่วไป และรู้สึกตึงในเข่าขณะยาเข้าข้อ ที่ Reclinic ไม่ผสมยาชาใน PRP จากนั้นปิดพลาสเตอร์

4

2 วันแรกหลังฉีด

เดินกลับบ้านได้ งดวิ่ง กระโดด ยกของหนัก หรือยืนเดินนาน ๆ บางคนปวดตึงหรือเข่าบวมเล็กน้อย [16] ประคบเย็นครั้งละ 15–20 นาที ใช้ยาพาราเซตามอลได้ และงดยาต้านการอักเสบต่อจนครบ 7 วัน

5

เข็มที่ 2 และ 3

นัดฉีดห่างกันเข็มละ 1 เดือน งดยาต้านการอักเสบ 7 วันก่อนและหลังทุกเข็ม ระหว่างนี้บริหารกล้ามเนื้อต้นขาต่อเนื่อง

6

ติดตามผล

PRP ออกฤทธิ์ช้า แพทย์จะประเมินผลหลังฉีดครบ หากอาการกลับมาในภายหลัง ปรึกษาแพทย์เรื่องทางเลือกการรักษาได้

นัดติดตามอาการตามที่แพทย์แนะนำ และสอบถามอาการทาง LINE หรือ Facebook ได้ระหว่างนัด

ผลข้างเคียงของการฉีด PRP เข้าข้อเข่า

PRP เตรียมจากเลือดของผู้ป่วยเอง และไม่มีผลต่อน้ำตาลในเลือดแบบสเตียรอยด์ แต่ยังเป็นการฉีดเข้าข้อ จึงมีผลข้างเคียงได้ ส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อยและหายเองในไม่กี่วัน

ปวด บวม หรือตึงเข่าหลังฉีด

พบได้ประมาณ 1 ใน 10 ราย มักเป็นเล็กน้อยและดีขึ้นเอง การรวบรวมงานวิจัยพบว่าพบบ่อยกว่าการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเฉพาะ PRP แบบเม็ดเลือดขาวมาก [16] พักการใช้เข่า ประคบเย็น และใช้ยาพาราเซตามอลได้

ช้ำหรือเจ็บบริเวณที่เจาะเลือด

พบได้บ้างและหายเองในไม่กี่วัน บางคนรู้สึกหน้ามืดขณะเจาะเลือด หากเคยเป็นลมเวลาเจาะเลือด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน

ภาพรวมความปลอดภัย

การรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยกว่า 76,000 ราย พบผู้ที่มีผลข้างเคียงอย่างน้อย 1 อย่างหลังฉีด PRP ประมาณ 9 ใน 100 ราย ใกล้เคียงหรือน้อยกว่าสเตียรอยด์และน้ำเลี้ยงข้อ [20] แต่การรวบรวมงานวิจัยแบบสุ่มอีกฉบับพบผลข้างเคียงมากกว่าการฉีดน้ำเกลือ โดยเกือบทั้งหมดเป็นอาการเล็กน้อยถึงปานกลางที่หายเอง [21]

การติดเชื้อในข้อเข่า

พบน้อยมาก ข้อมูลการฉีดยาและเจาะข้อกว่า 22,000 ครั้ง พบการติดเชื้อน้อยกว่า 1 ใน 1,000 ครั้ง [22] แพทย์ป้องกันโดยใช้ชุดเตรียมแบบระบบปิด ทำความสะอาดผิว และใช้เทคนิคปลอดเชื้อ

ฉีดก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากการฉีดสเตียรอยด์ ซึ่งการฉีดภายใน 3 เดือนก่อนผ่าตัดสัมพันธ์กับการติดเชื้อข้อเทียมที่สูงขึ้น [19] สำหรับ PRP ยังไม่มีข้อมูลเฉพาะ แพทย์จึงเว้นการฉีดยาเข้าข้อทุกชนิดอย่างน้อย 3 เดือนก่อนผ่าตัด

⚠  รีบมาพบแพทย์หลังฉีด หากมี

ไข้ เข่าบวม แดง ร้อนมากขึ้น หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังวันที่ 2–3 จนลงน้ำหนักไม่ได้ หากมีผื่นทั่วตัว หน้าบวม หรือหายใจลำบาก ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

อ่านต่อ

ฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า (กรดไฮยาลูโรนิก)

ได้ผลแค่ไหน ฉีดกี่เข็ม และผลข้างเคียง

ฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่า

ได้ผลเร็วแค่ไหน ฉีดซ้ำได้บ่อยแค่ไหน และผลข้างเคียง

คำถามที่พบบ่อย

นัดตรวจกับหมอคณินทร์

อาการปวดเข่าที่รบกวนการเดินและการนอนเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ปรึกษาเรื่องปวดเข่าและการฉีด PRP เข้าข้อเข่ากับ รศ.นพ. คณินทร์ ได้วันอังคาร–พฤหัสบดี 17.00–19.00 น. และเสาร์–อาทิตย์ 9.00–12.00 น. (ฉีด PRP วันอังคาร 17.00–19.00 น. และวันเสาร์ 9.00–11.30 น.)
โทร 062-498-3913 · LINE @khaninclinic · Facebook khaninortho

เอกสารอ้างอิง

  1. Auroux M, et al. Efficacy of intra-articular platelet-rich plasma compared with placebo in knee osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis. Joint Bone Spine 2025;92:105947.

  2. Bannuru RR, et al. OARSI guidelines for the non-surgical management of knee, hip, and polyarticular osteoarthritis. Osteoarthritis Cartilage 2019;27:1578–1589.

  3. Laver L, et al. The use of injectable orthobiologics for knee osteoarthritis: a European ESSKA-ORBIT consensus. Part 1—Blood-derived products (platelet-rich plasma). Knee Surg Sports Traumatol Arthrosc 2024;32:783–797.

  4. Abduljabbar FH, et al. Platelet-rich plasma provides greater pain relief and functional improvement than hyaluronic acid for knee osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. J ISAKOS 2026;21:101218.

  5. Bennell KL, et al. Effect of intra-articular platelet-rich plasma vs placebo injection on pain and medial tibial cartilage volume in patients with knee osteoarthritis: the RESTORE randomized clinical trial. JAMA 2021;326:2021–2030.

  6. Zhong C, et al. Platelet-rich plasma provides small but superior short-term pain relief and functional improvement compared with hyaluronic acid for the treatment of knee osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis. Arthroscopy 2026 (online ahead of print).

  7. Peng YN, et al. Comparative clinical effectiveness of intra-articular leukocyte-rich platelet-rich plasma and hyaluronic acid in treating knee osteoarthritis pain: an updated systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. Arch Rehabil Res Clin Transl 2026;8:100573.

  8. Di Martino A, et al. Platelet-rich plasma versus hyaluronic acid injections for the treatment of knee osteoarthritis: results at 5 years of a double-blind, randomized controlled trial. Am J Sports Med 2019;47:347–354.

  9. Brophy RH, Fillingham YA. AAOS clinical practice guideline summary: management of osteoarthritis of the knee (nonarthroplasty), third edition. J Am Acad Orthop Surg 2022;30:e721–e729.

  10. Kolasinski SL, et al. 2019 American College of Rheumatology/Arthritis Foundation guideline for the management of osteoarthritis of the hand, hip, and knee. Arthritis Rheumatol 2020;72:220–233.

  11. Tao X, et al. Three doses of platelet-rich plasma therapy are more effective than one dose of platelet-rich plasma in the treatment of knee osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis. Arthroscopy 2023;39:2568–2576.e2.

  12. Vilchez-Cavazos F, et al. Comparison of the clinical effectiveness of single versus multiple injections of platelet-rich plasma in the treatment of knee osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis. Orthop J Sports Med 2019;7:2325967119887116.

  13. Luan D, et al. Comparative efficacy of platelet-rich plasma monotherapy versus combination therapies for knee osteoarthritis: a systematic review and network meta-analysis. J Orthop Surg Res 2026;21.

  14. Yudtanahiran N, et al. Intra-articular injections of platelet-rich plasma combined with hyaluronic acid versus platelet-rich plasma alone in the treatment of knee osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis. Eur J Orthop Surg Traumatol 2025;35:241.

  15. Xu B, et al. Leukocyte-rich versus leukocyte-poor platelet-rich plasma and hyaluronic acid for knee osteoarthritis: a systematic review and network meta-analysis. J Orthop Surg Res 2026;21.

  16. Nakagawa HF, et al. Assessment of adverse events and safety associated with intra-articular platelet-rich plasma injections compared to other injectates for knee osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis. PM R 2026;18:1072–1084.

  17. Jüni P, et al. Intra-articular corticosteroid for knee osteoarthritis. Cochrane Database Syst Rev 2015;(10):CD005328.

  18. Bannuru RR, et al. Therapeutic trajectory of hyaluronic acid versus corticosteroids in the treatment of knee osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis. Arthritis Rheum 2009;61:1704–1711.

  19. Lai Q, et al. Prior intra-articular corticosteroid injection within 3 months may increase the risk of deep infection in subsequent joint arthroplasty: a meta-analysis. Clin Orthop Relat Res 2022;480:971–979.

  20. Bensa A, et al. Safety profile comparison of intra-articular corticosteroids, hyaluronic acid, platelet-rich plasma, and cell-based injections for knee osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis by the ESSKA Orthobiologics Initiative. Knee Surg Sports Traumatol Arthrosc 2025 (online).

  21. Fucaloro SP, et al. Complications of platelet-rich plasma injection for knee osteoarthritis are similar to those of corticosteroids and hyaluronic acid but are significantly greater than those of placebo injections: a meta-analysis of randomized controlled trials. Arthroscopy 2025;41:4789–4803.

  22. Petersen SK, et al. Low frequency of septic arthritis after arthrocentesis and intra-articular glucocorticoid injection. Scand J Rheumatol 2019;48:393–397.

  23. Jayaram P, et al. Effects of aspirin on growth factor release from freshly isolated leukocyte-rich platelet-rich plasma in healthy men: a prospective fixed-sequence controlled laboratory study. Am J Sports Med 2019;47:1223–1229.

ข้อมูลในบทความนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจและคำแนะนำจากแพทย์

bottom of page