top of page

Reclinic
หมอคณินทร์

หน้าแรก  ›  บทความสุขภาพ  ›  คอลลาเจนกับข้อเข่าเสื่อม

บทความสุขภาพ · ข้อเข่า

คอลลาเจนกับข้อเข่าเสื่อม
กินแล้วช่วยได้จริงไหม

คอลลาเจนเป็นโปรตีนหลักของกระดูกอ่อนในข้อเข่า หลายคนจึงกินคอลลาเจนเพื่อบำรุงข้อเข่า รศ.นพ. คณินทร์ และคณะ ได้ทำงานวิจัยแบบสุ่มในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ พบว่าการกินคอลลาเจนสองชนิดร่วมกันนาน 12 สัปดาห์ ลดปวดได้ไม่ต่างจากยาหลอก [1] ส่วนการรวบรวมงานวิจัยทั่วโลกพบว่าคอลลาเจนอาจช่วยลดปวดได้เล็กน้อยถึงปานกลาง [2] คอลลาเจนจึงเป็นเพียงทางเลือกเสริม ไม่ได้ซ่อมกระดูกอ่อนที่สึกไปแล้ว และไม่ควรใช้แทนการบริหารกล้ามเนื้อต้นขาและการลดน้ำหนัก

รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ Reclinic หาดใหญ่

เขียนและทบทวนโดย รศ.นพ. คณินทร์ เอี่ยมธนาภรณ์

ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ (ว.35052) · ทบทวนล่าสุด ตุลาคม 2569 · อ่านประมาณ 8 นาที

งานวิจัยของ รศ.นพ. คณินทร์

ไม่ต่างจากยาหลอก

ด้านลดปวดใน 12 สัปดาห์ [1]

รวบรวม 35 งานวิจัย

ช่วยได้เล็กน้อยถึงปานกลาง

งานวิจัยส่วนใหญ่ขนาดเล็ก [2]

ระยะเวลาในงานวิจัย

3–6 เดือน

ก่อนประเมินผล [3][4]

ผลข้างเคียง

พบน้อย

ระวังผู้ที่แพ้ปลาหรือไก่ [2]

ใครอาจลองกินคอลลาเจน และควรเริ่มจากอะไรก่อน

การรักษาหลักของข้อเข่าเสื่อมที่แนวทางการรักษาสากลแนะนำให้ทำทุกคน คือการเข้าใจโรค การออกกำลังกายและบริหารกล้ามเนื้อต้นขา และการลดน้ำหนักในผู้ที่น้ำหนักเกิน [5][6][7] คอลลาเจนยังไม่อยู่ในคำแนะนำของแนวทางเหล่านี้ จึงเป็นทางเลือกเสริมสำหรับผู้ที่อยากลองเพิ่มเติมเท่านั้น

อาจลองกินคอลลาเจนได้ หาก

✓  ตรวจแล้วเป็นข้อเข่าเสื่อม ไม่ใช่ปวดเข่าจากสาเหตุอื่นที่ต้องรักษาเฉพาะ เช่น เอ็นหรือหมอนรองเข่าฉีก ข้ออักเสบจากเกาต์ หรือการติดเชื้อ

✓  บริหารกล้ามเนื้อต้นขาและควบคุมน้ำหนักอยู่แล้ว และยังอยากลองทางเลือกเสริม

✓  ไม่แพ้วัตถุดิบที่ใช้ผลิต เช่น ปลา อาหารทะเล หรือไก่

✓  ไม่มีโรคที่ต้องจำกัดโปรตีน เช่น โรคไตบางระยะ หรือได้ปรึกษาแพทย์แล้ว

✓  เข้าใจว่าอาจไม่ได้ผล และพร้อมประเมินอาการหลังกินครบ 3 เดือน

หากปวดมากจนเดินลำบาก เข่าบวมแดงร้อน มีไข้ หรือขาโก่งผิดรูปมากขึ้น ควรมาตรวจกับแพทย์ก่อน ไม่ควรรอผลจากอาหารเสริม

คอลลาเจนคืออะไร กินแล้วไปถึงข้อเข่าไหม

คอลลาเจนในข้อเข่า

คอลลาเจนเป็นโปรตีนโครงสร้างที่ทำให้กระดูกอ่อนแข็งแรงและยืดหยุ่น กระดูกอ่อนในข้อเข่ามีคอลลาเจนไทป์ทู (type II) เป็นหลัก เมื่อข้อเข่าเสื่อม กระดูกอ่อนจะค่อย ๆ สึกบางลง

กินแล้วร่างกายใช้อย่างไร

คอลลาเจนที่กินเข้าไปจะถูกย่อยเป็นชิ้นส่วนโปรตีนขนาดเล็กและกรดอะมิโน ไม่ได้ไปเติมกระดูกอ่อนโดยตรง งานวิจัยในห้องทดลองพบว่าชิ้นส่วนเหล่านี้อาจกระตุ้นเซลล์กระดูกอ่อนหรือช่วยลดการอักเสบ แต่ผลในผู้ป่วยจริงยังไม่ชัดเจน [1]

คอลลาเจนจัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยารักษาโรค ยังไม่มีหลักฐานว่าการกินคอลลาเจนทำให้กระดูกอ่อนที่สึกไปแล้วกลับมาใหม่

งานวิจัยของ รศ.นพ. คณินทร์ พบอะไร

ในปี 2568 รศ.นพ. คณินทร์ และคณะ ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตีพิมพ์งานวิจัยแบบสุ่มและปกปิดทั้งผู้ป่วยและแพทย์ (randomised double-blind) เพื่อตอบคำถามว่า การกินคอลลาเจนสองชนิดร่วมกันช่วยข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่ายาหลอกหรือไม่ [1]

ผู้เข้าร่วม

ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 68 ราย อายุ 50–80 ปี ข้อเข่าเสื่อมระดับ 2–3 จากภาพเอกซเรย์ แบ่งด้วยการสุ่มเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 34 ราย [1]

สิ่งที่ได้รับ

กลุ่มคอลลาเจนกินวันละ 2 เม็ดก่อนนอน รวมคอลลาเจนไฮโดรไลซ์ 960 มิลลิกรัม และคอลลาเจนไทป์ทูแบบไม่เสียสภาพ 40 มิลลิกรัมต่อวัน นาน 12 สัปดาห์ กลุ่มยาหลอกกินเม็ดแป้งที่หน้าตาเหมือนกัน ทั้งสองกลุ่มได้รับคำแนะนำเรื่องโรค ท่าบริหารกล้ามเนื้อ และยาแก้ปวดเมื่อจำเป็น [1]

ผลด้านอาการปวด

ทั้งสองกลุ่มปวดลดลงประมาณ 2 คะแนนจาก 10 คะแนนเมื่อครบ 12 สัปดาห์ แต่สองกลุ่มต่างกันเพียง 0.08 คะแนน ซึ่งไม่มีนัยสำคัญ [1]

ผลด้านอื่น

การใช้งานข้อเข่า คุณภาพชีวิต จำนวนยาแก้ปวดที่ใช้ และความพึงพอใจ ไม่ต่างกันทุกช่วงที่ติดตาม (2, 6 และ 12 สัปดาห์) [1]

ความปลอดภัย

ไม่พบผลข้างเคียงในทั้งสองกลุ่ม [1]

ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้: ติดตามผลเพียง 12 สัปดาห์ จำนวนผู้ป่วยไม่มาก หากคอลลาเจนช่วยได้เพียงเล็กน้อย งานวิจัยขนาดนี้อาจตรวจไม่พบ ทดสอบเพียงสูตรผสมสูตรเดียว ปริมาณคอลลาเจนไฮโดรไลซ์ (ประมาณ 1 กรัมต่อวัน) น้อยกว่างานวิจัยบางงานที่ใช้วันละ 10 กรัม [3] และศึกษาในโรงพยาบาลเดียว ข้อสรุปจึงไม่ใช่ว่าคอลลาเจนทุกชนิดไม่ได้ผล แต่สูตรนี้ใน 12 สัปดาห์ไม่ได้ช่วยมากกว่ายาหลอก และอาการที่ดีขึ้นส่วนใหญ่น่าจะมาจากการดูแลพื้นฐาน การดำเนินโรคตามธรรมชาติ และผลของยาหลอก [1]

งานวิจัยอื่นทั่วโลกว่าอย่างไร

ผลของงานวิจัยคอลลาเจนยังไม่ตรงกัน งานที่รวบรวมหลายการศึกษาส่วนใหญ่พบประโยชน์ แต่ขนาดผลไม่มาก และคุณภาพของงานวิจัยแตกต่างกันมาก

รวบรวม 35 งานวิจัย (3,165 ราย, 2567)

คอลลาเจนลดปวดและเพิ่มการใช้งานข้อได้ในระดับเล็กถึงปานกลาง และไม่เพิ่มผลข้างเคียงเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม [2]

รวบรวม 11 งานวิจัยเฉพาะข้อเข่า (870 ราย, 2567)

พบว่าลดปวดและเพิ่มการใช้งานข้อเข่า แต่ผลของแต่ละงานแตกต่างกันมาก [8]

รวบรวมอาหารเสริม 69 งานวิจัย (2561)

อาหารเสริมหลายชนิดรวมถึงคอลลาเจนมีผลในระยะสั้น แต่ไม่พบผลที่มีความหมายทางคลินิกในระยะยาว และคุณภาพหลักฐานส่วนใหญ่ต่ำ [9]

งานวิจัยอิสระในผู้ที่ปวดเข่า (167 ราย)

กินคอลลาเจนเปปไทด์วันละ 10 กรัม นาน 12 สัปดาห์ ปวดลดลงไม่ต่างจากยาหลอก [10]

แนวทางการรักษา (OARSI, ACR, ESCEO)

ไม่ได้ระบุคอลลาเจนไว้ในคำแนะนำการรักษาข้อเข่าเสื่อม [5][6][7]

เหตุที่ผลไม่ตรงกัน คืองานวิจัยส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก หลายงานได้รับทุนจากผู้ผลิต [1] ผลิตภัณฑ์และปริมาณที่ใช้ต่างกันมาก นักสถิติบางท่านจึงเห็นว่าข้อมูลที่มียังไม่พอจะสรุปได้อย่างมั่นใจ [11]

คอลลาเจนไทป์ทู (UC-II) และไฮโดรไลซ์ ต่างกันอย่างไร

คอลลาเจนในท้องตลาดมีหลายแบบ ต่างกันที่วิธีผลิต แหล่งวัตถุดิบ และปริมาณที่ต้องกิน ควรอ่านฉลากว่าเป็นแบบใด

คอลลาเจนไฮโดรไลซ์ (hydrolyzed collagen)

คอลลาเจนที่ถูกย่อยเป็นชิ้นเล็ก (คอลลาเจนเปปไทด์) เพื่อให้ดูดซึมง่าย มักผลิตจากหนังหรือกระดูกวัว หมู หรือปลา งานวิจัยมักใช้ขนาดวันละประมาณ 10 กรัม [3][10]

คอลลาเจนไทป์ทูแบบไม่เสียสภาพ (undenatured type II collagen)

มักสกัดจากกระดูกอ่อนอกไก่ โดยไม่ผ่านความร้อนที่ทำลายโครงสร้าง ใช้ปริมาณน้อยมาก งานวิจัยมักใช้วันละ 40 มิลลิกรัม [4][12] แนวคิดคือช่วยปรับภูมิคุ้มกันที่ลำไส้ให้ลดการอักเสบในข้อ [12]

"ไทป์ทู" บนฉลากหมายถึงอะไร

ไทป์ทูคือชนิดของคอลลาเจนที่พบในกระดูกอ่อน ผลิตภัณฑ์ไทป์ทูบางชนิดเป็นแบบไฮโดรไลซ์ บางชนิดเป็นแบบไม่เสียสภาพ ซึ่งใช้ปริมาณต่างกันหลายร้อยเท่า จึงต้องดูให้ชัดว่าเป็นแบบใด

แบบผสมหลายชนิด

มีงานวิจัยน้อย งานวิจัยของ รศ.นพ. คณินทร์ เป็นสูตรผสมสองชนิด และไม่พบประโยชน์มากกว่ายาหลอกใน 12 สัปดาห์ [1]

คอลลาเจนไฮโดรไลซ์

ไทป์ทูแบบไม่เสียสภาพ

วัตถุดิบที่พบบ่อย

หนังหรือกระดูกวัว หมู ปลา

กระดูกอ่อนอกไก่ [4]

ขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

ประมาณ 10 กรัมต่อวัน [3]

40 มิลลิกรัมต่อวัน [4]

แนวคิดการออกฤทธิ์

ชิ้นส่วนโปรตีนอาจกระตุ้นเซลล์กระดูกอ่อน

ปรับภูมิคุ้มกันให้ลดการอักเสบในข้อ [12]

ระยะเวลาในงานวิจัย

3–6 เดือน [3]

3–6 เดือน [4]

ข้อควรระวัง

ผู้ที่แพ้ปลา หากผลิตจากปลา

ผู้ที่แพ้ไก่

คอลลาเจนไฮโดรไลซ์

วัตถุดิบที่พบบ่อย

หนังหรือกระดูกวัว หมู ปลา

 

ขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

ประมาณ 10 กรัมต่อวัน [3]

 

แนวคิดการออกฤทธิ์

ชิ้นส่วนโปรตีนอาจกระตุ้นเซลล์กระดูกอ่อน

 

ระยะเวลาในงานวิจัย

3–6 เดือน [3]

 

ข้อควรระวัง

ผู้ที่แพ้ปลา หากผลิตจากปลา

ไทป์ทูแบบไม่เสียสภาพ

วัตถุดิบที่พบบ่อย

กระดูกอ่อนอกไก่ [4]

 

ขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

40 มิลลิกรัมต่อวัน [4]

 

แนวคิดการออกฤทธิ์

ปรับภูมิคุ้มกันให้ลดการอักเสบในข้อ [12]

 

ระยะเวลาในงานวิจัย

3–6 เดือน [4]

 

ข้อควรระวัง

ผู้ที่แพ้ไก่

ยังไม่มีงานวิจัยที่เปรียบเทียบสองแบบโดยตรงมากพอจะบอกว่าแบบใดได้ผลมากกว่า การรวบรวมงานวิจัยหนึ่งพบผลระยะสั้นในแบบไฮโดรไลซ์ และผลระยะกลางในแบบไม่เสียสภาพ แต่คุณภาพหลักฐานยังต่ำ [9]

ก่อนซื้อคอลลาเจนมากิน ควรดูอะไรบ้าง

สิ่งที่ควรดูก่อนซื้อ

✓  มีเลขทะเบียนอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

✓  ฉลากบอกชัดว่าเป็นคอลลาเจนแบบใด และมีปริมาณเท่าใดต่อวัน

✓  ฉลากบอกวัตถุดิบ เช่น ปลา วัว หมู หรือไก่ โดยเฉพาะผู้ที่แพ้อาหาร

✓  ดูว่ามีสารอื่นผสม เช่น กลูโคซามีน สมุนไพร หรือวิตามิน ซึ่งอาจมีข้อควรระวังของแต่ละตัว

✓  ระวังโฆษณาที่อ้างว่ารักษาหายหรือทำให้กระดูกอ่อนงอกใหม่ ซึ่งยังไม่มีหลักฐานรองรับ

✓  ต้องกินต่อเนื่องหลายเดือน ควรพิจารณาความคุ้มค่า

✓  นำฉลากมาให้แพทย์หรือเภสัชกรดูได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาประจำ

กินคอลลาเจนนานแค่ไหนถึงจะเห็นผล

1

ตรวจให้แน่ใจว่าเป็นข้อเข่าเสื่อม

ซักประวัติ ตรวจเข่า และเอกซเรย์ที่คลินิกถ้าจำเป็น เพื่อแยกโรคอื่นที่ต้องรักษาเฉพาะ

2

ทำการรักษาหลักไปพร้อมกัน

บริหารกล้ามเนื้อต้นขา ออกกำลังกายที่ไม่กระแทกเข่า และลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นการรักษาที่แนวทางสากลแนะนำทุกคน [5]

3

เลือกผลิตภัณฑ์และกินตามขนาดบนฉลาก

กินทุกวันต่อเนื่อง ไม่ควรกินหลายผลิตภัณฑ์ซ้อนกัน

4

จดอาการก่อนเริ่มกิน

ให้คะแนนปวด 0–10 และกิจกรรมที่ทำได้ เช่น เดินได้กี่นาที ขึ้นบันไดได้ไหม เพื่อใช้เทียบภายหลัง

5

ประเมินผลเมื่อครบ 3 เดือน

งานวิจัยที่พบประโยชน์ส่วนใหญ่ให้กินต่อเนื่อง 3–6 เดือน [3][4] หากปวดน้อยลงชัดเจนและใช้งานได้ดีขึ้น อาจกินต่อได้ หากไม่ต่างจากเดิม ควรหยุดและปรึกษาแพทย์

6

หากยังปวด ปรึกษาทางเลือกอื่น

เช่น ยาทาหรือยากินต้านการอักเสบ การฉีดยาเข้าข้อเข่า หรือเมื่อรักษาหลายวิธีแล้วไม่ดีขึ้น อาจพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม →

สอบถามอาการทาง LINE หรือ Facebook ได้ระหว่างนัด

กินคอลลาเจนคู่กับกลูโคซามีนได้ไหม

กินคู่กันได้ แต่ยังไม่มีงานวิจัยที่ดีพอว่ากินคู่กันแล้วได้ผลมากขึ้น งานวิจัยหนึ่งที่ได้รับทุนจากผู้ผลิตพบว่าคอลลาเจนไทป์ทูแบบไม่เสียสภาพลดปวดได้มากกว่าการกินกลูโคซามีนร่วมกับคอนดรอยติน [4] ส่วนตัวกลูโคซามีนเอง แนวทางการรักษายังเห็นไม่ตรงกัน แนวทาง OARSI และ ACR แนะนำว่าไม่ควรใช้รักษาข้อเข่าเสื่อม [5][6] ขณะที่ ESCEO แนะนำกลูโคซามีนซัลเฟตชนิดที่เป็นยาตามใบสั่งแพทย์ [7] ที่ Reclinic มีกลูโคซามีนซัลเฟตที่แพทย์สั่งจ่ายได้ตามความเหมาะสม

ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดวาร์ฟาริน ควรแจ้งแพทย์ก่อนกินกลูโคซามีน เพราะมีรายงานว่าอาจทำให้ค่าการแข็งตัวของเลือดสูงขึ้นและเลือดออกง่าย [13] กลูโคซามีนบางชนิดผลิตจากเปลือกกุ้งหรือปู ผู้ที่แพ้อาหารทะเลควรอ่านฉลากและปรึกษาแพทย์ก่อน

ผลข้างเคียงและใครควรระวัง

งานวิจัยที่รวบรวมไว้ไม่พบผลข้างเคียงจากคอลลาเจนมากกว่ากลุ่มยาหลอก [2][14] แต่ผู้ป่วยบางกลุ่มควรระวัง

อาการทางเดินอาหาร

บางคนอาจรู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด หรือคลื่นไส้ ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง ลองกินหลังอาหารหรือหยุดกินหากไม่ดีขึ้น

ผู้ที่แพ้ปลาหรืออาหารทะเล

คอลลาเจนที่ผลิตจากปลาอาจทำให้แพ้รุนแรงได้ มีรายงานผู้ใหญ่แพ้รุนแรงหลังกินขนมที่มีคอลลาเจนจากปลา [15] ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุวัตถุดิบชัดเจน และปรึกษาแพทย์ก่อน

ผู้ที่แพ้ไก่

คอลลาเจนไทป์ทูแบบไม่เสียสภาพมักผลิตจากกระดูกอ่อนอกไก่ [4]

โรคไตหรือโรคที่ต้องจำกัดโปรตีน

คอลลาเจนเป็นโปรตีน ผู้ที่แพทย์ให้จำกัดปริมาณโปรตีนควรปรึกษาแพทย์ก่อนกิน

ผู้ที่ใช้ยาประจำหรือกินสูตรผสม

สูตรที่ผสมกลูโคซามีนหรือสมุนไพรอาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่น ยาวาร์ฟาริน [13] ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรยังมีข้อมูลความปลอดภัยไม่เพียงพอ

⚠ หยุดกินและรีบไปโรงพยาบาลทันที หากมี

ผื่นลมพิษทั่วตัว ปาก ตา หรือหน้าบวม หายใจลำบาก หรือหน้ามืดจะเป็นลม หลังกินคอลลาเจน ส่วนอาการเข่าบวมแดงร้อน มีไข้ หรือปวดมากขึ้นจนลงน้ำหนักไม่ได้ อาการเหล่านี้ควรได้รับการตรวจจากแพทย์ แนะนำให้มาพบแพทย์โดยเร็ว

อ่านต่อ

การฉีดยาเข้าข้อเข่า

เมื่อบริหารกล้ามเนื้อและใช้ยาแล้วยังปวด เปรียบเทียบสเตียรอยด์ น้ำเลี้ยงข้อ และ PRP

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

เมื่อรักษาหลายวิธีแล้วยังปวดจนรบกวนชีวิตประจำวัน

คำถามที่พบบ่อย

นัดตรวจกับหมอคณินทร์

ไม่แน่ใจว่าควรลองอาหารเสริมหรือไม่ นำฉลากมาด้วยได้ ปรึกษาเรื่องปวดเข่าและการเลือกอาหารเสริมกับ รศ.นพ. คณินทร์ ได้วันอังคาร–พฤหัสบดี 17.00–19.00 น. และเสาร์–อาทิตย์ 9.00–12.00 น.
โทร 062-498-3913 · LINE @khaninclinic · Facebook khaninortho

เอกสารอ้างอิง

  1. Yuenyongviwat V, Anusitviwat C, Tuntarattanapong P, Hongnaparak T, Iamthanaporn K. Efficacy of combined undenatured type II collagen and hydrolysed collagen supplementation in knee osteoarthritis: a randomised controlled trial. Sci Rep 2025;15:32313.

  2. Liang CW, et al. Efficacy and safety of collagen derivatives for osteoarthritis: a trial sequential meta-analysis. Osteoarthritis Cartilage 2024;32:574–584.

  3. Benito-Ruiz P, et al. A randomized controlled trial on the efficacy and safety of a food ingredient, collagen hydrolysate, for improving joint comfort. Int J Food Sci Nutr 2009;60 Suppl 2:99–113.

  4. Lugo JP, et al. Efficacy and tolerability of an undenatured type II collagen supplement in modulating knee osteoarthritis symptoms: a multicenter randomized, double-blind, placebo-controlled study. Nutr J 2016;15:14.

  5. Bannuru RR, et al. OARSI guidelines for the non-surgical management of knee, hip, and polyarticular osteoarthritis. Osteoarthritis Cartilage 2019;27:1578–1589.

  6. Kolasinski SL, et al. 2019 American College of Rheumatology/Arthritis Foundation guideline for the management of osteoarthritis of the hand, hip, and knee. Arthritis Rheumatol 2020;72:220–233.

  7. Bruyère O, et al. An updated algorithm recommendation for the management of knee osteoarthritis from the European Society for Clinical and Economic Aspects of Osteoporosis, Osteoarthritis and Musculoskeletal Diseases (ESCEO). Semin Arthritis Rheum 2019;49:337–350.

  8. Simental-Mendía M, et al. Effect of collagen supplementation on knee osteoarthritis: an updated systematic review and meta-analysis of randomised controlled trials. Clin Exp Rheumatol 2024;43:126–134.

  9. Liu X, et al. Dietary supplements for treating osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis. Br J Sports Med 2018;52:167–175.

  10. Bongers CCWG, et al. Effectiveness of collagen supplementation on pain scores in healthy individuals with self-reported knee pain: a randomized controlled trial. Appl Physiol Nutr Metab 2020;45:793–800.

  11. von Hippel PT. Do collagen supplements reduce symptoms of osteoarthritis? Meta-analytic results do not support strong conclusions. Int Orthop 2021;45:3283–3284.

  12. Gupta A, Maffulli N. Undenatured type II collagen for knee osteoarthritis. Ann Med 2025;57:2493306.

  13. Knudsen JF, Sokol GH. Potential glucosamine-warfarin interaction resulting in increased international normalized ratio: case report and review of the literature and MedWatch database. Pharmacotherapy 2008;28:540–548.

  14. Zhang Y, et al. Comparative effectiveness of nutritional supplements in the treatment of knee osteoarthritis: a network meta-analysis. Nutrients 2025;17:2547.

  15. Abe N, et al. A case of anaphylaxis due to fish collagen in a gummy candy. Allergol Int 2020;69:146–147.

  16. Lee HS, et al. Intra-articular injection of type I atelocollagen to alleviate knee pain: a double-blind, randomized controlled trial. Cartilage 2021;13(1 Suppl):342S–350S.

  17. Tarantino D, et al. Intra-articular collagen injections for osteoarthritis: a narrative review. Int J Environ Res Public Health 2023;20:4390.

ข้อมูลในบทความนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจและคำแนะนำจากแพทย์

bottom of page